News Logo
หน้าแรก
แสนรายเสี่ยงนอมินี! เปิดแผนกรมพัฒน์ล้างบาง สกัดบัญชีม้า-บ.ตุ๋นชาวบ้าน

แสนรายเสี่ยงนอมินี! เปิดแผนกรมพัฒน์ล้างบาง สกัดบัญชีม้า-บ.ตุ๋นชาวบ้าน

4 ก.พ. 2569 13:24
ผู้ชม 37 คน

"....ที่ผ่านมาทางกรมฯผลักดันให้การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลให้สะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และให้จดทะเบียนออนไลน์ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน แต่กลุ่มมิจฉาชีพก็สะดวกไปด้วย...เราก็มาออกแบบว่าจะให้ประชาชนที่สุจริตยังสะดวกเหมือนเดิม แต่คนไม่สุจริตก็ให้ลำบากมากขึ้น..."

ปฏิบัติการปราบปรามปัญหาคนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือ "นอมินี"

กลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง!!

หลังปรากฏข่าว เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ว่า นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ส่งทีมปราบนอมินีร่วมกับ 5 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต, ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต, สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งธุรกิจนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และเรือเช่า ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือ "นอมินี" เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

ขณะที่จากการตรวจสอบเบื้องต้น 10 ธุรกิจเป้าหมาย และสำนักงานบัญชี-กฎหมายที่ต้องสงสัยว่าให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติ พบพิรุธหลายประการ โดยเฉพาะภูเก็ตถือเป็นพื้นที่เสี่ยง มีบริษัทที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนกับคนไทยสูงถึง 11,263 บริษัท คิดเป็นร้อยละ 38.72 ของบริษัททั้งหมด 29,090 แห่ง และส่วนใหญ่ลงทุนไม่ถึง 50% เพื่อเลี่ยง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ผลการตรวจสอบ 10 ธุรกิจ พบว่ามีนิติบุคคล 3 บริษัท ที่มีที่ตั้งเดียวกับสำนักงานบัญชี นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ทำบัญชีของสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่งแอบอ้างตัวเป็นกรรมการของนิติบุคคล พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นเพื่อมาให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่แทนกรรมการตัวจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหากรรมการและผู้ทำบัญชีรายดังกล่าว ในฐานความผิดให้บุคคลอื่นใช้บัตรประชาชน และใช้บัตรประชาชนคนอื่น ตาม พ.ร.บ. บัตรประชาชน พ.ศ. 2526

ภาพประกอบสัมภาษณ์

ภาพประกอบสัมภาษณ์

ล่าสุด ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าว Next News มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามบัญชีม้านิติบุคคล และคนไทยที่เป็นนอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในปัจจุบัน

ปรากฏรายละเอียดนับจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป

"เรื่องบัญชีม้านิติบุคคล เมื่อก่อนสแกมเมอร์ และมิจฉาชีพหลอกคนโอนเงิน จะเปิดบัญชีธนารคาร เป็นบัญชีส่วนบุคคล แต่ช่วงหลังๆ คนเริ่มระมัดระวัง กลัวถูกหลอกจึงไม่โอนเงินให้ผ่านบัญชีส่วนบุคคล พวกมิจฉาชีพก็เปลี่ยนวิธี แทนที่จะเปิดบัญชีในนามบุคคล ก็มาตั้งบริษัท แล้วเอาบริษัทไปเปิดบัญชีธนาคารแล้วหลอกคนให้โอนเงินเข้าบัญชีนิติบุคคล เพื่อให้ดูว่ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อเงินเข้าบัญชีนิติบุคคล ก็โอนไปต่อที่อื่นได้เป็นจำนวนมาก"

นายพูนพงษ์ เริ่มต้นฉายภาพให้เห็นเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อระบุว่า ที่ผ่านมาทางกรมฯผลักดันให้การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลให้สะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และให้จดทะเบียนออนไลน์ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน แต่กลุ่มมิจฉาชีพก็สะดวกไปด้วย

"เราก็มาออกแบบว่าจะให้ประชาชนที่สุจริตยังสะดวกเหมือนเดิม แต่คนไม่สุจริตก็ให้ลำบากมากขึ้น"

"จึงมีการออก 4 คำสั่งกับ 2 ประกาศ มีผลเมื่อ 1 มกราคม 2569 ก็ได้ผลค่อนข้างดี โดยข้อมูลตั้งแต่ 1 มกราคม-30 กันยายน 2568 พบการจัดตั้งบริษัทใหม่แล้วนำไปเป็นบัญชีม้านิติบุคคล 478 บริษัท หลังจากเราเข้มงวดมากขึ้น ข้อมูลตั้งแต่ 1 ตุลาคม- 31 ธันวาคม 2568 เหลือ 71 บริษัท และตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ 4 คำสั่ง 2 ประกาศ ตั้งแต่ 1-31 มกราคม 2569 พบแค่ 1 บริษัทเท่านั้น"

“แต่เมื่อเราบล็อกนิติบุคคลเปิดใหม่เพื่อไปทำบัญชีม้าได้ มิจฉาชีพมันก็จะเปลี่ยนไปหานิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้แล้ว แต่ไม่ดำเนินการธุรกิจอะไรแล้ว และไม่ยอมจดเลิกนิติบุคคล แล้วจะขายหัวหรือขายบริษัทให้กับมิจฉาชีพ เราก็จะป้องกันตรงนี้เพิ่มเติม ก็อยากฝากว่าคนที่จะขายหัวหรือขายบริษัทให้ใครก็ควรเช็กข้อมูลให้ดี อย่าหวังแต่จะเอาเงินอย่างเดียว ต้องตรวจสอบดูว่าคนที่มาซื้อน่าเชื่อถือแค่ไหน”

ส่วนเรื่องปัญหานอมินี นายพูนพงษ์ กล่าวว่า "วันนี้เรามีบริษัทประมาณ 7.6 แสนราย พบว่าประมาณกว่า 1 แสนราย มีคนต่างชาติเข้ามาลงทุนในสัดส่วนไม่ถึง 50% เพราะถ้าถึง 50% บริษัทนั้นจะมีฐานะเป็นบริษัทต่างด้าว ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2542 เราจึงนำเอาบริษัทกว่า 1 แสนรายมาวิเคราะห์ โดยเรามี 38 แพทเทิร์นในการวิเคราะห์ เพื่อจัดกลุ่มเสี่ยงว่าในกว่า 1 แสนรายมีกี่รายที่มีโอกาสเข้าข่ายเป็นนอมินี ที่คนไทยแทนถือหุ้นแทนต่างชาติ"

นายพูนพงษ์ กล่าวย้ำว่า "หรือแม้แต่คนไทยที่อาจถูกหลอกเอามาชื่อไปเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นกรรมการบริษัท เราก็เชื่อมข้อมูลเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน) 13 ล้านคนที่มีรายได้ไม่เกินปีละ 1 แสนบาท กับกระทรวงการคลัง"

" หากพบรายชื่อมาจดทะเบียน เป็นผู้ถือหุ้น เราก็จะให้มาแสดงตนเพื่อยืนยันว่าร่วมจัดตั้งบริษัทหรือถือหุ้นจริงหรือไม่ ถ้ายืนยันว่าจริง เราก็จะส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังว่าบุคคลที่มีรายชื่อได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มาจดทะเบียนบริษัท เพื่อไปตรวจสอบว่ารายได้ของคนดังกล่าวยังเข้าเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกหรือไม่"

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ผลการดำเนินการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้าปี 2568

นายพูนพงษ์ ยังระบุถึงผลการดำเนินการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้าปี 2568 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่ามีดังนี้

ตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ 42 จังหวัด รวม 483 รายใน 6 กลุ่มธุรกิจเสี่ยงได้แก่ 1.ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก 2.อี-คอมเมิร์ซ/ขนส่ง/คลังสินค้า 3.ค้าที่ดิน/อสังหาฯ 4.โรงแรม/รีสอร์ต 5.เกษตรเกี่ยวเนื่อง และ 6.ก่อสร้างทั่วไป โดยกรมฯส่งข้อมูลผู้เข้าข่ายกระทำความผิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ดีเอสไอ และบก.ปอศ.ดำเนินการตามกฎหมาย

