‘จรัญ’ ชี้ศาลปกติฟ้องฮั้ว สว. ไม่อาจล้มระบบได้ แนะทางออกยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยขัด ม.107 หวังล้างกระดานเลือกใหม่ยกสภา เตือน กกต. ปล่อยปละส่อประมาท ทำ สว. ร่วงยกชุด 200 คน
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวในงานเสวนา ‘คดีฮั้ว สว. เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้’ โดยระบุว่า กระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่เกิดขึ้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังขาดประสบการณ์ในเรื่องนี้ ส่งผลให้เกิดการฮั้วเลือก สว. ขึ้น พร้อมแนะว่าทางออกเดียวคือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเลือก สว. ใหม่
ศ.พิเศษ จรัญ ระบุว่า แม้ กกต. จะมีมติส่งฟ้องผู้ถูกร้องในคดีดังกล่าวจำนวน 77 ราย และหากศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด คดีในส่วนนี้ก็ถือว่าจบลง ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวม เนื่องจากกระบวนการพิจารณาของศาลอาจใช้เวลา 1-3 ปี โดยหากมี สว. ต้องพ้นจากตำแหน่ง ก็ยังมี สว. สำรองขึ้นมาแทนที่ ขณะที่การดำเนินคดีอาญาอาจต้องใช้เวลานานกว่า 5 ปี ซึ่งถึงเวลานั้นก็คงมีการเลือก สว. ชุดใหม่ด้วยระบบใหม่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จะเห็นได้ว่าช่องทางของศาลฎีกา ศาลปกครอง และศาลอาญา แม้จะมีอำนาจเอาผิดกับการเลือก สว. ปี 2567 ได้ แต่ก็ไม่สามารถล้มระบบการเลือกรูปแบบนี้ได้ ทั้งที่เป็นจุดเสื่อมของระบอบประชาธิปไตย
ศ.พิเศษ จรัญ มองว่า ทางออกของเรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยกลไกของศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่ากระบวนการเลือก สว. ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเปรียบเทียบได้กับกรณีคดีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในอดีต หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้ง กฎหมายย่อมไม่มีผลบังคับใช้ และต้องจัดให้มีการเลือกใหม่ยกสภา สำหรับการยื่นเรื่องนั้น ควรต้องยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับคดีบัตรเลือกตั้ง ซึ่งหากคดีฮั้ว สว. เดินตามแนวทางนี้ คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 9 เดือน
"คดีฮั้ว สว.หากมีผู้ไปร้องจำนวนมาก ผู้ตรวจการแผ่นดินจะตีตกไม่ได้ เพราะมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจน เชื่อได้ว่าฮั้วกันทั้งระบบ หากส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าศาลจะรับคำร้อง" ศ.พิเศษ จรัญ กล่าว
ศ.พิเศษ จรัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญ มาตรา 107 ที่กำหนดให้ กกต. ต้องจัดการเลือก สส. และ สว. ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หากมีหลักฐานชัดเจนว่าการเลือก สว. ปี 2567 ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม ย่อมถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญทันที
นอกจากนี้ มาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสองยังกำชับให้ กกต. และองค์กรอิสระต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอิสระ ซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ไม่อยู่ภายใต้อาณัติหรือคำสั่งใคร และไม่ตอบแทนบุญคุณผู้ใด เมื่อประกอบกับ มาตรา 224 (1) และ (2) ที่เน้นย้ำภารกิจการจัดเลือกตั้ง หาก กกต. ปล่อยให้การเลือก สว. ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ย่อมเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาท ซึ่งอาจส่งผลให้ สว. ทั้ง 200 คนต้องพ้นจากตำแหน่งได้




