News Logo
หน้าแรก
ไทยเร่งบริหารก๊าซธรรมชาติทั้งระบบ รับมือวิกฤตพลังงานโลก-LNG ผันผวน

ไทยเร่งบริหารก๊าซธรรมชาติทั้งระบบ รับมือวิกฤตพลังงานโลก-LNG ผันผวน

27 พ.ค. 2569 16:15
ผู้ชม 20 คน

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกและการพึ่งพา ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้สูงกว่าการเผาไหม้ผลิตไฟฟ้าถึง 10-25 เท่า ขณะที่ไทยเร่งบริหารความเสี่ยงด้านก๊าซ เพื่อรักษาทั้งความมั่นคงพลังงานและศักยภาพอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ

ข้อมูลจาก ปตท.ระบุว่า ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยยังคงเป็นทรัพยากรสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากสามารถต่อยอดเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ไทยกำลังต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังปริมาณก๊าซในอ่าวไทยลดลง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

วิกฤตพลังงานโลกและความผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานกลายเป็นโจทย์สำคัญของไทยมากขึ้น เนื่องจากก๊าซธรรมชาติยังเป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศ ทั้งในภาคผลิตไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน ท่ามกลางความต้องการใช้พลังงานที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักของระบบพลังงานไทย โดยถูกใช้ผลิตไฟฟ้ามากกว่า 60% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก๊าซธรรมชาติยังเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งเชื่อมโยงกับห่วงโซ่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ พลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

ปตท.ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยลดลงต่อเนื่อง ทำให้ไทยต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน LNG มีสัดส่วนประมาณ 40% ของการจัดหาก๊าซทั้งประเทศ

ก๊าซธรรมชาติเหลวจึงกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระบบพลังงานไทย ทั้งในด้านการผลิตไฟฟ้าและการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม การกระจายแหล่งนำเข้า LNG จากหลายภูมิภาคทั่วโลกจึงมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป และช่วยรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานในช่วงที่ตลาดโลกยังมีความผันผวนสูง

คุณค่าของก๊าซธรรมชาติไทย ไม่ได้อยู่เพียงการนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า แต่คือ การนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ปตท. อธิบายว่า ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยส่วนใหญ่เป็นก๊าซเปียก (Wet Gas) ซึ่งแตกต่างจากก๊าซในหลายประเทศ เพราะนอกจากมีมีเทน (C1) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงแล้ว ยังมีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนมูลค่าสูง เช่น อีเทน โพรเพน บิวเทน และก๊าซโซลีนธรรมชาติ หรือ C2-C5 ปะปนอยู่ในสัดส่วนมาก

สารประกอบเหล่านี้ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เนื่องจากสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้จำนวนมาก ตั้งแต่เม็ดพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ บรรจุภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

อีเทน (C2) ถูกใช้ผลิตเอทิลีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน หรือ PE ที่ใช้ในถุงพลาสติก ขวดน้ำ และบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรม ขณะที่โพรเพน (C3) ถูกใช้ผลิตโพลีโพรพิลีน หรือ PP สำหรับชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุทางการแพทย์ ส่วนบิวเทน (C4) ถูกใช้ทั้งในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการผลิตก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ขณะที่ก๊าซโซลีนธรรมชาติ หรือ NGL ยังถูกใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมพลังงานและสารเคมีอีกหลายประเภท

ข้อมูลจากสถาบันวิทยาการพลังงาน (Thailand Petroleum Institute of Thailand / PTIT) ระบุว่า การนำก๊าซธรรมชาติเข้าสู่กระบวนการปิโตรเคมีสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงประมาณ 10-25 เท่า ขึ้นอยู่กับระดับการแปรรูปและสายการผลิตปลายน้ำ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ก๊าซธรรมชาติ 1 หน่วย ไม่ได้มีมูลค่าเพียงในฐานะเชื้อเพลิง แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นวัตถุดิบเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงาน และรายได้ให้กับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงต้องมีโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อแยกองค์ประกอบต่างๆ ออกจากกัน ก่อนส่งต่อเข้าสู่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและภาคพลังงาน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรพลังงานภายในประเทศ

การบริหารจัดการโรงแยกก๊าซธรรมชาติอย่างเต็มประสิทธิภาพ ยังมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรพลังงานของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากสามารถคัดแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแต่ละชนิดไปใช้ในภาคเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ทั้งการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า การผลิต LPG สำหรับภาคครัวเรือนและขนส่ง รวมถึงใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เชื่อมโยงกับสินค้าในชีวิตประจำวันจำนวนมาก

ปตท.ระบุว่า หากนำก๊าซจากอ่าวไทยไปเผาเป็นเชื้อเพลิงทั้งหมดโดยไม่ผ่านโรงแยกก๊าซ จะทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบปิโตรเคมี โดยเรียกกระบวนการดังกล่าวว่า Bypass Gas การเผาก๊าซเปียกโดยไม่แยกองค์ประกอบ มีลักษณะคล้ายการนำไม้สักไปเผาทำฟืน เนื่องจากวัตถุดิบที่มีมูลค่าสูงจะหายไปพร้อมการเผาไหม้

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า การนำก๊าซธรรมชาติไปใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด เพราะก๊าซธรรมชาติยังสามารถต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันได้หลากหลายประเภท

ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่ไทยต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้น เพราะ LNG ส่วนใหญ่ที่นำเข้ามาเป็นก๊าซแห้ง (Dry Gas) ซึ่งมีมีเทนเป็นหลักและมีสารประกอบ C2-C5 ในสัดส่วนต่ำ ทำให้ไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้านปิโตรเคมีได้เท่ากับก๊าซจากอ่าวไทย

แม้ LNG จะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้า แต่ในเชิงเศรษฐกิจ LNG ไม่สามารถทดแทนคุณค่าของก๊าซเปียกจากอ่าวไทยได้ทั้งหมด เนื่องจากก๊าซจากอ่าวไทยยังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกหลักของประเทศ

LNG ต้องถูกลดอุณหภูมิลงประมาณ -160 องศาเซลเซียส เพื่อเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลว ทำให้ปริมาตรลดลงประมาณ 600 เท่า ก่อนขนส่งทางเรือมายังประเทศปลายทาง ลักษณะดังกล่าวทำให้ LNG กลายเป็นสินค้าที่มีความผันผวนสูงตามตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดสงคราม ความขัดแย้ง หรือการแข่งขันแย่งซื้อพลังงานระหว่างประเทศ

ภายใต้ความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ปตท.ระบุว่า ได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการก๊าซเชิงรุกหลายด้านเพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงานของประเทศ โดยเร่งจัดหา LNG จากหลายภูมิภาคทั่วโลกเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง พร้อมบริหารระดับปริมาณ LNG Inventory ให้อยู่ในระดับเหมาะสมต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ขณะที่ในเดือนเมษายน 2569 ปตท. ได้ดำเนินการจัดหา Spot LNG เพิ่มเติมเพื่อทดแทน LNG จากกาตาร์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มกระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก

ขณะเดียวกัน ยังมีการเรียกรับก๊าซธรรมชาติเพิ่มจากผู้ผลิตในอ่าวไทย ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 4% รวมถึงเพิ่มปริมาณรับก๊าซจากประเทศเพื่อนบ้านอีกประมาณ 3% เพื่อรักษาระดับก๊าซเข้าสู่ระบบในช่วงที่ความต้องการใช้พลังงานยังอยู่ในระดับสูง

อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือการเลื่อนแผนซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 จากเดือนมิถุนายนไปเป็นเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อให้สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของก๊าซธรรมชาติที่ส่งให้โรงไฟฟ้า และการผลิต LPG จากโรงแยกก๊าซ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม

ในส่วนของ LPG มีการจัดสรรปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศเป็นลำดับแรก โดยข้อมูลจากเอกสารอธิบายระบุว่า LPG ที่ผลิตได้จากโรงแยกก๊าซสามารถรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน ยังมีการดูแลการจัดส่ง LPG ให้เพียงพอต่อการเดินเครื่องของกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อลดการนำเข้าเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศ และรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในประเทศ

LPG ยังคงเป็นพลังงานพื้นฐานสำคัญของทั้งภาคครัวเรือน ร้านอาหาร ภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม การเดินเครื่องโรงแยกก๊าซได้เต็มกำลังจึงมีส่วนสำคัญต่อการเพิ่มปริมาณ LPG เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง รองรับความต้องการใช้ภายในประเทศเป็นลำดับแรก หรือ Domestic First พร้อมช่วยสนับสนุนภาคปิโตรเคมีให้สามารถดำเนินการผลิตได้ต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ ปตท.ยังเตรียมความพร้อมของสถานีบริการและระบบขนส่ง NGV เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงที่ต้นทุนพลังงานโลกผันผวน รวมถึงยืนยันความพร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชนและรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในช่วงวิกฤตพลังงานโลกปัจจุบัน

ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังเปราะบาง การบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของพลังงานเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนเศรษฐกิจ ความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม แม้ทั่วโลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยคาร์บอน แต่ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นโครงสร้างหลักของระบบพลังงานและอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคไฟฟ้า ปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ก๊าซธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงเชื้อเพลิงด้านพลังงานอีกต่อไป แต่เป็นทรัพยากรเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับต้นทุนอุตสาหกรรม การส่งออก การจ้างงาน และมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บีซีพีจี' แจงปมซื้อคลังน้ำมันยันไม่แพง 'CEO' บางจากฯ ชี้มีคลื่นใต้น้ำ
'บีซีพีจี' แจงปมซื้อคลังน้ำมันยันไม่แพง 'CEO' บางจากฯ ชี้มีคลื่นใต้น้ำ