"ทวี" เสนอ 8 ข้อ แก้ปัญหา ชี้! ค่าไฟ 2.50-3 บาทไม่ใช่ฝัน ยันทำได้จริง ชี้ต้องเลิกสัมปทาน "เสือนอนกิน" คืนอำนาจผลิต 51% ให้ กฟผ. พร้อมเร่งใช้พลังงานต้นทุนต่ำของชาติ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลได้ออกมาเปิดเผยถึงปัญหาโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเสนอแนวทางพลิกวิกฤตค่าไฟแพง ให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าในราคาเพียง 2.50 - 3 บาทต่อหน่วย ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริง หากรัฐบาลมุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่าบิลค่าไฟที่ประชาชนต้องจ่ายแพง คือภาพสะท้อนของโครงสร้างที่เอื้อประโยชน์ให้นายทุนเอกชนที่ได้รับสัมปทานเป็น "เสือนอนกิน" ทั้งที่ไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคจำเป็น รัฐธรรมนูญมาตรา 56 กำหนดให้รัฐต้องเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 แต่ปัจจุบัน กฟผ. กลับผลิตไฟฟ้าเองได้เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ส่วนอีกร้อยละ 70 กลับถูกประเคนอำนาจการผลิตไปให้เอกชนรายใหญ่ ถือเป็นการปล่อยให้อธิปไตยทางพลังงานหลุดลอยไปอยู่ในมือนายทุน
หัวหน้าพรรคประชาชาติยังได้เปิดเผยข้อมูลต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ต่ำจากแหล่งพลังงานที่ กฟผ. ควบคุมเอง 100% อาทิ ลิกไนต์แม่เมาะ ที่มีต้นทุนเพียง 1.20 - 1.23 บาทต่อหน่วย และพลังน้ำทั่วประเทศ ที่มีเพียงค่าดำเนินการ 1.06 - 1.37 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นทรัพยากรในประเทศที่ไม่ต้องนำเข้า ไม่ต้องหวั่นผันผวนจากค่าเงินหรือสงครามโลก ในทางกลับกัน การซื้อไฟฟ้าจากเอกชนมีต้นทุนสูงถึง 3.15 - 3.53 บาทต่อหน่วย และประชาชนยังต้องจ่าย "ค่าความพร้อมจ่าย" ให้เอกชนฟรีๆ แม้โรงไฟฟ้าเหล่านั้นไม่ได้เดินเครื่องผลิตจริง ซึ่งเป็นกำไรส่วนเกินที่สูบจากกระเป๋าประชาชน
พ.ต.อ.ทวี ได้เสนอมาตรการ 8 ข้อ เพื่อลดค่าไฟ โดยที่มาของมาตรการมาจากรายงานของคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคาดว่าจะลดค่าไฟฟ้าลงได้ไม่น้อยกว่า 0.8588 บาทต่อหน่วย โดยทั้ง 8 ข้อมีสาระสำคัญคือ:
ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน
หยุดเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) และ FiT สำหรับผู้ผลิตเอกชนที่ผ่านจุดคุ้มทุนแล้ว
นำรายได้จากทรัพยากรชาติ ทั้งค่าภาคหลวงและส่วนแบ่งกำไรมาลดต้นทุนเชื้อเพลิง
หน่วยงานรัฐรับผิดชอบค่าไฟสาธารณะเอง เช่น อปท. และกรมทางหลวง
ปรับสัดส่วนเงินนำส่งรัฐ ลดเงินนำส่งจาก 3 การไฟฟ้าเหลือร้อยละ 20 เพื่อนำส่วนต่างมาลดค่าไฟ
ทบทวนสัญญา LNG ระยะยาว เพิ่มสัดส่วนการซื้อก๊าซแบบ Long-Term Contract ให้ถึงร้อยละ 85
ลดเกณฑ์ภาษีเงินได้นิติบุคคล ปรับลดภาษีที่ใช้คำนวณรายได้ของการไฟฟ้าเหลือร้อยละ 20
จัดตั้งคลังกักเก็บ LNG เป็นเขตปลอดอากร เพื่อลดภาระภาษีและต้นทุนบริหารจัดการ
พ.ต.อ.ทวี ยังได้เสนอแนวทางสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายค่าไฟไม่เกิน 3 บาท โดยเน้นการหยุดสัมปทานระบบ "เสือนอนกิน" ดังนี้:
โรงไฟฟ้าเอกชนใดที่หมดสัญญา รัฐต้องหยุดต่อสัญญาทาสและดึงกลับมาบริหารเองทันทีเมื่อสัญญาซื้อขาย (PPA) สิ้นสุด
คืนอำนาจให้ กฟผ. ผลิตเอง 51% ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้ามุ่งเน้นบริการสาธารณะ ไม่ใช่กำไรในตลาดหลักทรัพย์ และสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้ต่ำลงได้
ใช้ของดีราคาถูกที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ เร่งกำลังการผลิตจากพลังน้ำและลิกไนต์ของ กฟผ. ที่มีราคาเพียง 1 บาทต้นๆ มาเป็นฐานราคาหลัก เพื่อดึงค่าไฟเฉลี่ยของประเทศให้ลดลง
"พลังงานคือสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน ไม่ใช่บ่อเงินบ่อทองของใคร ผมจะเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมนี้ให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศครับ" พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเงื่อนไขของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และพรรคประชาชาติ ในการเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้นั้นมีด้วยกัน 3 ประการได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาหนี้สินทางการศึกษาเพื่อลดภาระให้เยาวชนและครอบครัว 2. การจัดการปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนให้มีความชัดเจนและเป็นธรรม และ 3. การปรับปรุงกฎหมายด้านภาษีเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน




