ก.พาณิชย์ผนึก 2 กมธ.ลุยตรวจนอมินี-แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายย่านห้วยขวาง เช็กยิบร้านอาหารที่มีต่างชาติร่วมทุน 112 ราย พร้อมขอข้อมูลอีก 49 เขตเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ว่านายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงตรวจพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงและติดตามเฝ้าระวังธุรกิจต่างชาติที่อาจมีการประกอบธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยเฉพาะนอมินีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมทีมปราบนอมินีลงพื้นที่และประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา และคณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเขตห้วยขวาง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ติดตามปัญหาธุรกิจนอมินีและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ย่านห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพื้นที่ห้วยขวาง พร้อมลงตรวจดูสภาพพื้นที่ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น หรือ ‘นอมินี’ รวมถึงการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสร้างความเป็นธรรมทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทย
นายพูนพงษ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการติดตามสถานการณ์การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งมีประชากรและนักลงทุนต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการหลีกเลี่ยงกฎหมายของผู้ประกอบการที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ด้วยการใช้บุคคลสัญชาติไทยเข้าถือหุ้นแทน เพื่อปกปิดการเป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง และมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ การค้าปลีก ค้าส่ง อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นกิจการสงวนสำหรับคนไทย ซึ่งพบว่ามีความพยายามใช้โครงสร้างนิติบุคคลโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย อันอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย
นายพูนพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ทั้ง 2 คณะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้บุคคลต่างด้าวดำเนินกิจการแทนคนไทย ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
"ทีมปราบนอมินีได้ร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ 2 คณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงธุรกิจต่างชาติที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้นำส่งข้อมูลนิติบุคคลรวม 53 ราย ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงิน และนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกในทุกมิติ เพื่อนำผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมาลงโทษให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งนำส่งข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่โดยละเอียดอีกขั้นหนึ่ง" นายพูนพงษ์กล่าว
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวว่า สำหรับพื้นที่เขตห้วยขวาง กรมฯ ได้รับการสนับสนุนข้อมูลร้านอาหารที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนจากสำนักงานเขตห้วยขวางแล้ว 112 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก สำหรับพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯ อีก 49 เขต กรมฯ ได้ขอข้อมูลไปที่ทำการเขตทุกแห่งแล้ว รอการส่งข้อมูลกลับของแต่ละเขตเพื่อตรวจสอบต่อไป
นายพูพงษ์กล่าวว่า กรรมาธิการฯ ทั้ง 2 คณะ ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การสืบสวนสอบสวน การบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงาน และการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง
นายพูนพงษ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กระทรวงพาณิชย์หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้สำเร็จได้เพียงลำพังเพียงหน่วยงานเดียว ดังนั้น การป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายในรูปแบบนอมินี ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อขจัดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต ความร่วมแรงร่วมใจกันที่เกิดขึ้นจะช่วยรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
"กรมฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการและนักลงทุนให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ แต่จะไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้นอมินีหรือมิจฉาชีพฉวยโอกาสทำลายเศรษฐกิจและประเทศไทย กรมฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีในทุกพื้นที่ หากธุรกิจรายใดเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินการโดยเด็ดขาด และจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการเอาผิดจนถึงที่สุด ทั้งนี้ การถือหุ้นแทนคนต่างชาติถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชนสามารถร่วมเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีได้ ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ รับเรื่องร้องเรียนปัญหานอมินี เพื่อร่วมกันสร้างระบบการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม”นายพูนพงษ์กล่าว




