สมาคมโรงแรมไทยร่อนหนังสือถึง 'เอกนิติ-กรมสรรพากร' ค้านภาษีเดินทางออกประเทศ 1,000 บาท หวั่นคนเที่ยวน้อย-เพิ่มต้นทุนเดินทาง คาดภาระพุ่ง 2,570 บาท/คน จี้รัฐทบทวนก่อนกระทบกำลังซื้อ ฉุดท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า สมาคมโรงแรมไทยได้ทำหนังสือถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ อธิบดีกรมสรรพากร เรื่องขอคัดค้านหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ....

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย
หนังสือระบุว่า ตามที่กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งกำหนดจัดเก็บภาษีจากผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทางอากาศทุกสัญชาติ ในอัตราเบื้องต้นครั้งละ 1,000 บาท และกำหนดเพดานอัตราภาษีไว้ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาทนั้น
สมาคมโรงแรมไทยขอแสดงความกังวลและคัดค้านหลักการดังกล่าว เนื่องจากอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เดินทาง ส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางทางอากาศ และบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจโรงแรม สายการบิน บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยมีเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้
1. ภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น และอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
หากมีการจัดเก็บภาษีตามร่างกฎหมายดังกล่าว นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีภาระค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้องรวมสูงถึง 2,570 บาทต่อคนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง โดยประกอบด้วย
ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) จำนวน 1,120 บาท ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569
ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 450 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการ
ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จำนวน 1,000 บาท ตามร่างกฎหมายที่เสนอ
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติและภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรยังเป็นข้อเสนอที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา มิใช่ภาระที่เรียกเก็บครบทั้งสามรายการแล้วในปัจจุบัน
ภาระดังกล่าวอาจทำให้ครอบครัวนักท่องเที่ยว 4 คนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรวม 10,280 บาท โดยยังไม่รวมค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ภายในประเทศ ตลอดจนค่าธรรมเนียมบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากผู้เข้าพักโรงแรมในบางพื้นที่ ซึ่งอาจเพิ่มภาระให้ผู้เดินทางและทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบจุดหมายปลายทางคู่แข่งในภูมิภาค
2. ผลกระทบต่อการเดินทางแบบสองทิศทาง (Two-Way Tourism) และความเชื่อมโยงของเที่ยวบินระหว่างประเทศ
การเดินทางระหว่างประเทศมีความสัมพันธ์กันทั้งขาออกและขาเข้า หากภาษีดังกล่าวทำให้คนไทยเดินทางไปต่างประเทศลดลง ความต้องการเดินทางโดยรวมอาจลดลง และส่งผลต่อความคุ้มค่าในการเปิดให้บริการเที่ยวบินของสายการบิน โดยเฉพาะเส้นทางที่มีผู้โดยสารไม่มากเพียงพอ
เมื่อความต้องการเดินทางลดลง สายการบินอาจพิจารณาปรับลดความถี่เที่ยวบินหรือชะลอการเปิดเส้นทางใหม่ ซึ่งจะทำให้จำนวนที่นั่งและทางเลือกในการเดินทางมายังประเทศไทยลดลงตามไปด้วย นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าไทยจึงอาจมีทางเลือกน้อยลง ค่าโดยสารสูงขึ้น หรือเปลี่ยนไปเลือกประเทศอื่นที่เดินทางได้สะดวกและคุ้มค่ากว่า
ผลกระทบดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่เพียงการเดินทางของคนไทยไปต่างประเทศ แต่ยังอาจกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รายได้จากการเข้าพักโรงแรม และการใช้จ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่อุปทาน
3. ซ้ำเติมภาวะการท่องเที่ยวที่ยังเปราะบาง
ในช่วงที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์เศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น การเพิ่มภาษีอีก 1,000 บาทต่อครั้งอาจกระทบการตัดสินใจเดินทาง โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งอาจเลือกจุดหมายปลายทางอื่นที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ส่งผลต่อรายได้และการจ้างงานของผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
4. ขอให้พิจารณาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างรอบด้าน
สมาคมโรงแรมไทยเห็นว่า การประเมินมาตรการดังกล่าวควรพิจารณามากกว่ารายได้ภาษีที่รัฐจะได้รับ โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อจำนวนผู้เดินทาง ความคุ้มค่าของเส้นทางบิน รายได้จากนักท่องเที่ยว การจ้างงาน และรายได้ภาษีที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่การท่องเที่ยว พร้อมเปรียบเทียบกับมาตรการของประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่าประโยชน์ที่ได้รับคุ้มค่ากับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทยขอให้กรมสรรพากรและกระทรวงการคลังพิจารณาดังนี้
1. ทบทวนและยุติการผลักดันร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... ในหลักการปัจจุบัน เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
2. หากยังมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อ ขอให้เปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบและประมาณการรายได้อย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สายการบิน ธุรกิจโรงแรม และเศรษฐกิจโดยรวม ก่อนนำเสนอเพื่อพิจารณา
3. ขอให้พิจารณามาตรการทางเลือกที่ไม่เพิ่มภาระให้ผู้เดินทางเกินความจำเป็น และไม่สร้างอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะการทบทวนขอบเขตผู้เสียภาษี อัตราภาษี และเพดานภาษีที่เสนอไว้
สมาคมโรงแรมไทยสนับสนุนการดำเนินนโยบายการคลังที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน แต่เห็นว่าการกำหนดมาตรการด้านภาษีควรคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ




