News Logo
หน้าแรก
ลูกจ้างประกันสังคม มาตรา 33 ปี 68 ตกงานพุ่งกว่า 5.3 แสนคน

ลูกจ้างประกันสังคม มาตรา 33 ปี 68 ตกงานพุ่งกว่า 5.3 แสนคน

17 มี.ค. 2569 22:00
ผู้ชม 59 คน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยสถิติแรงงาน มาตรา 33 ปี 2568 ถูกเลิกจ้างพุ่งกว่า 5.3 แสนคน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน คาดปี 2569 แนวโน้มยังสูงเฉลี่ยเดือนละ 4 หมื่นคน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนความเปราะบางของตลาดแรงงานไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี

ตกงาน

ลูกจ้างมาตรา 33 ในระบบประกันสังคมตกงานเพิ่ม 20%

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2568 มีแรงงานในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ถูกเลิกจ้างรวม 531,779 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปีก่อนหน้า โดยแนวโน้มการเลิกจ้างเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 7% ต่อปีในช่วงปี 2565-2568 ขณะที่ปัจจุบันแรงงานในระบบประกันสังคมมีประมาณ 12.2 ล้านคน

เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างอุตสาหกรรม พบว่า ภาคการผลิตมีสัดส่วนการเลิกจ้างสูงสุดประมาณ 24% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ โลหะ สิ่งทอ และอาหาร รองลงมาคือธุรกิจค้าส่งค้าปลีก 12% ภาคก่อสร้าง 9% กิจกรรมทางวิชาชีพ 5% และธุรกิจขนส่งและคลังสินค้า 4%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในปี 2569 การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคมยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยอาจเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน จากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ในภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ในไตรมาส 4 ปี 2568 การจ้างงานปรับตัวลดลงประมาณ 0.9% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยมีจำนวนผู้มีงานทำทั้งสิ้น 39.8 ล้านคน ขณะที่ทั้งปี 2568 ลดลง 0.5% ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% ในไตรมาส 4 ปี 2568 และทั้งปี 2568 เพิ่มขึ้น 0.81%

ทั้งนี้ อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคม พบว่ามีการปรับตัวลดลง โดยอยู่ที่ 1.78% ในไตรมาส 4 คิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 2.17 แสนคน ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ถูกเลิกจ้าง 18.9% ด้านผู้ว่างงานระยะยาวอยู่ที่ 5.8 หมื่นคน ลดลง 14.4% ภาพรวมในปี 2568 มีกำลังแรงงานทั้งหมด 40.2 ล้านคน ลดลง 0.3%

อย่างไรก็ตาม ตามพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 46 กำหนดให้มีการเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีคลอดบุตร ฝ่ายละเท่ากันตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินอัตราเงินสมทบท้ายพระราชบัญญัตินี้

กำหนดผู้ประกันตนออก 3 รูปแบบ คือ ผู้ประกันตน มาตรา 33 เป็นระบบประกันสังคมภาคบังคับสำหรับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการ หรือบริษัทเอกชนที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จะต้องจ่ายเงินสมทบทั้งสามฝ่ายเท่ากัน มีสวัสดิการพื้นฐานให้ความคุ้มครองครอบคลุม 7 กรณี ประกอบด้วย การว่างงาน ประสบอันตรายหรือได้รับความเจ็บป่วย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ และเสียชีวิต รวมถึงสวัสดิการอื่นตามที่กำหนด

ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ การประกันตนภาคสมัครใจสำหรับบุคคลที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน แต่ได้ลาออกจากงาน และต้องการรักษาสิทธิประโยชน์ประกันสังคมให้ต่อเนื่อง แต่ต้องเคยส่งเงินสมทบตามมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และต้องสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออก ผู้ประกันตนมาตรานี้จะจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ยกเว้นกรณีว่างงาน

ผู้ประกันตน มาตรา 40 เป็นระบบประกันสังคมภาคสมัครใจรองรับแรงงานนอกระบบ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้าง เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งไม่เข้าข่ายผู้ประกันตนมาตรา 33 และไม่เคยสมัครมาตรา 39 มาก่อน โดยผู้สมัครต้องมีอายุ 15-65 ปีบริบูรณ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตกงาน
มาตรา33
ระบบประกันสังคม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด
'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด