ก่อนอื่น ต้องแสดงความเสียใจกับ ครอบครัวของ คุณ เร แมคโดนัลด์ นักแสดง และพิธีกรชื่อดัง ที่เสียชีวิตอย่างกระทันหัน เมื่อเช้าวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมานะครับ
หมอคนหนึ่งที่ติดตามผลงานของคุณเรย์ มาตลอด แม้ไม่ถึงกับทุกเรื่อง แต่ตามข่าวเขาเสมอครับ
อดใจหายไม่น้อย กับการจากไปครั้งนี้
หมอขอ นำบทเรียนจากการเสียชีวิตกะทันหันของ คุณ “เร แมคโดนัลด์”มาคุยในวันนี้ นะครับ
กรณี คุณ “เร แมคโดนัลด์” เสียชีวิตกะทันหันในวัย 49 ปี สะท้อนภัยเงียบของโรคหลอดเลือดหัวใจ เตือนประชาชนอย่าใช้เพียงคำว่า “ไม่มีโรคประจำตัว” หรือ “ไม่มีอาการ” เป็นหลักประกันว่าหัวใจปลอดภัย แนะวัยกลางคนเริ่มรู้จักปัจจัยเสี่ยงของตัวเองตั้งแต่ยังไม่มีอาการ
การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ คุณ“เร แมคโดนัลด์” ในวัย 49 ปี สร้างความตกใจให้กับสังคม โดยเฉพาะเมื่อเป็นคนที่ยังอยู่ในวัยทำงานและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หากคนหนึ่งไม่มีโรคประจำตัวที่ทราบมาก่อน และไม่ได้มีอาการหัวใจที่ชัดเจน เหตุใดจึงสามารถเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและเสียชีวิตได้
จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับผลชันสูตรเบื้องต้น ระบุว่าพบหลอดเลือดหัวใจตีบ 3 เส้นร่วมกับภาวะหัวใจขาดเลือด ข้อมูลนี้ทำให้เห็นภาพสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจว่า โรคอาจดำเนินอยู่ภายในร่างกายเป็นเวลานาน โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบมาก่อน
คำว่า “ไม่มีโรคประจำตัว” ในชีวิตประจำวัน กับคำว่า “ไม่มีความผิดปกติของร่างกาย” เป็นคนละเรื่องกัน นะครับ
คนจำนวนหนึ่งอาจไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง เพียงเพราะไม่เคยตรวจพบ ขณะที่โรคหลอดเลือดหัวใจก็สามารถค่อย ๆ พัฒนาโดยไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรกครับ
“สิ่งที่ต้องระวังคือ ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจหลายอย่างไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผิดปกติ ความดันสูงไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าความดันกำลังสูง ไขมัน LDL สูงก็ไม่ได้ทำให้มีอาการ และหลอดเลือดหัวใจที่เริ่มตีบก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเจ็บหน้าอกตลอดเวลา”
โรคหลอดเลือดหัวใจเกิดจากกระบวนการสะสมของคราบไขมันและการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือด ซึ่งอาจดำเนินไปเป็นเวลาหลายปี ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ ไขมัน LDL สูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ น้ำหนักเกิน การไม่ออกกำลังกาย และประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
ในบางกรณี แม้หลอดเลือดจะมีคราบไขมันสะสมและผู้ป่วยยังไม่มีอาการชัดเจน แต่คราบไขมันอาจเกิดการแตกหรือมีการกัดกร่อน และกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นอย่างรวดเร็ว
หากลิ่มเลือดไปอุดหลอดเลือดหัวใจ จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงอย่างเฉียบพลัน เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย และในรายที่รุนแรงอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนเสียชีวิตอย่างกะทันหันได้
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า เหตุการณ์ทางหัวใจที่รุนแรงบางครั้งสามารถเกิดขึ้นในคนที่ก่อนหน้านั้นยังดูแข็งแรงและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกสะท้อนความสำคัญของปัญหานี้ โดยในปี 2022 โรคหัวใจและหลอดเลือดทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 19.8 ล้านคน หรือราว 32% ของการเสียชีวิตทั้งหมด และประมาณ 85% ของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดจากโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าคนวัยกลางคนทุกคนมีโรคหัวใจ แต่สะท้อนว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต และการป้องกันไม่ควรรอจนมีอาการ
สิ่งที่ประชาชนควรทำไม่ใช่การตรวจหัวใจด้วยเครื่องมือขั้นสูงทุกคน แต่ควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงของตัวเอง โดยเฉพาะความดันโลหิต ระดับไขมันและ LDL ระดับน้ำตาล น้ำหนักและรอบเอว การสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย และประวัติครอบครัว
หากพบปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงโดยรวมและพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมนะครับ
หากมีอาการผิดปกติใหม่ เช่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก โดยเฉพาะขณะออกแรง เหนื่อยผิดปกติ ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงความเหนื่อยจากการทำงานหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
ท้ายที่สุด กรณีของคุณ “เร แมคโดนัลด์” ไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความหวาดกลัวว่า คนที่ไม่มีอาการทุกคนอาจเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกัน
แต่ควรใช้เป็นบทเรียนว่า สุขภาพที่ดูปกติภายนอก ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงภายในเป็นศูนย์
เราไม่จำเป็นต้องกลัวโรคหัวใจ แต่ควรรู้จักความเสี่ยงของตัวเอง เพราะการป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่การรอให้เกิดอาการแล้วจึงเริ่มดูแล แต่คือการค้นหาและจัดการปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ยังไม่มีอาการ
ไม่มีโรคประจำตัว ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง และไม่มีอาการ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีโรค




