อธิการบดี มศว เปิดใจ กมธ. กฎหมายฯ แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น เผยถูกทาบทามผ่าน อดีต "รมต.ศุภมาส" ก่อน "ทองเจือ" เดินเรื่องดีลช่วงใกล้เซ็นสัญญา ยัน มอบอำนาจบริหารจัดการสอบให้ "ผอ.เรืองเดช" เต็มที่ ไม่เคยก้าวก่าย ยืนยันพร้อมร่วมมือหน่วยงานรัฐเดินหน้าตรวจสอบ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการจัดสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาลได้งดเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้เนื่องจากมีความเห็นคัดค้านการใช้อำนาจของประธานกรรมาธิการในการออกหนังสือเรียกนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ขณะที่แหล่งข่าวในคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อมูลกับทางสำนักข่าว Next News ยืนยันว่า นายชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เข้าชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์เงื่อนไขการจ้าง (TOR) ระบบการจัดเก็บผลคะแนน และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการจัดสอบแข่งขันดังกล่าวทั้งหมดตามขั้นตอนการดำเนินงานของสถาบัน
อธิการบดี มศว ขออภัย ย้ำเสียใจกับเหตุการณ์ พร้อมยืนยันความร่วมมือเต็มที่
นายชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เริ่มต้นการชี้แจงโดยกล่าวขออภัยที่ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมตามคำเชิญก่อนหน้านี้ได้ถึง 4 ครั้ง เนื่องจากติดภารกิจสำคัญอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่ามหาวิทยาลัยได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลมาโดยตลอดผ่านรองอธิการบดีและทีมงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรองอธิการบดีและทีมงานเข้าร่วมประชุมชี้แจงหลายครั้ง รวมถึง นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว ซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการเรื่องนี้
นายชลวิทย์กล่าวแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23-24 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อผู้ที่ได้รับสิทธิและผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิจากการสอบครั้งนี้ ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยทันทีที่ทราบเรื่อง ตนได้เรียกประชุมด่วนและเชิญ นายเรืองเดช เข้ามาชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุม หลังจากนั้นจึงได้สั่งการให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ที่สำนักทดสอบฯ ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ รวมถึงการส่งข้อมูลเบื้องต้นที่ ป.ป.ช. ต้องการ นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ โดย นายเรืองเดช ศิริกิจ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องและขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงของมหาวิทยาลัยตามกระบวนการ
โครงสร้างและมาตรฐานการทำงานของ มศว ในฐานะสถาบันใหญ่
นายชลวิทย์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒว่า เป็นสถาบันขนาดใหญ่ มีนิสิตถึง 33,000 คน นักเรียนสาธิตอีกประมาณ 4,000 คน มีโรงพยาบาลในสังกัด 3 แห่ง มีคณาจารย์ 2,000 คน และบุคลากรอีก 5,000 คน แสดงให้เห็นถึงสเกลการทำงานที่ใหญ่และซับซ้อน มหาวิทยาลัยมี 40 หน่วยงาน และในหน่วยงานด้านวิชาการนั้น อธิการบดีจะมอบอำนาจให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการเอง
สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยาของ มศว ก่อตั้งมาแล้วกว่า 65 ปี และมีชื่อเสียงมายาวนานในด้านการจัดทำข้อสอบและการดำเนินการสอบ โดยมีผู้อำนวยการที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของสังคม
อธิการบดีกล่าวเสริมว่า นายเรืองเดช ศิริกิจ ได้หมดวาระลงแล้ว และขณะนี้มีผู้อำนวยการรักษาการอยู่ในกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการใหม่
นายชลวิทย์ยังได้ชี้แจงไทม์ไลน์เกี่ยวกับการเข้ารับตำแหน่งของตนเอง โดยกล่าวว่า ตนเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีในช่วงปลายปี 2567 ถึงปี 2568 และได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นอธิการบดีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวของเหตุการณ์ที่กำลังถูกตรวจสอบนี้ แต่ขอยืนยันว่าได้ให้นโยบายที่สำคัญที่สุดแก่ทุกหน่วยงานคือ "ต้องไม่มีเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน มีความโปร่งใส และมีหลักธรรมาภิบาลในการทำงานอย่างเต็มที่" พร้อมทั้งเน้นย้ำว่ามหาวิทยาลัยได้ให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานตรวจสอบในทุกเรื่องมาโดยตลอด
ทองเจือ-ศุภมาสประสานงานมา
ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสนใจคือการติดต่อประสานงานจากบุคคลภายนอก โดยเฉพาะจาก นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

นายชลวิทย์ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นภายในวันเดียวคือ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมีการสอบในวันที่ 7-8 ธันวาคม 2568 โดยตนได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์จาก น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ซึ่งอ้างถึงบุคคลที่สาม และแจ้งว่าบุคคลนี้คือ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
ในตอนนั้น นายชลวิทย์เข้าใจว่าสถานการณ์การจัดสอบยังไม่เรียบร้อย จึงคิดว่า นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ในฐานะบุคคลระดับผู้ใหญ่อาจต้องการตรวจสอบข้อมูล อธิการบดีจึงแจ้งให้น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ขอให้ประสานงานโดยตรงกับ นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ และได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของ นายเรืองเดช ศิริกิจ ไป
นายชลวิทย์ยืนยันว่า ตนไม่ได้โทรศัพท์หา นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ โดยตรง และไม่เคยพูดคุยกับ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ เลย หลังจากนั้น ตนได้โทรศัพท์ (ผ่านไลน์) หา นายเรืองเดช ศิริกิจ เพื่อแจ้งว่ามีผู้ใหญ่จะติดต่อมาสอบถามเรื่องการสอบ และเน้นย้ำให้นายเรืองเดช ศิริกิจ ให้ข้อมูลที่เป็นจริงและโปร่งใส หากมีสิ่งผิดปกติใดๆ ให้แจ้งกลับมา นายเรืองเดชได้แจ้งกลับมาภายหลังในวันเดียวกันว่า นายทองเจือ ได้สอบถามถึงเรื่องการลงนามสัญญาการจัดสอบท้องถิ่นว่าเรียบร้อยหรือไม่ ซึ่งตนได้ตอบไปว่าเรียบร้อยดีแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อใดๆ อีกเลยจนกระทั่งเกิดเรื่องการทุจริตในวันที่ 23-24 มิถุนายน 2569
เมื่อถูกสอบถามเพิ่มเติมว่าหลังจากเกิดเรื่องทุจริตในเดือนมิถุนายนแล้ว ได้มีการติดต่อพูดคุยกับ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ อีกหรือไม่ นายชลวิทย์ยืนยันว่าไม่เคยพูดคุยกับ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ อีกเลย และไม่เคยติดต่อกับ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี เพิ่มเติม มีเพียงการแจ้งว่าการประสานงานเรียบร้อยดีแล้ว
อธิการบดี มศว ชี้แจงว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ในขณะนั้นไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่เป็นอดีตรัฐมนตรีและเป็นบุคคลที่ตนเคารพนับถือเป็นการส่วนตัว เมื่อ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แจ้งว่ามีผู้ใหญ่ต้องการสอบถามข้อมูล ตนจึงเชื่อถือและเห็นว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้ใหญ่อาจจะสอบถามข้อมูล ซึ่งตนเข้าใจว่าอาจเป็นการตรวจสอบว่ามีสิ่งใดไม่เรียบร้อยหรือไม่ จึงส่งต่อให้ นายเรืองเดช ศิริกิจ เป็นผู้ให้ข้อมูลโดยตรง
อธิการบดี มศว กล่าวยอมรับว่าในฐานะประสบการณ์ส่วนตัว ตนเองดำรงตำแหน่งมาปีกว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่มีการติดต่อในลักษณะนี้จากที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าตนไม่ได้สอบถามถึงอำนาจหน้าที่ของ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง แต่ใช้ดุลพินิจจากความเชื่อมั่นในตัว น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ที่เป็นผู้ใหญ่และเคยดูแลกระทรวงมาก่อน และยืนยันว่าไม่รู้จัก นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ เป็นการส่วนตัว และไม่ได้สอบถามว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ สอบถามเรื่องนี้หรือไม่

ทองเจือ ชาติกิจเจริญ
บทบาทของ มศว ในการจัดสอบและการรับรู้ปัญหา ก่อนเกิดเหตุการณ์
เมื่อถูกสอบถามถึงประสบการณ์ของ มศว ในการจัดสอบประเภทนี้ และประเด็นเรื่องการยกเลิกสัญญาของมหาวิทยาลัยบูรพา อธิการบดีชี้แจงว่า ในช่วงที่เกิดประเด็นเรื่องการจัดสอบและยกเลิกสัญญาของมหาวิทยาลัยบูรพานั้น ตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี (ได้รับโปรดเกล้าฯ เมื่อ 2 มิ.ย. 2568) และภารกิจการลงนามสัญญาก็เป็นอำนาจที่มอบให้ นายเรืองเดช ศิริกิจ ไปแล้ว ตนจึงไม่ทราบความเป็นมาเป็นไปของกระบวนการเหล่านี้ จนกระทั่งเกิดเรื่องทุจริตในเดือนมิถุนายน 2569 จึงได้ทราบรายละเอียดจากสื่อมวลชนและจากการตรวจสอบภายใน
อธิการบดี มศว ย้ำว่า มหาวิทยาลัยมีสำนักทดสอบและศูนย์บริการวิชาการเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจโดยเด็ดขาดในการจัดการเรื่องเหล่านี้ และสำนักทดสอบมีชื่อเสียงและประสบการณ์ในการออกข้อสอบมานานถึง 65 ปี และไม่เคยมีประเด็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการออกข้อสอบมาก่อน
เมื่อถูกถามว่าทราบหรือไม่ว่ามีการ "ฝากรายชื่อ" ผู้สมัครเพื่อให้ได้รับการสอบ อธิการบดีตอบว่าไม่ทราบเรื่องนี้เลยจนกระทั่งเกิดเรื่องในวันที่ 23-24 มิถุนายน 2569 โดยได้รับทราบจากสื่อมวลชนเป็นหลัก และไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด หรือเรื่องที่มีการฝากรายชื่อถึง 200 รายชื่อให้แก่ นายเรืองเดช ศิริกิจ ซึ่งถ้าหากทราบก่อนคงดำเนินการอย่างอื่นไปแล้ว
กระบวนการจัดทำข้อสอบและมาตรฐาน
เกี่ยวกับการจัดทำข้อสอบ อธิการบดี มศว ชี้แจงว่า สำนักทดสอบของ มศว มีเครือข่ายคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในการออกข้อสอบ และมีชื่อเสียงโด่งดัง การออกข้อสอบแต่ละครั้งจะมีการเก็บตัวคณาจารย์และควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเก็บโทรศัพท์มือถือ เพื่อรักษาความลับ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ทั้งในการจัดสอบภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย คณาจารย์ที่ได้รับการคัดเลือกต้องมีคุณวุฒิและวัยวุฒิที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
เกี่ยวกับสถานที่เก็บตัวออกข้อสอบ นายชลวิทย์ชี้แจงว่า ไม่ได้เก็บตัวที่มหาวิทยาลัย แต่เป็นการเก็บตัวที่โรงพิมพ์จันวาณิชย์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการผลิตข้อสอบ และมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการออกข้อสอบอยู่ในหลักร้อยคน
เมื่อถูกถามถึงมาตรฐานของข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีระดับง่ายเทียบเท่าชั้นอนุบาล นายชลวิทย์อธิบายว่า โดยหลักทั่วไปแล้ว ข้อสอบมักจะประกอบด้วยคำถามที่มีระดับความยากง่ายแตกต่างกัน ทั้งง่าย ปานกลาง และยาก เพื่อให้ผู้สอบสามารถทำได้ในระดับพื้นฐาน ซึ่ง นายเรืองเดช ศิริกิจ ก็เคยชี้แจงว่าจะมีข้อสอบง่ายๆ เป็นพื้นฐานอยู่บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าง่ายทั้งหมดทุกข้อ
การรับรู้ข่าวสารและการประสานงานหลังจากเกิดเหตุ
นายชลวิทย์เล่าถึงปฏิกิริยาแรกเมื่อทราบข่าวการทุจริตในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ช่วงเย็นว่า ตนพยายามติดต่อนายเรืองเดช ศิริกิจ แต่ไม่สามารถติดต่อได้จนกระทั่งดึก นายเรืองเดช ศิริกิจ ได้แจ้งกลับมาในภายหลังว่าขอตั้งสติก่อน จากนั้นในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ประมาณ 10 โมง ตนได้เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยทั้งหมด นายเรืองเดช ศิริกิจ ได้นำ "ฮาร์ดไดรฟ์ 2 ตัว" มาชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุม ซึ่งตนได้สั่งการให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับ ป.ป.ช. รวมถึงให้แถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนตามความเป็นจริง ตนยืนยันว่าได้รับรู้ข้อมูลพร้อมกับประชาชนทั่วไปในเวลานั้น
อธิการบดี มศว ได้ไปให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการมอบอำนาจ การบริหารจัดการสอบ รวมถึงประเด็นเรื่องการประสานงานจากบุคคลภายนอกตามเส้นทางที่ตนได้รับทราบ โดยยืนยันว่าได้ให้ข้อมูลตามความเป็นจริงทั้งหมด
"ไม่ทราบ" ปมเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจัดสอบ-ประเด็น "ฝากรายชื่อ"
นายชลวิทย์ยังได้กล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนผู้จัดสอบจากมหาวิทยาลัยบูรพามาเป็น มศว รวมถึงประเด็นการเสนอราคาที่แตกต่างกัน โดยกล่าวนยืนยันว่า "ผมไม่ทราบความเป็นมาเป็นไปเลยนะครับ จนกระทั่งว่ามันเกิดเรื่อง”
นายชลวิทย์ย้ำว่าในฐานะอธิการบดี ตนไม่ทราบเรื่องการแข่งขันเสนอราคาหรือการยกเลิกสัญญาก่อนหน้านี้ และไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้มีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับความเสี่ยงเรื่องการทุจริตในการสอบท้องถิ่นหรือไม่ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง
นอกจากนี้ อธิการบดี มศว ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของตนเองว่า ได้รับการโปรดเกล้า เป็นอธิบดีวันที่ 2 มิถุนายน 2568 แต่ว่าการลงนามสัญญาของการสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นนี้จะเป็นมอบอำนาจไปแล้วให้กับนายเรืองเดช ศิริกิจ ซึ่งยืนยันว่าการลงนามสัญญาเกิดขึ้นภายใต้การมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ เป็นผู้ดำเนินการ
กระบวนการทำข้อสอบและคำยืนยันความบริสุทธิ์ใจ
เมื่อคณะกรรมาธิการฯ สอบถามถึงกระบวนการจัดทำข้อสอบ โดยเฉพาะเรื่องจำนวนอาจารย์ผู้จัดทำข้อสอบ (315 ท่าน) สถานที่เก็บตัว และการรักษาความปลอดภัย นายชลวิทย์ชี้แจงว่า สำนักทดสอบของ มศว มีเครือข่ายคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในการออกข้อสอบ และมีชื่อเสียงโด่งดัง การออกข้อสอบแต่ละครั้งจะมีการเก็บตัวคณาจารย์และควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเก็บโทรศัพท์มือถือ เพื่อรักษาความลับ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ทั้งในการจัดสอบภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย คณาจารย์ที่ได้รับการคัดเลือกต้องมีคุณวุฒิและวัยวุฒิที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
เกี่ยวกับสถานที่เก็บตัวออกข้อสอบ นายชลวิทย์ชี้แจงว่า "ได้เก็บตัวที่โรงพิมพ์จันวาณิช" ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการผลิตข้อสอบ และมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการออกข้อสอบอยู่ในหลักร้อยคน
เมื่อถูกถามถึงมาตรฐานของข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีระดับง่ายเทียบเท่าชั้นอนุบาล นายชลวิทย์อธิบายว่า โดยหลักทั่วไปแล้ว ข้อสอบมักจะประกอบด้วยคำถามที่มีระดับความยากง่ายแตกต่างกัน ทั้งง่าย ปานกลาง และยาก เพื่อให้ผู้สอบสามารถทำได้ในระดับพื้นฐาน ซึ่งนายเรืองเดช ศิริกิจ ก็เคยชี้แจงว่าจะมีข้อสอบง่ายๆ เป็นพื้นฐานอยู่บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าง่ายทั้งหมดทุกข้อ
อธิการบดี มศว ได้ยืนยันว่าไม่รู้จัก นายสาคร สิทธิศักดิ์ ซึ่งถูกกล่าวถึงในการประชุม และยืนยันในตอนท้ายของการชี้แจงว่าก่อนที่จะมาเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ ในครั้งนี้ ตนไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากนักการเมืองคนใด ไม่ว่าจะเป็น นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ไม่มีใครโทรศัพท์มาหรือพยายามบรีฟข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น




