News Logo
หน้าแรก
เปิดข้อเท็จจริง ‘กะเพราแก้วจุรี’ ซีพีแรมถือสิทธิ 4 สายพันธุ์

เปิดข้อเท็จจริง ‘กะเพราแก้วจุรี’ ซีพีแรมถือสิทธิ 4 สายพันธุ์

21 ต.ค. 2569 17:56
ผู้ชม 65 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เปิดข้อเท็จจริงซีพีแรมจดทะเบียนกะเพรา ‘แก้วจุรี’ 4 สายพันธุ์ คุ้มครองสิทธิ 12 ปี ไม่ครอบคลุมพันธุ์ทั่วไป ประชาชนยังซื้อขายและบริโภคได้ตามปกติ ขณะที่การขยายพันธุ์เชิงพาณิชย์มีข้อจำกัดตามกฎหมาย

กรมวิชาการเกษตรรับจดทะเบียนกะเพรา “แก้วจุรี” 4 สายพันธุ์ ของ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เมื่อปี 2567 ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเกี่ยวกับขอบเขตสิทธิของบริษัท และการนำพันธุ์พืชพื้นเมืองของไทยมาพัฒนาเป็นพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะผลที่อาจเกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก การขยายพันธุ์ และการใช้ประโยชน์จากกะเพราของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป

ข้อมูลทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ของกรมวิชาการเกษตรระบุว่า กะเพราที่ได้รับการจดทะเบียน ได้แก่ แก้วจุรี01 แก้วจุรี02 แก้วจุรี03 และแก้วจุรี04

โดยพันธุ์แก้วจุรี01 ได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 11 มีนาคม 2579 ส่วนอีก 3 พันธุ์ได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2579 รวมระยะเวลา 12 ปี ตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งกำหนดให้พันธุ์ที่จดทะเบียนต้องมีลักษณะแตกต่างจากพันธุ์เดิม มีความสม่ำเสมอ และสามารถรักษาลักษณะประจำพันธุ์ไว้ได้เมื่อขยายพันธุ์ ทั้งนี้ กระบวนการจดทะเบียนต้องผ่านการตรวจสอบและประกาศโฆษณาคำขอ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยื่นคัดค้านภายใน 90 วัน ก่อนพิจารณาออกหนังสือสำคัญตามขั้นตอนของกฎหมาย

สำหรับที่มาของกะเพราแก้วจุรี เอกสารประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนของกรมวิชาการเกษตรระบุว่า พันธุ์แก้วจุรี02 ถึง 04 พัฒนาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองที่ใช้ชื่อว่า CPR1 โดยเริ่มดำเนินงานเมื่อเดือนเมษายน 2563 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ด้วยวิธีใช้สารเคมีชักนำให้จำนวนชุดโครโมโซมเพิ่มขึ้น ร่วมกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ก่อนคัดเลือกต้นที่มีลักษณะตามต้องการ ซึ่งเป็นวิธีปรับปรุงพันธุ์ด้วยการเปลี่ยนแปลงจำนวนชุดโครโมโซม ไม่ใช่การตัดต่อยีนหรือการนำยีนจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นมาใส่ในพืช

กะเพราที่ผ่านการคัดเลือกถูกนำไปปลูกทดสอบระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน 2565 ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และพื้นที่ของบริษัท ซีพีแรม จำกัด จังหวัดปทุมธานี โดยมุ่งพัฒนาลักษณะใบและกลิ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น พันธุ์แก้วจุรี02 มีความสูงต้นเฉลี่ย 84.80 เซนติเมตร ใบยาวเฉลี่ย 6.20 เซนติเมตร และกว้างเฉลี่ย 4.04 เซนติเมตร ขณะที่พันธุ์อื่นมีความแตกต่างกันในรายละเอียดของลักษณะทางกายภาพ

สำหรับขอบเขตสิทธิ มาตรา 33 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 กำหนดให้ผู้ทรงสิทธิมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการผลิต ขาย จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับความคุ้มครองเพื่อดำเนินการดังกล่าว เช่น เมล็ดพันธุ์หรือต้นพันธุ์ โดยสิทธิที่ได้รับมีผลเฉพาะพันธุ์ที่จดทะเบียน ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศไทย

สำหรับประชาชนทั่วไป การซื้อใบกะเพราไปประกอบอาหาร การบริโภค หรือการซื้อขายใบกะเพราที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์ ไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิผูกขาดดังกล่าว เนื่องจากมาตรา 33 กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชที่ไม่ได้มุ่งนำไปขยายพันธุ์ไว้โดยเฉพาะ รวมถึงการกระทำที่ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า

ขณะเดียวกัน เกษตรกรที่ปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์อื่นซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิคุ้มครองของบริษัท ยังคงสามารถเพาะปลูก เก็บเกี่ยว และจำหน่ายผลผลิตได้ตามปกติภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจาก การจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ไม่ได้ทำให้ผู้ทรงสิทธิสามารถครอบครองพันธุ์พืชชนิดเดียวกันทั้งหมด แม้ว่าพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองจะพัฒนามาจากพันธุ์พื้นเมืองก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การนำกะเพราแก้วจุรีที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย โดยมาตรา 33 เปิดข้อยกเว้นให้เกษตรกรเพาะปลูกหรือขยายพันธุ์จากส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิตขึ้นได้ แต่หากมีการประกาศให้พันธุ์พืชใหม่นั้นเป็นพันธุ์พืชที่ควรส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์ จะมีข้อจำกัดให้เพาะปลูกหรือขยายพันธุ์ได้ไม่เกิน 3 เท่าของปริมาณที่ได้รับ นอกจากนี้ กฎหมายยังอนุญาตให้ใช้พันธุ์พืชเพื่อการศึกษา ทดลอง หรือวิจัยปรับปรุงพันธุ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วน การผลิตเมล็ดพันธุ์หรือต้นพันธุ์แก้วจุรีเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์อาจต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ หากเป็นการดำเนินการที่อยู่ภายใต้สิทธิคุ้มครองและไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย

นอกจากนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปมาใช้วิจัยและพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางการค้า โดย มาตรา 19 และมาตรา 52 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขออนุญาตและแบ่งปันผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ทั้งนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 กำหนดระยะเวลาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ไว้เป็นการชั่วคราว พร้อมข้อยกเว้นสำหรับการใช้ประโยชน์ของเกษตรกรและประชาชน โดยกรณีกะเพราแก้วจุรี บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับสิทธิเฉพาะ 4 สายพันธุ์ที่จดทะเบียนจนถึงปี 2579 ขณะที่กะเพราพันธุ์อื่นยังสามารถเพาะปลูกและจำหน่ายได้ตามปกติ

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซีพีเปิดเวที CP INNOVATION EXPOSITION 2026 ชูนวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคต
ซีพีเปิดเวที CP INNOVATION EXPOSITION 2026 ชูนวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคต