News Logo
หน้าแรก
รัฐวางทิศทาง-เอกชนต่อยอด GC เชื่อมเกษตรไทยสู่อุตสาหกรรมชีวภาพมูลค่าสูง

รัฐวางทิศทาง-เอกชนต่อยอด GC เชื่อมเกษตรไทยสู่อุตสาหกรรมชีวภาพมูลค่าสูง

19 ส.ค. 2569 15:00
ผู้ชม 13 คน

การยกระดับวัตถุดิบทางการเกษตรไปสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง กำลังเป็นอีกหนึ่งทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจไทย ภาครัฐวางนโยบายเชื่อมโยงการลงทุน เทคโนโลยี การผลิต และการสร้างตลาด ขณะที่ภาคเอกชนอย่าง GC นำความเชี่ยวชาญนวัตกรรม และเครือข่ายธุรกิจมาช่วยผลักดันให้แนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในระดับอุตสาหกรรม

ประเทศไทยมีฐานทรัพยากรทางการเกษตรที่หลากหลาย ทั้งอ้อย น้ำตาล มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน รวมถึงมีอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรที่สามารถรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนความได้เปรียบด้านวัตถุดิบให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง จำเป็นต้องอาศัยมากกว่าความพร้อมของภาคเกษตร แต่ต้องมีนโยบายที่เชื่อมโยงตั้งแต่การลงทุน เทคโนโลยี กระบวนการผลิต มาตรฐานสินค้า ไปจนถึงการสร้างตลาดและอุตสาหกรรมปลายน้ำอย่างเป็นระบบ

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย พ.ศ. 2561-2570 ซึ่งกำหนดให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการลงทุน การกระตุ้นความต้องการสินค้าและบริการชีวภาพ และการสร้างเครือข่ายความเป็นเลิศ เพื่อผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

จุดยืนยันของการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติปรากฏชัดขึ้นจากการลงพื้นที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์และโรงงาน NatureWorks โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อเร็วๆ นี้ การเยี่ยมชมครั้งนี้ตอกย้ำความสำคัญที่ภาครัฐให้แก่อุตสาหกรรมชีวภาพ พร้อมนำไปสู่การหารือแนวทางส่งเสริมการใช้พลาสติกชีวภาพภายในประเทศให้เพิ่มขึ้น

การสร้างตลาดถือเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่แพ้การส่งเสริมการลงทุน เพราะแม้ภาคเอกชนจะมีเงินทุน เทคโนโลยี และความสามารถในการผลิต แต่การเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ยังต้องอาศัยความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ มาตรฐานที่เหมาะสม อุตสาหกรรมปลายน้ำ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ช่วยให้ผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ใช้ผลิตภัณฑ์สามารถเชื่อมต่อกันได้ตลอดห่วงโซ่

⠀

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างนโยบาย ศักยภาพของประเทศ และการลงทุนของภาคเอกชน คือโรงงาน NatureWorks แห่งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ภายในนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ และใช้อ้อยในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตไบโอพลาสติก PLA หรือพอลิแลกติกแอซิดแบบครบวงจรภายในพื้นที่เดียวกัน

โรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี แสดงให้เห็นว่าผลผลิตจากภาคเกษตรไทยสามารถต่อยอดจากวัตถุดิบขั้นต้น เข้าสู่กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับโลก ก่อนพัฒนาเป็นวัสดุชีวภาพสำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร ถุงชา แคปซูลกาแฟ ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย ของใช้ภายในบ้าน และเส้นพลาสติกสำหรับงานพิมพ์สามมิติ

NatureWorks เป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง GC กับ Cargill โดย GC นำความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมด้านเคมีภัณฑ์ การลงทุน การบริหารห่วงโซ่คุณค่า และเครือข่ายธุรกิจ เข้ามาสนับสนุนการเชื่อมโยงวัตถุดิบหมุนเวียนของไทยเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตระดับอุตสาหกรรมและตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

การลงทุนใน NatureWorks ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Sustainable Portfolio ของ GC ซึ่งมุ่งปรับสมดุลพอร์ตจากธุรกิจปิโตรเคมีดั้งเดิม ไปสู่ธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำมากขึ้น ครอบคลุมทั้งธุรกิจรีไซเคิล พลาสติกชีวภาพ เคมีภัณฑ์จากวัตถุดิบชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพ โรงกลั่นชีวภาพ และไบโอพอลิเมอร์

⠀

นอกจาก NatureWorks แล้ว บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม GC ยังทำหน้าที่เป็นฐานธุรกิจ Green Chemicals และ Oleochemicals โดยนำวัตถุดิบชีวภาพ โดยเฉพาะวัตถุดิบจากปาล์มน้ำมัน มาต่อยอดเป็นเคมีภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สารหล่อลื่น และการใช้งานเฉพาะทางในภาคอุตสาหกรรม

GGC ยังเชื่อมโยงกับโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ผ่านการร่วมทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางชีวภาพ เช่น โรงหีบอ้อย โรงงานเอทานอล และโรงไฟฟ้าชีวมวล เชื่อมต่ออุตสาหกรรมฐานชีวภาพจากต้นน้ำไปสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่าง NatureWorks 

ในมิติของประเทศ การพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพช่วยเพิ่มช่องทางการใช้ประโยชน์จากผลผลิตทางการเกษตร และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจตั้งแต่การขนส่ง การผลิต การควบคุมคุณภาพ การแปรรูป ไปจนถึงการส่งออก ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นำเทคโนโลยีชีวภาพ วิศวกรรมกระบวนการ และมาตรฐานระดับสากลเข้ามาใช้ พร้อมพัฒนาทักษะของบุคลากรไทยให้รองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

ภาควิจัยและสถาบันการศึกษามีบทบาทสำคัญในระบบดังกล่าว ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี การทดสอบวัสดุ การกำหนดมาตรฐาน และการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตร และภาควิจัย จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยให้องค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตและการใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม

⠀

ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบชีวภาพยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากฟอสซิล แม้พลาสติกชีวภาพจะไม่สามารถทดแทนพลาสติกจากฟอสซิลได้ในทุกประเภทการใช้งาน แต่การมีวัสดุทางเลือก เทคโนโลยี และขีดความสามารถในการผลิตที่หลากหลายขึ้น สามารถช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย

ก้าวต่อไปของประเทศไทยจึงไม่ได้อยู่เพียงการดึงดูดโรงงานหรือโครงการลงทุนขนาดใหญ่ แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้อุตสาหกรรมชีวภาพเติบโตได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่นโยบายที่ต่อเนื่อง มาตรการส่งเสริมการลงทุน การสร้างความต้องการใช้ภายในประเทศ การพัฒนามาตรฐาน อุตสาหกรรมปลายน้ำ งานวิจัย และบุคลากร โดยการเชื่อมโยงระหว่างนโยบายรัฐ ศักยภาพภาคเกษตร เทคโนโลยีระดับโลก และการลงทุนของภาคเอกชน จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนทรัพยากรชีวภาพของไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง 

ขณะที่ NatureWorks และ GGC เป็นส่วนหนึ่งในตัวอย่างของการนำทิศทางดังกล่าวไปสู่การดำเนินงานจริง ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Portfolio ของ GC  และร่วมวางฐานให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

⠀

⠀

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรุงไทย ขนโปรฯ การเงิน-ลงทุน ลุยงาน Thailand Smart Money สุราษฎร์ฯ
กรุงไทย ขนโปรฯ การเงิน-ลงทุน ลุยงาน Thailand Smart Money สุราษฎร์ฯ