'บางจาก' แจงถูกสถาบันการเงินระหว่างประเทศระงับ-ยุติให้บริการบางด้าน และจำกัดการทำธุรกรรม เหตุผู้ถือหุ้นเสียงไม่พอในการแก้ข้อบังคับให้กรรมการที่ถูกกล่าวหาพัวพันการอายัดทรัพย์ต้องพ้นเก้าอี้
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกจดหมายข่าวชี้แจงกรณีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 ของบริษัทฯ โดยสรุปผลการรวมคะแนน วาระที่ 7 เรื่องพิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท มีผู้ถือหุ้นที่เห็นด้วย 759,728,803 เสียง คิดเป็น 69.5007% ไม่เห็นด้วย 317,522,622 เสียง คิดเป็น 29.0472% งดออกเสียง 15,872,310 เสียง คิดเป็น 1.4520% บัตรเสีย 5 เสียง คิดเป็น 0.0000% รวม 1,790 ราย จำนวน 1,093,123,740 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100%
ถือว่าที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยนับผู้ที่งดออกเสียงเป็นฐานในการนับคะแนน มีมติไม่อนุมัติแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ ตามที่เสนอ อย่างไรก็ตามมีเสียงเกินกว่า 2 ใน 3 ที่สนับสนุนให้แก้ไขข้อบังคับเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัท
บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นเสียงส่วนใหญ่ ที่สนับสนุนการยกระดับธรรมาภิบาล ในวาระที่ 7 ของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเสนอแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทางกฎหมายและการกำกับดูแลในระดับสากล แม้จะไม่ได้รับคะแนนเสียงถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ เห็นควรถึงการรายงานเหตุผลของการเสนอวาระนี้ รวมถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน
การเสนอแก้ไขข้อบังคับในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเพิ่มเติม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สถาบันการเงิน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีที่มาจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย และได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินและคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
"ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ บริษัทฯ ได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ทั้งในรูปแบบการระงับหรือยุติการให้บริการบางด้าน การจำกัดการดำเนินธุรกรรม รวมถึงการทบทวนวงเงินสินเชื่อในบางส่วน จนกว่าจะสามารถจัดการประเด็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นและสถานะของกรรมการผู้แทนให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ในตลาดทุนมีการปรับเงื่อนไขการซื้อขายหลักทรัพย์ และราคาหุ้นมีความผันผวนในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งสะท้อนการประเมินความเสี่ยงและความเชื่อมั่นของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ การประเมินด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ของบริษัทฯ ยังได้รับผลกระทบ ซึ่งมีผลต่อมุมมองของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ผลกระทบดังกล่าวมีความเชื่อมโยงในหลายมิติ และอาจขยายผลในลักษณะลูกโซ่ ทั้งในด้านการเงิน การระดมทุน ความสัมพันธ์กับคู่ค้าระหว่างประเทศ และโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงานซึ่งต้องพึ่งพาการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นหลัก การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และธรรมาภิบาลจึงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ" รายงานข่าวระบุ
ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่ชัดเจนในประเด็นนี้ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง หรือได้รับผลกระทบจากมาตรการกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในด้านการเข้าถึงระบบธนาคารระหว่างประเทศ และความสามารถในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ
การประชุมผู้ถือหุ้นเป็นกลไกสำคัญของธรรมาภิบาล เป็นเวทีที่ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิบนข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีผลต่อทิศทางของบริษัทฯ ในระยะยาว บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดการประชุมภายใต้หลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิอย่างเต็มที่ เพื่อให้การตัดสินใจสะท้อนประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยรวม
บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นที่ร่วมใช้สิทธิออกเสียงและให้การสนับสนุนวาระที่ 7 ซึ่งสะท้อนถึงความตระหนักในความสำคัญของการยกระดับธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ
ทั้งนี้ แม้วาระดังกล่าวจะไม่ได้รับอนุมัติ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักการกำกับดูแลกิจการโดยหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และจะยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบางจากฯ และคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนในระยะยาว
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับวาระที่ 7 พิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท โดยระบุว่าข้อเท็จจริงและเหตุผล เพื่อให้ข้อบังคับของบริษัทฯ เป็นไปตามมาตรฐานสากลของบริษัทที่มีการทำธุรกรรมกับบุคคลสัญชาติสหรัฐอเมริกา (U.S. Person) ซึ่งควรมีมาตรการที่แสดงให้เห็นได้ว่า บริษัทฯ มิได้อยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือถูกระงับการทำธุรกรรม (Sanction) ซึ่งอาจส่งผลให้บุคคลสัญชาติสหรัฐอเมริกา (U.S. Person) ระงับการทำธุรกรรมกับบริษัทฯ โดยการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับคุณสมบัติของกรรมการที่จะมิให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือถูกระงับการทำธุรกรรม (Sanction) ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทฯ เป็นมาตรการหนึ่งที่สามารถรองรับกรณีดังกล่าวได้ จึงเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการแก้ไขข้อบังคับบริษัท ข้อ 24 โดยกำหนดเหตุในการพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ เพิ่มเติมเป็นข้อ 24 (6) (7) และ (8) โดยมีรายละเอียดเปรียบเทียบข้อบังคับปัจจุบันและใหม่ ดังนี้
ข้อบังคับปัจจุบัน ข้อ 24.นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (4) ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้ออกตาม ข้อ 25 และ(5) ศาลมีคำสั่งให้ออก
ขณะที่ ข้อบังคับที่เสนอแก้ไขเพิ่มจาก (1)-(5) คือ (6) ถูกหน่วยงานของรัฐกล่าวโทษ หรือมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว
(7) ถูกระงับการทำธุรกรรมหรือจำกัดการทำธุรกรรม (Sanction) โดยหน่วยงานภาครัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศในสหราชอาณาจักร และประเทศสิงคโปร์ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) สหภาพยุโรป (European Union) และประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว
(8) เป็นกรรมการหรือผู้แทนของนิติบุคคลที่หรือในขณะที่ถูกกล่าวโทษหรือมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามข้อ 24 (6) หรือถูกระงับหรือจำกัดการทำธุรกรรมตามข้อ 24 (7) โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว
ทั้งนี้ ปรากฏกว่าการลงมติในวาระที่ 7 คะแนนเสียงไม่ถึง 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท บางจากฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบให้ บริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (ACE) ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษ มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณาอนุมัติการแก้ไขข้อบังคับของบริษัท จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
โดยระบุว่า จากกรณีที่ BCP จะจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 วันที่ 10 เมษายน 2569 โดยส่งหนังสือเชิญประชุมประจำปี ลงวันที่ 19 มีนาคม 2569 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในวาระเพื่อพิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท ระบุผู้ถือที่มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษที่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ทำให้ ACE ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่ถูกว่ามีส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษในวาระพิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท ส่งหนังสือถึง BCP เพื่อคัดค้านกรณีที่ตนไม่มีสิทธิออกเสียในวาระดังกล่าว
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 7 เมษายน เห็นว่าการพิจารณาส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษของ ACE ยังไม่มีแนวทางการตีความที่ชัดเจน จึงมีมติเห็นชอบให้ ACE มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณาอนุมัติการแก้ไขข้อบังของบริษัท
ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ขบวนการสแกมเมอร์ กรณีนางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก เชื่อมโยงข้อมูลนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ รวม 66 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด หลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 9,279 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินในชื่อ นายยิม เลียก นางวิรินยา ยิมจ์ (ภรรยานายยิม เลียก) , นายเบน สมิธ และน.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา , น.ส.สุภารัตน์ สง่าเมือง และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในจำนวนนี้ มีหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ อยู่ในชื่อบริษัท อัลฟ่าชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (ACE) ที่เข้าซื้อหุ้นบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) (BCP) วงเงินกว่า 5,885 ล้านบาทด้วย