ผลการดำเนินงานในช่วงขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน (ตุลาคม-ธันวาคม 2568) โดยมีการลงพื้นที่ตรวจค้นจุดต่างๆ อาทิ สำนักงานบัญชี/วิลล่าหรู เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี / ตรวจสอบบริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ธุรกิจเชื่อมโยงปริ้นซ์กรุ๊ป กทม./ตรวจสอบสถานที่ตั้งสำนักงาน เขตหลักสี่ กทม. ใช้เป็นที่ตั้งบริษัทเดียวกัน 12 บริษัท

ส่งเรื่องนิติบุคคลเข้าข่ายกระทำผิด 11 รายให้ บก.ปอศ.ดำเนินการตามกฎหมาย เป็นธุรกิจเหล็ก ในจ.สมุทรปราการ 2 ราย สำนักงานบัญชีที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 2 ราย สำนักงานบัญชีและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จ.ชลบุรี 1 ราย และธุรกิจขนส่ง ในกทม.และปริมณฑล 6 ราย

ส่งข้อมูลให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 357 ราย (กทม. 323 ราย และต่างจังหวัด 34 ราย) และส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตรวจสอบ 3,634 ราย

การตรวจสอบบัญชีธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินี 2,542 ราย พร้อมตรวจสอบบัญชีและงบการเงินนิติบุคคล ที่มีชื่อในบัญชี HR-03 (บุคคลความเสี่ยงสูง ของปปง.) ทั่วประเทศ 2,012 ราย

ตรวจสอบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน เป้าหมาย 21,459 ราย ใน 4 กลุ่ม 1.การลงทุนโดยตรง(FDI) 2.การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 3.การครอบครองเพื่อการเกษตรกรรม และ 4.การครอบครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังย้ำด้วยว่า "ที่ผ่านมาเราพบหลายราย แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้ามายืนยันตัวตนแสดงว่าถูกหลอกหรือถูกจ้างมา เราเป็นหน่วยงานนำวิถี เมื่อเราวิเคราะห์แล้วเห็นกลุ่มเสี่ยง ก็จะส่งข้อมูลไปให้หน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมสรรพากร ปปง. สอบสวนกลาง ดีเอสไอ และ เอโอซี"

"เราดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด โดยข้อหานอมินี มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท" อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุ

อินโฟกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

อินโฟกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

@ เคียงข่าว

สำหรับ 4 คำสั่ง ปราบปรามนอมินีบัญชีม้า ได้แก่

  • 1.คำสั่งฯกรณีจดทะเบียนแล้วมีกรรมการผู้ถือหุ้น หุ้นส่วนเป็นบุคคลบัญชีม้าต่องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน ยื่น Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และแสดงหลักฐานสถานที่ตั้งสำนักงาน

  • 2.คำสั่งกรณีหลักใช้บุคคลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน ผู้มีบัตรสวัสดิการฯ ต้องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน พร้อม Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน

  • 3.คำสั่ง กรณีจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด และมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนไม่ถึงร้อยละ 50 หรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท(กลุ่มเสี่ยงนอมิน) ผู้ถือหุ้เนคนไทยทุกคนต้องส่ง Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน

  • 4.คำสั่งกรณีจดทะเบียนและใช้ที่ตั้งซ้ำๆกัน(หลายนิติบุคคลตั้งที่เดียวกัน) ต้องจัดส่งหนังสือยินยอมของผู้มีสิทธิให้ใช้สถานที่และเอกสารหลักฐานแสดงสิทธิ

นอกจากนี้ ยังมีประกาศ 2 ฉบับ ที่เป็นเครื่องมือช่วยการขับเคลื่อนภารกิจ ได้แก่

  • 1.ประกาศกำหนดบุคคลที่ผู้ขดจดทะเบียนจะลงลายมือชื่อต่อหน้า เช่น ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี สมาชิกนิติบัณฑิตยสภา(ทนายความ)

  • 2.ประกาศฯ บุคคลที่จะเป็นผู้รับรองการลงลายมือชื่อต่อหน้าของกรรมการและหุ้นส่วนได้ต้องลงทะเบียนพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านระบบก่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
นอมินี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

EEC-ทัพเรือ-UTA ได้ฤกษ์เริ่มพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา มูลค่ากว่า 2.9 แสนล.
EEC-ทัพเรือ-UTA ได้ฤกษ์เริ่มพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา มูลค่ากว่า 2.9 แสนล.