News Logo
หน้าแรก
'บางจาก' แจงถูกจำกัดธุรกรรม เหตุแก้ข้อบังคับไม่สำเร็จ

'บางจาก' แจงถูกจำกัดธุรกรรม เหตุแก้ข้อบังคับไม่สำเร็จ

11 เม.ย. 2569 20:17
ผู้ชม 175 คน

'บางจาก' แจงถูกสถาบันการเงินระหว่างประเทศระงับ-ยุติให้บริการบางด้าน และจำกัดการทำธุรกรรม เหตุผู้ถือหุ้นเสียงไม่พอในการแก้ข้อบังคับให้กรรมการที่ถูกกล่าวหาพัวพันการอายัดทรัพย์ต้องพ้นเก้าอี้

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกจดหมายข่าวชี้แจงกรณีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 ของบริษัทฯ โดยสรุปผลการรวมคะแนน วาระที่ 7 เรื่องพิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท มีผู้ถือหุ้นที่เห็นด้วย 759,728,803 เสียง คิดเป็น 69.5007% ไม่เห็นด้วย 317,522,622 เสียง คิดเป็น 29.0472% งดออกเสียง 15,872,310 เสียง คิดเป็น 1.4520% บัตรเสีย 5 เสียง คิดเป็น 0.0000% รวม 1,790 ราย จำนวน 1,093,123,740 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100%

ถือว่าที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยนับผู้ที่งดออกเสียงเป็นฐานในการนับคะแนน มีมติไม่อนุมัติแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ ตามที่เสนอ อย่างไรก็ตามมีเสียงเกินกว่า 2 ใน 3 ที่สนับสนุนให้แก้ไขข้อบังคับเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัท

บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นเสียงส่วนใหญ่ ที่สนับสนุนการยกระดับธรรมาภิบาล ในวาระที่ 7 ของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเสนอแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทางกฎหมายและการกำกับดูแลในระดับสากล แม้จะไม่ได้รับคะแนนเสียงถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ เห็นควรถึงการรายงานเหตุผลของการเสนอวาระนี้ รวมถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน

การเสนอแก้ไขข้อบังคับในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเพิ่มเติม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สถาบันการเงิน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีที่มาจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย และได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินและคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

"ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ บริษัทฯ ได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ทั้งในรูปแบบการระงับหรือยุติการให้บริการบางด้าน การจำกัดการดำเนินธุรกรรม รวมถึงการทบทวนวงเงินสินเชื่อในบางส่วน จนกว่าจะสามารถจัดการประเด็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นและสถานะของกรรมการผู้แทนให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ในตลาดทุนมีการปรับเงื่อนไขการซื้อขายหลักทรัพย์ และราคาหุ้นมีความผันผวนในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งสะท้อนการประเมินความเสี่ยงและความเชื่อมั่นของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ การประเมินด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ของบริษัทฯ ยังได้รับผลกระทบ ซึ่งมีผลต่อมุมมองของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ผลกระทบดังกล่าวมีความเชื่อมโยงในหลายมิติ และอาจขยายผลในลักษณะลูกโซ่ ทั้งในด้านการเงิน การระดมทุน ความสัมพันธ์กับคู่ค้าระหว่างประเทศ และโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงานซึ่งต้องพึ่งพาการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นหลัก การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และธรรมาภิบาลจึงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ" รายงานข่าวระบุ

ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่ชัดเจนในประเด็นนี้ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง หรือได้รับผลกระทบจากมาตรการกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในด้านการเข้าถึงระบบธนาคารระหว่างประเทศ และความสามารถในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ

การประชุมผู้ถือหุ้นเป็นกลไกสำคัญของธรรมาภิบาล เป็นเวทีที่ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิบนข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีผลต่อทิศทางของบริษัทฯ ในระยะยาว บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดการประชุมภายใต้หลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิอย่างเต็มที่ เพื่อให้การตัดสินใจสะท้อนประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยรวม

บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นที่ร่วมใช้สิทธิออกเสียงและให้การสนับสนุนวาระที่ 7 ซึ่งสะท้อนถึงความตระหนักในความสำคัญของการยกระดับธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ

ทั้งนี้ แม้วาระดังกล่าวจะไม่ได้รับอนุมัติ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักการกำกับดูแลกิจการโดยหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และจะยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบางจากฯ และคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนในระยะยาว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับวาระที่ 7 พิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท โดยระบุว่าข้อเท็จจริงและเหตุผล เพื่อให้ข้อบังคับของบริษัทฯ เป็นไปตามมาตรฐานสากลของบริษัทที่มีการทำธุรกรรมกับบุคคลสัญชาติสหรัฐอเมริกา (U.S. Person) ซึ่งควรมีมาตรการที่แสดงให้เห็นได้ว่า บริษัทฯ มิได้อยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือถูกระงับการทำธุรกรรม (Sanction) ซึ่งอาจส่งผลให้บุคคลสัญชาติสหรัฐอเมริกา (U.S. Person) ระงับการทำธุรกรรมกับบริษัทฯ โดยการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับคุณสมบัติของกรรมการที่จะมิให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือถูกระงับการทำธุรกรรม (Sanction) ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทฯ เป็นมาตรการหนึ่งที่สามารถรองรับกรณีดังกล่าวได้ จึงเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการแก้ไขข้อบังคับบริษัท ข้อ 24 โดยกำหนดเหตุในการพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ เพิ่มเติมเป็นข้อ 24 (6) (7) และ (8) โดยมีรายละเอียดเปรียบเทียบข้อบังคับปัจจุบันและใหม่ ดังนี้

ข้อบังคับปัจจุบัน ข้อ 24.นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (4) ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้ออกตาม ข้อ 25 และ(5) ศาลมีคำสั่งให้ออก

ขณะที่ ข้อบังคับที่เสนอแก้ไขเพิ่มจาก (1)-(5) คือ (6) ถูกหน่วยงานของรัฐกล่าวโทษ หรือมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว

(7) ถูกระงับการทำธุรกรรมหรือจำกัดการทำธุรกรรม (Sanction) โดยหน่วยงานภาครัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศในสหราชอาณาจักร และประเทศสิงคโปร์ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) สหภาพยุโรป (European Union) และประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว

(8) เป็นกรรมการหรือผู้แทนของนิติบุคคลที่หรือในขณะที่ถูกกล่าวโทษหรือมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามข้อ 24 (6) หรือถูกระงับหรือจำกัดการทำธุรกรรมตามข้อ 24 (7) โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว

ทั้งนี้ ปรากฏกว่าการลงมติในวาระที่ 7 คะแนนเสียงไม่ถึง 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท บางจากฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบให้ บริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (ACE) ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษ มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณาอนุมัติการแก้ไขข้อบังคับของบริษัท จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

โดยระบุว่า จากกรณีที่ BCP จะจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 วันที่ 10 เมษายน 2569 โดยส่งหนังสือเชิญประชุมประจำปี ลงวันที่ 19 มีนาคม 2569 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในวาระเพื่อพิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท ระบุผู้ถือที่มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษที่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ทำให้ ACE ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่ถูกว่ามีส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษในวาระพิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท ส่งหนังสือถึง BCP เพื่อคัดค้านกรณีที่ตนไม่มีสิทธิออกเสียในวาระดังกล่าว

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 7 เมษายน เห็นว่าการพิจารณาส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษของ ACE ยังไม่มีแนวทางการตีความที่ชัดเจน จึงมีมติเห็นชอบให้ ACE มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณาอนุมัติการแก้ไขข้อบังของบริษัท

ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ขบวนการสแกมเมอร์ กรณีนางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก เชื่อมโยงข้อมูลนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ รวม 66 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด หลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 9,279 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินในชื่อ นายยิม เลียก นางวิรินยา ยิมจ์ (ภรรยานายยิม เลียก) , นายเบน สมิธ และน.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา , น.ส.สุภารัตน์ สง่าเมือง และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในจำนวนนี้ มีหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ อยู่ในชื่อบริษัท อัลฟ่าชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (ACE) ที่เข้าซื้อหุ้นบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) (BCP) วงเงินกว่า 5,885 ล้านบาทด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ย้ำจุดยืนต้อง 'โปร่งใส ไร้สินบน'
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ย้ำจุดยืนต้อง 'โปร่งใส ไร้สินบน'