News Logo
หน้าแรก
DSI แถลงปราบ Forex เถื่อน เผย 28 ล.เข้า 'ภาวุธ'ยันเจ้าตัวยังบริสุทธิ์

DSI แถลงปราบ Forex เถื่อน เผย 28 ล.เข้า 'ภาวุธ'ยันเจ้าตัวยังบริสุทธิ์

19 มิ.ย. 2569 12:36
ผู้ชม 80 คน

DSI แถลงทลายเครือข่าย Forex เถื่อน โยง สส. ภาวุธ" พบเส้นเงิน 28 ล้านเข้าบัญชีส่วนตัว ยืนยัน เจ้าตัวยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ รอจนปิดสมัยประชุมแล้วเรียกมาชี้แจงได้ ขณะ "ฟิล์ม รัฐภูมิ" ถูกโยงร่วมจัดตั้งโบรกเกอร์เถื่อน ย้ำเรื่องนี้ไม่มีการเมืองเอี่ยว

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีการแถลงข่าวการดำเนินคดี Forex ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ป้อม ภาวุธ) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, ทันตแพทย์หญิง จุฑารัตน์ จินตกานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์, ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย โดยเปิดเผยว่ามีการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินจำนวนประมาณ 28 ล้านบาท ที่มีการโอนจากเครือข่ายดังกล่าวเข้าสู่บัญชีของนายภาวุธ อย่างไรก็ตาม DSI ระบุชัดเจนว่าการรับโอนเงินดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในทันที และนายภาวุธยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ พร้อมยืนยันว่า DSI พร้อมให้ความเป็นธรรมและเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูล

ต้นตอการสืบสวนและปฏิบัติการทลายเครือข่าย

กรมสอบสวนคดีพิเศษออกเอกสารข่าวแจกว่าได้เริ่มดำเนินการสืบสวนสอบสวนมานานกว่า 6 เดือน จากการตรวจสอบกระบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่หมุนเวียนจำนวนมากจากกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ พบว่ากระแสเงินจำนวนหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Forex จึงได้ดำเนินการตรวจสอบที่มาของการดำเนินธุรกิจดังกล่าว รวมถึงสถานะการได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จากการยืนยันของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex รายใดได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้การประกอบธุรกิจซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ในลักษณะนี้ไม่เป็นไปตามกฎหมายไทย ประกอบกับมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากการถูกโบรกเกอร์ฟอร์เร็กซ์ชื่อ QRS Global, HFM, GOFX, Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ รวมถึงบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ-ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด หลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือหลอกให้ลงทุน

ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ DSI ได้อธิบายถึงแนวทางการสืบสวนในชั้นนี้ว่าได้แบ่งเครือข่ายออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เป็นตัวกลางในการรับเทรด กลุ่ม IB ที่ทำหน้าที่ชักชวนและสอนการลงทุน และกลุ่ม Payment หรือบริษัทรับ-ส่งเงิน ซึ่งทั้งสามกลุ่มมีความเชื่อมโยงกัน โดยในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 DSI โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ, กองปฏิบัติการพิเศษ, ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้สนธิกำลังร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.), สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจค้นเครือข่ายดังกล่าวพร้อมกัน 24 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดปทุมธานี, จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร โดยเป็นการตรวจค้นบริษัทจำนวน 15 แห่ง และบ้านของบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 9 แห่ง

ผลการปฏิบัติการตรวจค้นและทรัพย์สินที่ถูกยึด

ผลการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดทรัพย์สินและเงินสดได้เป็นจำนวนมาก อาทิ รถยนต์หรู 5 คัน, รถยนต์ทั่วไป 15 คัน, รถจักรยานยนต์ 4 คัน, เงินสด 65,270,000 บาท, วัตถุคล้ายทองคำแท่งและทองรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 50 บาท, เครื่องประดับทองคำและเครื่องประดับเพชรจำนวนหนึ่ง, กระเป๋าแบรนด์เนมมากกว่า 40 ใบ, นาฬิกา 113 เรือน, เงินแท่งน้ำหนักรวม 12 กิโลกรัม, เงินสกุลต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณ 600,000 บาท, อาวุธปืน 3 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน, คอมพิวเตอร์ 55 เครื่อง, แท็บเล็ต 2 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง, Hardware Wallet สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT 4 ชิ้น รวมถึงเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุนจำนวนหนึ่ง

 

 

ทรัพย์สินที่ยึดมาได้

ทรัพย์สินที่ยึดมาได้

จากการตรวจค้น พนักงานสอบสวนยังตรวจพบหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการแทรกแซงระบบซื้อขาย เช่น การควบคุมราคา, การหน่วงเวลา, การล็อกคำสั่งซื้อขาย หรือการทำให้ระบบขัดข้อง ซึ่งอาจเป็นพฤติการณ์ที่บ่งชี้ถึงการทุจริต โดยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางเทคนิคและการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม DSI คาดการณ์ว่าพฤติการณ์ที่ตรวจพบอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527, พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535, พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546, พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

พฤติการณ์และกลโกงของเครือข่าย

เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์การชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนผ่านโบรกเกอร์จากเว็บไซต์ในต่างประเทศ โดยสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเจ้าหน้าที่หรือผู้แนะนำการลงทุน (Sales หรือ Agent) ที่คอยให้คำแนะนำ สนับสนุนการลงทุน และติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด มีรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป เนื่องจากไม่ได้มุ่งเน้นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตามรอบเวลา แต่เป็นการนำเงินเข้าสู่พอร์ตการลงทุนเพื่อซื้อขายเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา (Price Difference) โดยอ้างอิงว่ามีการซื้อขายผ่านระบบของโบรกเกอร์ต่างประเทศ

ผลตอบแทนของนายหน้าแนะนำลูกค้า (Introducing Broker - IB) เกิดจากการแนะนำลูกค้าให้เข้ามาลงทุน โดยรายได้ของ IB ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลกำไรหรือขาดทุนของผู้ลงทุนที่ตนแนะนำ แต่เกิดจากค่าตอบแทนในรูปแบบส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่น (IB Rebate) ซึ่ง IB จะได้รับจากทุกธุรกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีผู้ลงทุนเข้ามาทำการซื้อขายเป็นจำนวนมาก IB ก็จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขาย จึงอาจมีการส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ผู้ลงทุนทำการซื้อขายบ่อยครั้งมากขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวนธุรกรรมและยอดการซื้อขายโดยรวม

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง) เช่น เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, หมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์, สหราชอาณาจักร, เกาะเคย์แมน, โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาท ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืน นอกจากนี้ โบรกเกอร์หลายแห่งมีการกำหนดเงื่อนไขที่อาจเอาเปรียบผู้ลงทุน เช่น การเสนอผลตอบแทนในอัตราสูงเพื่อจูงใจให้ลงทุน ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในภายหลัง รวมถึงปัญหาการถอนเงิน โดยเฉพาะเมื่อผู้ลงทุนมีกำไรหรือมียอดเงินจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่สามารถถอนเงินได้ตามปกติ อีกทั้ง ยังพบการโฆษณาชวนเชื่อโดยนำเสนอภาพลักษณ์ความมั่งคั่ง รถยนต์หรู และวิถีชีวิตหรูหรา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจูงใจให้ประชาชนลงทุน ทั้งที่ในหลายกรณีทรัพย์สินดังกล่าวมิได้เป็นผลตอบแทนจากโบรกเกอร์ตามที่กล่าวอ้าง จึงอาจเข้าข่ายการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กราฟฟิกประกอบการแถลงข่าวของ DSI

กราฟฟิกประกอบการแถลงข่าวของ DSI

กราฟฟิกประกอบการแถลงข่าวของ DSI

กราฟฟิกประกอบการแถลงข่าวของ DSI

กราฟฟิกประกอบการแถลงข่าวของ DSI

กราฟฟิกประกอบการแถลงข่าวของ DSI

ความเชื่อมโยงถึง สส.ปชน.

DSI ระบุว่าพบเส้นทางการเงินที่ได้จากการสืบสวนของระบุว่า มีเงินบริษัท AL PFX ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกับบริษัท Spark Digital ซึ่งเงินจากบริษัท Spark Digital นั้น ได้มีการโอนเงินไปยังบัญชีของนายภาวุธ ซึ่งเป็นนักการเมือง ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนเงินทั้งหมดประมาณ 28 ล้านบาท โดยทยอยโอนครั้งละประมาณ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง

พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ได้กล่าวย้ำว่า "ไม่ได้หมายความว่า การรับโอนเงินเข้าสู่บัญชีบุคคลนั้นเนี่ยจะเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดชัดเจนหรืออย่างไร อย่างไรก็ตามเนี่ย ทางกองคดีเทคโนโลยียินดีที่จะรับคำชี้แจง ยินดีที่จะรับข้อมูลจากทุกด้าน เพื่อพิจารณา ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าท่านที่มีการกล่าวถึงเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว หรือว่า เป็นผู้ต้องหาแต่อย่างใด"

อธิบดี DSI กล่าวถึงกรณีที่นายภาวุธยังไม่ถูกเรียกตัวเข้าชี้แจงเนื่องจากยังอยู่ในสมัยประชุมสภาและมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่ DSI ยินดีหากนายภาวุธสละเอกสิทธิ์และจะให้ความเป็นธรรมในการให้ข้อมูล โดยการดำเนินการของ DSI ในคดีนี้นั้นจะมุ่งเน้นไปที่ข้อมูลเอกสารพยานหลักฐานอื่นๆที่มีจำนวนมากก่อน ส่วนข้อมูลการให้ปากคำของนายภาวุธ ตอนนี้ยังไม่ใช่ข้อมูลเร่งด่วนที่ทาง DSI ต้องการ ดังนั้นจึงสามารถรอจนหมดสมัยประชุมได้

"ตอนนี้ ความสำคัญคือเราตรวจค้นแล้วก็รวบรวมพยานหลักฐานไว้เป็นจำนวนมาก แล้วก็เป็นพยานเอกสาร เป็นเส้นทางการเงินอยู่แล้ว ในการที่จะรอมาให้คำตอบก็อาจจะไม่เร่งด่วนขนาดนั้นครับ ยังมีเวลา" อธิบดี DSI กล่าว

ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ได้กล่าวเสริมว่า หากเป็นการรับเงินจากบริษัทใดๆ ถ้าเป็นกรรมการ หรือหุ้นส่วน หรือรับเงินเดือนตามปกติ ก็จะเป็นรูปแบบหนึ่ง แต่หากเป็นการที่ยอดเงินตัดไป เช่นผ่านบริษัทแล้วผ่านเข้าตัวบุคคลเพียงไม่กี่วินาที จำนวนหลายครั้ง ตรงนี้จำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบและรอคำชี้แจงว่าเงินที่เข้าไปจำนวนหลายล้านบาท มีการเข้าบัญชีส่วนตัวและเกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างไร

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตจากคณะทำงานฝ่ายค้านบางส่วนระบุว่า ก่อนหน้าที่จะมีกระแสข่าวนี้ นายภาวุธเป็นหนึ่งในคณะทำงานที่ติดตามตรวจสอบโครงการแจก AI ของภาครัฐ หรือ TH-AI Passport อย่างเข้มข้น ทำให้แกนนำพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าการนำชื่อนายภาวุธมาเชื่อมโยงในช่วงเวลานี้อาจเป็นความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นทางการเมืองหรือไม่

อธิบดี  DSI ได้ชี้แจงยืนยันว่าการดำเนินการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านมา ไม่ได้มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทางการเมืองใดๆ ไม่มีการกดดันหรือสั่งการให้เร่งรัด เป็นเรื่องที่ดำเนินการมานานและถึงเวลาที่เหมาะสมในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อระงับยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

กรณีฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ 

อธิบดี DSI ระบุว่า กรณี ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกลุ่มโบรกเกอร์โดยตรง โดยผลการสอบสวนพบว่า ฟิล์ม มีส่วนร่วมและมีบทบาทในการจัดตั้งและส่งเสริมโบรกเกอร์ Eterwealth (หรือ Etherwell) ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่จดทะเบียน Offshore ในต่างประเทศเพื่อเลี่ยงกฎหมายไทย แต่มีการดำเนินกิจการชักชวนคนไทยลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากในประเทศไทยไม่สามารถทำธุรกิจในลักษณะดังกล่าวได้

ปัจจุบันใบอนุญาตของ Eterwealth ในต่างประเทศถูกเพิกถอนแล้วเนื่องจากปัญหาผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินได้หรือได้รับเงินล่าช้า จนเกิดความเสียหาย ทาง DSI จึงได้ทำการอายัดบัญชีธนาคารของฟิล์มและบุคคลอื่นรวม 77 ราย (ประกอบด้วยบัญชีนิติบุคคล 20 ราย และบัญชีบุคคล 57 ราย) เพื่อตรวจสอบและขยายผลอย่างละเอียดต่อไป พร้อมกันนี้ยังได้ประสานงานเพื่อระงับเงินดิจิทัลที่อยู่ภายใต้กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ด้วย

มูลค่าความเสียหายและแนวทางการช่วยเหลือผู้เสียหาย

พันตำรวจตรี ยุทธนา สรุปข้อมูลรวมจำนวนผู้เสียหายที่ปรากฏในขณะนี้ว่า จากข้อมูลของ DSI มีประมาณ 500 ราย หรืออาจจะมากกว่านั้น ส่วนทางตำรวจไซเบอร์มีประมาณ 65 เคสไอดี มีกลุ่มบัญชีที่ไปเกี่ยวข้องประมาณ 1,000 บัญชี ความเสียหายรวมประมาณ 100 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมดที่เป็นเงินลงทุนจากเครือข่าย Forex นี้ คาดการณ์ว่าน่าจะสูงถึงหลักหลายพันล้านบาท โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งมาร่วมสังเกตการณ์ในการแถลงข่าวในวันนี้ เผยว่าตนเองได้รับความเสียหายจากการลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท

DSI ยืนยันว่าผู้ที่ถอนเงินไม่ได้และถูกหลอกหรือชักชวนจากกลุ่มบุคคลนี้ ถือเป็นผู้เสียหายในเรื่องนี้ด้วย ทาง DSI จะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ขยายผลเส้นทางการเงิน และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะมีการพิสูจน์ทราบโดยเร็วที่สุดเพื่อคัดแยกว่าเงินส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เงินส่วนไหนไม่เกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามระเบียบกฎหมายโดยเคร่งครัด พร้อมทั้งจะติดตามยึดทรัพย์เพื่อมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

พันตำรวจตรี ยุทธนา ย้ำว่าการดำเนินการของ DSI ในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่ได้มีแรงจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด การสืบสวนได้เริ่มมาก่อนหน้านี้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และถึงเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินการเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนมากขึ้น "เราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่บุคคลใดจะเป็นนักการเมือง นักแสดง หรืออินฟลูชื่อดังใดๆ นะครับ ก็คือเราไม่ได้มองว่าบุคคลนั้นเกี่ยวข้องในมีสถานะอย่างไร ก็ดำเนินการไปตามพยานหลักฐานทุกประการครับ" อธิบดี DSI กล่าว

ปัจจุบัน ทั้งนายภาวุธและนายรัฐภูมิ อยู่ในสถานะ "ผู้ต้องสงสัย" ที่ DSI เปิดโอกาสให้เข้าชี้แจงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ได้ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกจำนวนหลายรายในหลายวงการ ซึ่งจะมีการขยายผลต่อไป DSI ขอเวลาทำการสืบสวนสอบสวนอีกระยะหนึ่ง และจะมาแถลงต่อสื่อมวลชนในโอกาสต่อไป นอกจากนี้ DSI ยังได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ (Forex) และโบรกเกอร์ออนไลน์ รวมถึงการซื้อขายทองคำในลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการบางรายอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย แต่ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
Forex
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตัดสินแล้ว! คดีซื้อยาฆ่าแมลงอุบลฯ คุก 27 ปี อดีตผู้ว่าฯ-เมียโดน 6 ปี
ตัดสินแล้ว! คดีซื้อยาฆ่าแมลงอุบลฯ คุก 27 ปี อดีตผู้ว่าฯ-เมียโดน 6 ปี