News Logo
หน้าแรก
2 สมาคมเอทานอลเชียร์ 'รถเก่าแลกใหม่' ขอดัน E20 เป็นเบนซินพื้นฐาน

2 สมาคมเอทานอลเชียร์ 'รถเก่าแลกใหม่' ขอดัน E20 เป็นเบนซินพื้นฐาน

21 เม.ย. 2569 17:12
ผู้ชม 11 คน

2 สมาคมเอทานอลฯ หนุนโครงการ 'รถเก่าแลกรถใหม่' ชูสเปก FFV-PHEV ร่วมด้วย ขอดัน E20 เป็นเบนซินพื้นฐาน หนุนเชื้อเพลิงชีวภาพดันราคามัน-อ้อย

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ร่วมกับสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง ร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่จะผลักดันโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ที่มลพิษต่ำ ลดการใช้น้ำมัน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดปัญหาฝุ่น PM 2.5

นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่า การกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์รุ่นเก่าสู่ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำที่ผลิตในประเทศ เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญในการสร้างความสมดุลทางพลังงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้รถยนต์สันดาปที่รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์95 และน้ำมัน E20 (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20%) หรือ E85 (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 85%) จะช่วยลดการใช้พลังงาน โดยเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันที่ต้องนำเข้า มาใช้ทรัพยากรที่ผลิตได้เองภายในประเทศอย่างเอทานอล จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงาน อีกทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงภาคเกษตรกรรมไทยเข้ากับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ดังนั้นสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย และสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง จึงสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะ E20 และ E85 ให้ขึ้นเป็นพลังงานหลักในภาคขนส่ง จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ และรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่มีความไม่แน่นอน

“เราพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณวัตถุดิบทางเกษตรให้มีเพียงพอและมีเสถียรภาพสอดรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น การขับเคลื่อนนี้ไม่เพียงจะช่วยรักษาสมดุลทางพลังงาน แต่ยังเป็นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ดึงศักยภาพของภาคเกษตรกรรมไทยมาช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด”นายกิตติศักดิ์กล่าว 

ด้านน.ส.สุรียส โควสุรัตน์ นายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตเอทานอลจากวัตถุดิบภายในประเทศ ทั้งอ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง โดยมีกำลังการผลิตรวมกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จากโรงงาน 28 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันการใช้เอทานอลประมาณ 3.5 ล้านลิตรต่อวัน จึงมีความพร้อมรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากยานยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูงที่รองรับน้ำมัน E20 และ E85 

น.ส.สุรียส โควสุรัตน์ การที่ภาครัฐจะขับเคลื่อนน้ำมัน E20ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (Base Grade) ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบและยังเป็นมาตรการรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานโลก ที่ยังคงตึงตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ การผลักดันเชื้อเพลิงชีวภาพยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยเฉพาะมันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

น.ส.สุรียส กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์มการพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดแบบเชื้อเพลิงยืดหยุ่น (Flex-Fuel Plug-in Hybrid: FFV-PHEV) ซึ่งผสานระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์สันดาปที่รองรับการเติมเชื้อเพลิงผสมระหว่างน้ำมันเบนซินกับเอทานอลได้ตามความต้องการ ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน อีกทั้งยังเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน เนื่องจากเอทานอลมีการเผาไหม้ที่สะอาดกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล ช่วยลดทั้งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปัญหาPM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“มันสำปะหลังและอ้อย ไม่ได้เป็นแค่สินค้าที่รอราคาตลาดโลก แต่จะกลายเป็นแหล่งพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งเรามีโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งสถานีบริการน้ำมันและเทคโนโลยียานยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูง ผนวกกับมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ ที่มุ่งเน้นรถยนต์รองรับ E20 และ E85 จะไม่เพียงแค่กระตุ้นเศรษฐกิจในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น แต่จะเป็นการสร้างคลังน้ำมันบนดินที่ผลิตได้เองในประเทศ ช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับพลังงานไทย"นางสาวสุรียส กล่าว 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่ม 24 เม.ย. ปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ ถึง ก.พ.70 สร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม
เริ่ม 24 เม.ย. ปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ ถึง ก.พ.70 สร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม