News Logo
หน้าแรก
จีนต้องรวมชาติ ไม่มีสิ่งใดขัดขวางได้

จีนต้องรวมชาติ ไม่มีสิ่งใดขัดขวางได้

21 พ.ค. 2569 15:31
ผู้ชม 4 คน

ในช่วงที่ผ่านมา สายตาของโลกต่างจับจ้องมายังตะวันออก วันที่ 10 เมษายน 2026 ฯพณฯ สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้พบปะอย่างเป็นกันเองที่กรุงปักกิ่งกับคณะผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋งของจีนที่นำโดยนางเจิ้ง ลี่เหวิน หัวหน้าพรรค และระหว่างวันที่ 13–15 พฤษภาคม ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาก็ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เหตุการณ์สำคัญทั้งสองนี้ทำให้สายตาของโลกหันกลับมาให้ความสนใจกับ “ปัญหาไต้หวัน” อีกครั้ง

 

1.กระแสของประวัติศาสตร์แห่งความเป็นเอกภาพและการรวมชาติของประชาชาติจีนไม่มีสิ่งใดขัดขวางได้

เดือนเมษายนของกรุงปักกิ่ง เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งฤดูใบไม้ผลิ การพบกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างเลขาธิการใหญ่สี จิ้นผิง กับนางเจิ้ง ลี่เหวิน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง ได้ส่งเสียงอันทรงพลังถึงความมุ่งมั่นของประชาชาติจีนในการธำรงความสามัคคีและความเป็นเอกภาพของชาติ เลขาธิการใหญ่สี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นอย่างลุ่มลึกว่า พี่น้องสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประชาชาติจีน  ประชาชาติจีนซึ่งรวมถึงชาวไต้หวันได้ร่วมกันสร้างรัฐพหุชนชาติที่เป็นเอกภาพ ร่วมกัน จารึกประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของจีน ร่วมกันสร้างอารยธรรมจีนอันงดงาม และร่วมกันหล่อหลอมความเชื่อร่วมกันว่า “แผ่นดินจีนไม่อาจแบ่งแยก ประเทศจีนต้องไม่วุ่นวาย ประชาชาติจีนจะไม่แตกแยก และอารยธรรมจีนต้องได้รับการสืบทอด”

ในการพบหารือครั้งดังกล่าว เลขาธิการใหญ่สี จิ้นผิง ได้เสนอแนวทาง 4 ประการต่อการพัฒนาความสัมพันธ์สองฝั่งช่องแคบ ได้แก่ (1) ยืนหยัดใช้การยอมรับอัตลักษณ์ที่ถูกต้องเพื่อสร้างความใกล้ชิดทางจิตใจ (2) ยืนหยัดใช้การพัฒนาอย่างสันติเพื่อพิทักษ์บ้านหลังเดียวกัน (3) ยืนหยัดใช้การแลกเปลี่ยนและหลอมรวมเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน (4) ยืนหยัดใช้ความสามัคคีและการต่อสู้อย่างมุมานะเพื่อบรรลุการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีน ท่านยังเน้นย้ำว่า ไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศและสถานการณ์ของช่องแคบไต้หวันจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร กระแสแห่งการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีนจะไม่เปลี่ยนแปลง และกระแสแห่งการเดินเข้าหากันและเดินไปด้วยกันของพี่น้องทั้งสองฝั่งช่องแคบจะไม่เปลี่ยนแปลง ภายใต้กรอบของการยึดมั่นใน “ฉันทามติปี 1992” และการคัดค้าน “เอกราชไต้หวัน” ฝ่ายจีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับพรรคการเมือง องค์กร และบุคคลทุกภาคส่วนของไต้หวัน เพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและการหารือ ร่วมสร้างสันติภาพให้สองฝั่งช่องแคบ สร้างความผาสุกแก่พี่น้องร่วมชาติ และสร้างการฟื้นฟูแก่ประชาชาติจีน โดยกุมอนาคตของความสัมพันธ์สองฝั่งช่องแคบไว้ในกำมือของประชาชาติจีนอย่างมั่นคง

 

2. “ปัญหาไต้หวันคือรากฐานสำคัญที่สุดของพื้นฐานทางการเมืองในความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ”

ในการพบหารือระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง ปัญหาไต้หวันถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ นายหวัง อี้ กรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังการพบหารือ โดยย้ำจุดยืนพื้นฐาน 3 ประการของจีน ได้แก่ ประการแรก ปัญหาไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีน และการบรรลุการรวมชาติอย่างสมบูรณ์คือความปรารถนาร่วมกันของชาวจีนทุกคน ประการที่สอง ปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ หากจัดการไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าหรือการปะทะระหว่างสองประเทศ และผลักให้ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ตกสู่สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง ประการที่สาม การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันคือจุดร่วมสูงสุดของทั้งสองฝ่าย และเงื่อนไขสำคัญในการทำเช่นนั้นคือ “ต้องไม่สนับสนุนและไม่ละเลยต่อพฤติกรรมแยกเอกราชของไต้หวัน” สหรัฐฯ มีจุดยืนเช่นเดียวกับประชาคมโลก นั่นก็คือไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับการก้าวสู่เอกราชของไต้หวัน  ประธานาธิบดีทรัมป์เองก็ได้กล่าวหลังจากเดินทางกลับประเทศแล้วว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการเข้าสู่สงครามเพื่อไต้หวัน สิ่งนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า “หลักการจีนเดียว” เป็นฉันทามติของประชาคมโลก และความพยายามใด ๆ ที่จะแบ่งแยกดินแดนจีน ไม่เพียงไร้ผู้สนับสนุน แต่ยังขัดกับความคาดหวังหลักของประชาคมระหว่างประเทศ

 

3. หลักการจีนเดียวคือหลักการอันเด็ดขาดที่ไม่อาจท้าทาย และเป็นรากฐานอันมั่นคงของมิตรภาพจีน–ไทย

ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนอันศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณและไม่อาจแบ่งแยกได้ ตั้งแต่ “ปฏิญญาไคโร” จนถึง “ปฏิญญาพ็อทซ์ดัม” เอกสารระหว่างประเทศที่มีผลทางกฎหมายหลายฉบับต่างระบุอย่างชัดเจนว่า ไต้หวันซึ่งถูกญี่ปุ่นยึดครองนั้นจะต้องส่งคืนแก่จีน ขณะที่มติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 2758 เมื่อปี 1971 ก็ได้รับการรับรองด้วยเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น เพื่อยืนยันหลักการจีนเดียว โดยในเอกสารทางการของสหประชาชาติเรียกไต้หวันว่า “มณฑลไต้หวันของจีน” มาโดยตลอด

“จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ทั้งสองประเทศได้ร่วมฟันฝ่าอุปสรรคเคียงข้างกันมากว่าครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต รัฐบาลไทยทุกรัฐบาลต่างยืนหยัดดำเนินนโยบายจีนเดียวอย่างแน่วแน่ ในแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลจีนและรัฐบาลไทยเมื่อปี ค.ศ. 2025 ฝ่ายไทยได้ย้ำอีกครั้งว่า ไทยยึดมั่นในนโยบายจีนเดียวอย่างแน่วแน่ และยอมรับว่ารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนคือรัฐบาลตามกฎหมายเพียงรัฐบาลเดียวที่เป็นตัวแทนของจีนทั้งหมด ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ รวมทั้งจะไม่สนับสนุนการเรียกร้องใดๆ เรื่อง “เอกราชไต้หวัน” ฝ่ายจีนชื่นชมอย่างสูงต่อจุดยืนอันถูกต้องและยุติธรรมของไทยในการยึดมั่นหลักการจีนเดียว ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า การยึดมั่นหลักการจีนเดียวไม่เพียงปกป้องความยุติธรรมระหว่างประเทศ แต่ยังวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่การพัฒนาความสัมพันธ์จีน–ไทยให้ก้าวหน้าอีกด้วย

 

4. ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของไทยยึดมั่นในหลักการจีนเดียว และสนับสนุนภารกิจรวมชาติเป็นเอกภาพของจีน

จีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันต่างเป็นจีนเดียวกัน นี่คือข้อเท็จจริงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นสถานะที่แท้จริงของช่องแคบไต้หวัน “เอกราชไต้หวัน” ไม่อาจอยู่ร่วมกับสันติภาพของช่องแคบไต้หวันได้ ดังนั้น การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน จำเป็นต้องคัดค้าน “เอกราชไต้หวัน” อย่างชัดเจน ฝ่ายจีนเชื่อมั่นว่า ชาวจีนทั้งสองฝั่งช่องแคบมีทั้งสติปัญญาและความสามารถเพียงพอในการจัดการเรื่องของตนเอง ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอเรียกร้องอย่างจริงจังต่อบุคคลผู้มีวิสัยทัศน์จากทุกภาคส่วนของไทย รวมถึงชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย ให้ร่วมส่งเสียงและยืนหยัดไปในทิศทางเดียวกัน ดังนี้

 

ประการแรก ขอให้ทุกท่านร่วมกันส่งเสียงสนับสนุนหลักการจีนเดียว ยึดมั่นในจุดยืนที่เป็นกลางและยุติธรรม เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าปัญหาไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีนโดยสมบูรณ์ ไม่อาจยอมให้มีการแทรกแซงจากภายนอกได้ พร้อมสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลจีนในปัญหาไต้หวันอย่างมั่นคง และคัดค้านการกระทำใด ๆ ที่ส่งเสริมหรือสนับสนุน “เอกราชไต้หวัน”

ประการที่สอง ขอให้ทุกท่านร่วมกันสร้างแนวป้องกันต่อต้านการแบ่งแยก การยึดมั่นในหลักการจีนเดียวคือการปกป้องเส้นแดงแห่งความยุติธรรมของประชาคมระหว่างประเทศและหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือการพิทักษ์สันติภาพ ความรุ่งเรือง และเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวัน คือการสนับสนุนอนาคตเอเชียแปซิฟิกที่มั่นคงและรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

ประการที่สาม ขอให้ทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานและสนับสนุนการบรรลุการรวมชาติอย่างสมบูรณ์ของจีน ขอให้เป็นผู้ส่งเสริมที่มั่นคงและผู้มีส่วนร่วมเชิงบวกต่อภารกิจการรวมชาติเป็นเอกภาพของจีนต่อไป ไม่ว่าสถานการณ์จะผันผวนหรือเผชิญคลื่นลมเพียงใด จีนจะต้องรวมชาติ และจะสามารถรวมชาติเป็นเอกภาพได้อย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อินทรีย์เล่นหมากล้อม:นโยบายต่างประเทศใหม่ของสหรัฐ
อินทรีย์เล่นหมากล้อม:นโยบายต่างประเทศใหม่ของสหรัฐ