News Logo
หน้าแรก
ความทรงจำอาจเลือนราง แต่ความรักไม่เคยจาง

ความทรงจำอาจเลือนราง แต่ความรักไม่เคยจาง

5 ก.ค. 2569 12:05
ผู้ชม 31 คน

หลายคนบอกว่า โรคที่น่ากลัวที่สุดของผู้สูงอายุไม่ใช่โรคหัวใจ ไม่ใช่มะเร็ง หรือโรคหลอดเลือดสมอง หากแต่เป็น "ภาวะสมองเสื่อม" เพราะโรคนี้ไม่ได้พรากเพียงความทรงจำของผู้ป่วย หากยังค่อย ๆ พรากชีวิตของคนที่รักเขาไปพร้อมกัน

          รายการสารคดี 60 Minutes ของสหรัฐฯ ได้ติดตามชีวิตของไมค์และแครอล ดาลี่ คู่สามีภรรยา
ที่ใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 51 ปี ก่อนนำเรื่องราวมาออกอากาศในปี ค.ศ. 2018 ทั้งคู่เคยเป็นครอบครัวอเมริกันธรรมดา ๆ ไมค์เป็นตำรวจ ส่วนแครอลทำงานธนาคาร ต่างทำงานหนักเพื่อสร้างครอบครัว และไล่ตามความฝันเหมือนคนอีกนับล้าน แต่วันหนึ่งชีวิตก็เปลี่ยนไป เมื่อแครอลเริ่มมีอาการหลงลืม แรก ๆ ทุกคนคิดว่าเป็นเพียงความขี้ลืมของวัยชรา ลืมตำราอาหาร ลืมชื่อคนรู้จัก แต่ไม่นานอาการกลับหนักขึ้น
เธอถามคำถามเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเมื่อเข้ารับการตรวจ แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะสมองเสื่อม

ตากล้องของรายการ 60 Minutes บันทึกภาพการเปลี่ยนแปลงของแครอลไว้อย่างสะเทือนใจ วันแรกที่ให้สัมภาษณ์ เธอยังจำอายุตัวเองได้ อีกสองปีต่อมาเธอจำอายุไม่ได้แล้ว สามปีหลังจากนั้น เธอจำพระเอกในดวงใจที่เคยชื่นชอบมาตลอดชีวิตไม่ได้ และในที่สุดเธอจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของสามี

ช่วงท้ายของสารคดี แครอลไม่สามารถสื่อสารหรือช่วยเหลือตัวเองได้อีกต่อไป ทุกอย่างต้องอาศัยผู้ดูแลทั้งหมดไมค์ยอมรับทั้งน้ำตาว่า เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องดูแลภรรยาในสภาพเช่นนี้
"ผมต้องดูแลเธอให้ดีที่สุดเพราะวันแต่งงานเราสัญญากันไว้ว่า จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป" แม้วันนี้
ตัวเขาจะป่วยเป็นความดันโลหิตสูง มีภาวะซึมเศร้าและกังวลอยู่เสมอว่า หากตัวเองเข้าโรงพยาบาล แล้วใครจะเป็นคนดูแลภรรยา

คำพูดสั้น ๆ ของไมค์ ทำให้ผมรู้สึกว่า คำว่า "รัก" บางครั้งไม่ได้หมายถึงการจดจำกันได้เสมอไป แต่คือการไม่ทอดทิ้งกัน แม้อีกฝ่ายจะจำเราไม่ได้แล้วก็ตาม1/

แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่า โรคนี้จะเดินเข้ามาใกล้ตัว พ่อและแม่ของผมเป็นคนความจำดีมาก
แม่ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ เล่าลำดับเครือญาติของตระกูลต่าง ๆ ได้ราวกับเปิดตำราอยู่ตรงหน้า ความจำของแม่ยังเฉียบคมจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ผมจึงไม่เคยนึกเลยว่า คนแรกในครอบครัวที่ต้องเผชิญกับโรคอัลไซเมอร์ จะเป็นแม่ยายของผมเอง เพราะเธอเป็นพยาบาลที่น่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ซึ่งผมไม่เคยเฉลียวใจเลย แม้แม่ยายเริ่มพูดคำว่า “ฉันจำไม่ได้” บ่อยครั้งมาก แต่ผมนึกคิดว่าแม่ยายพูดเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่เมื่อเริ่มแสดงอาการที่แสดงว่าไม่ใช่ ขี้ลืม แต่ หลงลืม เช่น เพิ่งรวบช้อนทานข้าวแล้วเงยหน้ามาถามหลานว่า ยายทานข้าวหรือยัง และเมื่อพาไปหาหมอ หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ ถือเป็นหนึ่งในผู้สูงอายุคนไทยกว่า 700,000 คน ที่กำลังเผชิญกับภาวะเช่นนี้ ซึ่งภรรยาและผมต้องอยู่กับความเป็นจริง และต้องยอมรับมันให้ได้

การต้องรับฟังคำพูดและคำถามที่ซ้ำ ๆ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทน รับฟัง ไม่พยายามโต้เถียง ซึ่งการอยู่บ้านมากขึ้นภายหลังเกษียณต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ที่น่าเห็นใจที่สุดคงไม่พ้นภรรยา เพราะต้องดูแลแม่ ทั้ง ๆ ที่กิจวัตรประจำวันของแม่เหมือนเดิมทุกวัน แต่แม่ไม่สามารถจดจำอะไรได้ ต้องทวนกันตลอดเวลา เรียกว่า สร้างความเครียด และทำให้คุณภาพชีวิตด้อยลง

ผมอ่านตำราวิธีดูแลและอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อย่างมีความสุข ซึ่งอ่านแล้วก็ถูกหมดทุกข้อ แต่ในทางปฏิบัติถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อผมได้พูดคุยกับ ดร.วชิรา อารมย์ดี (พี่แจน) ที่แม่เป็นโรคสมองเสื่อมเช่นเดียวกัน ผมกลับเห็นวิถีชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแลที่ต้องอยู่กับโรคนี้ให้ได้

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากพี่แจนคือ การดูแลผู้ป่วยไม่ได้มีเพียงการให้ยา แต่คือการทำให้ทุกวันของแม่ยังมีความหมาย ครอบครัวช่วยกันคิดกิจกรรมใหม่ ๆ ให้คุณแม่ทำแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ดผัก ทำอาหาร ขนม ดองผัก พาไปสวนสาธารณะ ไปทำบุญ ไปเยี่ยมญาติ หรือแม้แต่ไปชมคอนเสิร์ต

ทุกกิจกรรมถูกบันทึกไว้ใน Facebook ชื่อ "Yaiying Arrom" แล้วเปิดให้คุณแม่ดูทุกคืนก่อนนอน ราวกับช่วยเก็บรักษาความทรงจำที่กำลังค่อย ๆ เลือนหายไว้แทนสมองของท่าน


               คลิกดูตัวอย่างสารคดีชีวิตไมค์และแครอล ดาลี่

ผมชอบประโยคหนึ่งที่พี่แจนฝากไว้ "คนดูแล ก็ต้องมีเวลาดูแลตัวเอง" เพราะหากผู้ดูแลหมดแรง หมดกำลังใจ หรือหมดความหวัง ย่อมไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะส่งต่อความรักให้กับผู้ป่วยได้

 


         โรคอัลไซเมอร์อาจยังไม่มียาที่รักษาให้หายขาด แต่สิ่งหนึ่งที่ยังรักษาหัวใจของผู้ป่วยได้เสมอ คือความรัก ความอ่อนโยน และการยอมรับ บางครั้งผู้ป่วยอาจลืมว่าเราเป็นใคร แต่สำหรับคนที่รักเขา เราไม่มีวันลืมว่าเขาเคยเป็นใครในชีวิตของเรา

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดบทเรียนเยอรมนี (1):เสาหลักสื่อสาธารณะโมเดลกระจายศูนย์กู้คืนความจริง
ถอดบทเรียนเยอรมนี (1):เสาหลักสื่อสาธารณะโมเดลกระจายศูนย์กู้คืนความจริง