ส.อ.ท. เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ส.ค. ร่วงแตะระดับ 89.7 ลดจาก ก.ค.เหตุค่าขนส่ง -ราคาพลังงานพุ่ง จี้รัฐดันน้ำมันเบนซิน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 89.70 ปรับตัวลดลงจากระดับ 90.0 ในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยการปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนสิงหาคมนี้ มีปัจจัยกดดันหลายด้าน โดยสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่เพิ่มความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ การคมนาคมขนส่ง และการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร ขณะที่ราคาพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมียังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดรถยนต์ยังเผชิญข้อจำกัดจากกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะรถกระบะ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ลดลง 17.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านการลงทุนยังคงกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงอุตสาหกรรมดั้งเดิม ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสการลงทุน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า
อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังมีปัจจัยสนับสนุน โดยการส่งออกขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 18.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ได้แรงหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้จะเริ่มชะลอตัวลงจากฐานที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่คำสั่งซื้อสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงยังมีทิศทางที่ดี ส่งผลให้การผลิตคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 50.2% แผงวงจรพิมพ์ (PCB) เพิ่มขึ้น 15.25% และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) เพิ่มขึ้น 19.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมอาหารยังขยายตัวตามทิศทางตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสำเร็จรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง ประกอบกับมาตรการ Smart & Sustainable Industry มีส่วนช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส และ ไทยช่วยไทย x Local Low Cost ยังช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนกระตุ้นการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า จากผลสำรวจผู้ประกอบการจำนวน 1,330 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. ในเดือนสิงหาคม 2569 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ เศรษฐกิจโลก 63.2% ราคาพลังงาน 54.1% เศรษฐกิจภายในประเทศ 52.9% อัตราแลกเปลี่ยน (โดยเฉพาะในมุมมองของผู้ส่งออก) 25.6% ส่วนปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ นโยบายภาครัฐ 33.5% การเข้าถึงสินเชื่อ 23.8% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 20.0% ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 96.1 ในเดือนกรกฎาคม 2569 สะท้อนว่าผู้ประกอบการมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าดีขึ้น
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ โครงการ Thailand Fast Pass ซึ่งคาดว่าจะช่วยเร่งการลงทุนและนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอยปลายปี คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและคำสั่งซื้อสินค้าในประเทศ ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 รวมถึงการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของมาตรการด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา ภายหลังประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ตามรายงาน The Great Transshipment Scam ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มเทคโนโลยี (Non-Tech) ในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของแหล่งผลิตและห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ ตลอดจนเพิ่มความผันผวนของราคาพลังงาน ขณะที่ความผันผวนของสภาพอากาศจากปรากฏการณ์ Super El Niño อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ปริมาณวัตถุดิบ และการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม
นางพิมพ์ใจ ระบุว่า ส.อ.ท. ได้ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ โดยนับสนุนให้ภาครัฐผลักดันน้ำมันเบนซิน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ : เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอลตลอดห่วงโซ่ พร้อมส่งเสริม Local Content เชื่อม FDI สู่ Supplier ไทย :
นอกจากนี้ เสนอให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) ในโครงการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ BOI ควบคู่กับการดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับ Supplier ไทยให้สามารถเชื่อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของนักลงทุนต่างชาติได้อย่างเป็นระบบและส่งเสริมให้ประชาชนและภาครัฐซื้อสินค้าไทย เพื่อกระตุ้นการบริโภคในช่วงปลายปี ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน ร้านค้า Modern Trade และ E-Commerce เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและขยายโอกาสให้ SMEs ไทยในการเพิ่มยอดขายสินค้า




