พลังงานชี้ยอดขอไฟดาต้าเซ็นเตอร์ 35 กิกะวัตต์ เป็น 'ดีมานด์เทียม' หลังนักลงทุนขอโควต้าเผื่อและสำรองไฟเกินความต้องการจริง เผยในแผน PDP 2026 เคาะใส่แค่ 8.8 กิกะวัตต์ หวั่นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกินจำเป็น
ผู้สื่อข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวภายในงานเสวนา Gastech 2026 ว่า ปัจจุบันมียอดคำร้องขอใช้ไฟฟ้าจากกลุ่ม Data Center รวมกันสูงถึง 35 กิกะวัตต์ ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศที่ระดับ 40 กิกะวัตต์ ซึ่งยอดความต้องการดังกล่าวเป็น "ความต้องการเทียม" (Phantom demand) เนื่องจากนักลงทุนมักขอโควต้าเผื่อไว้ในปริมาณสูงและขอแหล่งจ่ายไฟสำรอง ดังนั้นเพื่อป้องกันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกินความจำเป็น รัฐบาลจึงได้พิจารณาบรรจุตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสำหรับ Data Center ที่ 8.8 กิกะวัตต์ ไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ประเมินมาอย่างระมัดระวังและสมเหตุสมผลที่สุด
นอกจากนี้ ในร่างแผนดังกล่าวยังได้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์การวัดความมั่นคงทางไฟฟ้าจากระบบกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve margin) มาใช้เกณฑ์โอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและตรวจสอบความมั่นคงทางไฟฟ้าให้กับประชาชนได้ดีขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว รวมทั้งการเข้ามาของพลังงานสะอาดจากนโยบาย Solar Rooftop 1 ล้านครัวเรือน ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตกว่า 5,000 เมกะวัตต์ กระทรวงพลังงานจำเป็นต้องยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้เป็นระบบสองทาง (Two-way dynamic grid) เนื่องจากพลังงานสะอาดมีความผันผวนตามสภาพอากาศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าโดยใช้งบประมาณราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการ โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ส่วนภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการควบคู่กันคือการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านไฟฟ้า ทั้ง กฟภ., กฟน., กฟผ. และ กกพ. เพื่อจัดทำโครงข่ายข้อมูลหลัก (Data backbone) แบบเรียลไทม์ รวมทั้งการบังคับใช้ข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) เพื่อให้ศูนย์ข้อมูลมีส่วนรับผิดชอบในการบริหารจัดการตนเองก่อนผลักภาระมาที่โครงข่ายสาธารณะ
"เป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ที่จะต้องมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวดเพื่อแยกความต้องการที่ไม่เป็นความจริงออกไป ซึ่งการเสนอตัวเลข 8.8 กิกะวัตต์ในแผน PDP 2026 ถือเป็นความสมเหตุสมผลสำหรับรัฐบาลไทยที่จะไม่ลงทุนมากเกินความจำเป็นไปกับโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้มีความต้องการที่แท้จริง ทั้งนี้ ก่อนที่จะทำการคาดการณ์ใด ๆ กระทรวงจำเป็นต้องเห็นข้อมูลและจัดทำแผนที่เดียวกัน เพื่อนำไปสู่การลงทุนสำหรับยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความแข็งแกร่งและเชื่อถือได้ในระยะยาว" นายพงศ์พล กล่าว




