กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชี้ปราบ 'นอมินี' ได้ผล ครึ่งปีแรกต่างชาติขออนุญาตลงทุนเพิ่ม มูลค่ารวมกว่า 1.87 แสนล้าน เผยแห่ตั้งบริษัทใหม่ขายของออนไลน์พุ่ง
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนมิถุนายน 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,979 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนพฤษภาคม 2569 (7,115 ราย) เพิ่มขึ้น 864 ราย คิดเป็น 12.14% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนมิถุนายน 2568 (7,023 ราย) เพิ่มขึ้น 956 ราย คิดเป็น 13.61% ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 15,231 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนพฤษภาคม 2569 (14,629 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 602 ล้านบาท คิดเป็น 4.12% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนมิถุนายน 2568 (18,113 ล้านบาท) ลดลง 2,882 ล้านบาท คิดเป็น 15.91%
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่วนการจัดตั้งใหม่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มี 44,773 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (43,838 ราย) เพิ่มขึ้น 935 ราย คิดเป็น 2.13% ขณะที่ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ครึ่งปีแรกปี 2569 สะสมอยู่ที่ 111,201 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (149,140 ล้านบาท) ลดลง 37,939 ล้านบาท คิดเป็น 25.44%
นายพูนพงษ์กล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่ 1) ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 1,296 ราย เพิ่มขึ้น 470 ราย คิดเป็น 56.90% (YoY) ทุนจดทะเบียน 2,123 ล้านบาท 2) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,119 ราย เพิ่มขึ้น 287 ราย คิดเป็น 15.67% (YoY) ทุนจดทะเบียน 3,446 ล้านบาท และ 3) ธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า 499 ราย เพิ่มขึ้น 227 ราย คิดเป็น 83.46% (YoY) ทุนจดทะเบียน 696 ล้านบาท
นายพูนพงษ์กล่าวว่า การลงทุนของชาวต่างชาติในไทยประจำเดือนมิถุนายน 2569 ภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย 112 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 30 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 82 ราย เงินลงทุนรวม 34,056 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ตามลำดับ
นายพูนพงษ์กล่าวว่า สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 640 ราย เพิ่มขึ้น 138 ราย คิดเป็น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (502 ราย) โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 151 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 489 ราย เงินลงทุนรวม 187,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76,108 ล้านบาท คิดเป็น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (111,506 ล้านบาท)
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) จีน 110 ราย คิดเป็น 17% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 35,479 ล้านบาท 2) สหรัฐอเมริกา 107 ราย คิดเป็น 17% ของธุรกิจต่างชาติ ในไทย เงินลงทุน 6,043 ล้านบาท 3) ญี่ปุ่น 87 ราย คิดเป็น 14% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 44,662 ล้านบาท 4) สิงคโปร์ 83 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 37,867 ล้านบาท และ 5) ฮ่องกง 59 ราย คิดเป็น 9% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 13,088 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 194 ราย คิดเป็น 30% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 50,475ล้านบาท
"ส่วนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มี 199 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 41 ราย คิดเป็น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (158 ราย) มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ อีอีซี 83,779 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 69 ราย ลงทุน 28,983 ล้านบาท ญี่ปุ่น 28 ราย ลงทุน 22,386 ล้านบาท สิงคโปร์ 22 ราย ลงทุน 10,100 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 80 ราย ลงทุน 22,310 ล้านบาท
"นักลงทุนต่างชาติที่ยื่นขออนุญาตลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกที่จำนวนเพิ่มขึ้น 27% และเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 68% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปราบปรามนอมินีอย่างหนัก และอีกส่วนเป็นมาตรการไทยแลนด์ ฟาสต์พาสของบีโอไอ"นายพูนพงษ์กล่าว

ภาพ1




