News Logo
หน้าแรก
ยอดผลิตรถยนต์ ม.ค. 69 เพิ่ม 10.53% สวนทางส่งออกลดลง ต่ำสุดรอบ 45 เดือน

ยอดผลิตรถยนต์ ม.ค. 69 เพิ่ม 10.53% สวนทางส่งออกลดลง ต่ำสุดรอบ 45 เดือน

24 ก.พ. 2569 17:08
ผู้ชม 16 คน

สภาอุตสาหกรรมเผยยอดการผลิตรถยนต์ เดือนม.ค. 69 กว่า 1.18 แสนคันเพิ่ม 10.53% สวนทางการส่งออกลด 6.28% ต่ำสุดรอบ 45 เดือน ลุ้นรัฐบาลใหม่เร่งผลักดันให้เอกชนลงทุนเร็วขึ้นช่วยดันจีดีพีโต 5%

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ วันที่ 24กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงถึงการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมกราคม 2569 ว่า  สำหรับการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในเดือนมกราคม 2569 มีทั้งสิ้น 118,386 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 3.98 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 10.53 เพราะผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.56 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 153.57 รวมทั้งผลิตรถบรรทุกเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.18 ตามการลงทุนของภาคเอกชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้ามาขายในปี 2567 – 2568 เป็นปีแรกจากโครงการ EV 3.5

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับรถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 41,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 16.30 อาทิ รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 17,991 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 12.65 รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 2,471 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 48.41 รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 1,725 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 20.32 รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 19,348 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 21.58

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมกราคม 2569 มีจำนวน 73,936 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 1.58 และ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 53.77 เพิ่มขึ้นจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อปี 2568 รวมทั้งเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 2:1 ของโครงการ EV 3.5 ส่งผลยอดขายรถยนต์นั่งและรถ SUV เพิ่มขึ้นร้อยละ 76.2 และ 93.6 ตามลำดับ จากมกราคม 2568 แต่รถกระบะยังคงขายลดลงร้อยละ 5.5 จากมกราคม 2568 เพราะสถาบันการเงินยังเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ จากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้อของประชาชนยังคงอ่อนแอ ภาคอุตสาหกรรมยังใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนมกราคม 2569 ส่งออกได้ 58,405 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.28 ต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 หรือรอบ 45 เดือน จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออก และความเข้มงวดในการนำเข้ารถยนต์ที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยขับในด้านความปลอดภัยรวมทั้งการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอน ส่งผลให้ส่งออกรถยนต์ลดลงในตลาดเอเชีย ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ประเภทรถยนต์ส่งออกเดือนมกราคม 2569 อาทิ รถกระบะ 36,478 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 62.46 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.23  รถยนต์นั่ง ICE 6,770 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.59 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 48.52   รถ PPV 7,122 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.19 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 13.17

“มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 39,092.58 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 5.68 โดยเครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,869.03 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 1.57 ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 14,470.14 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 3.52 อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,786.29 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 18.19 รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ เดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 58,218.04 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 5.40” นายสุรพงษ์ กล่าว

“อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตมากกว่าที่คาดในอัตรา 2.5% ในไตรมาส 4 ปี 2568 จากการลงทุนรวมที่ขยายตัว 8.1% โดยเป็นการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 6.5% จากการปลดล็อกให้นักลงทุนมีความคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลให้การก่อสร้างโรงงานขยายตัวถึง 12.2% และจากภาครัฐที่เร่งลงทุนขยายตัว 13.3% รวมถึงมีการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 12.8% โดยเฉพาะเครื่องจักรขยายตัว 21.8% คงต้องรอรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันการลงทุนที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาทในปี 2568 ให้ลงทุนเร็วขึ้นเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนไทยมากขึ้น เศรษฐกิจประเทศไทยจะได้เติบโตมากกว่า 5% เหมือนในอดีต”นายสุรพงษ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด
'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด