เงินเฟ้อ ม.ค. 2569 ลด 0.66% ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 สนค.ย้ำยังไม่เข้าภาวะเงินฝืด เหตุเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก ชี้ค่าใช้จ่ายช่วงเลือกตั้งไม่มีผลต่อเงินเฟ้อ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กระทรวงพาณิชย์ นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 ลดลงร้อยละ 0.66 (YoY) ถือเป็นการติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสไฟฟ้าที่ปรับลดลง ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก และมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปในเดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 ลดลงร้อยละ 0.28 (MoM) และดัชนีเฉลี่ยทั้งปี 2568 ติดลบร้อยละ 0.14
นางสาวณัฐิยา กล่าวว่า ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป หักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้นร้อยละ 0.60 (YoY) เร่งตัวขึ้นเล็กน้อยจากเดือนธันวาคม 2568 ที่สูงขึ้นร้อยละ 0.59 (YoY) สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง โดยมีปัจจัย ได้แก่ (1) ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า ประกอบกับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับลดอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า (2) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย (3) การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่มีสัดส่วนในตะกร้าเงินเฟ้อสูง และ (4) การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่
นางสาวณัฐิยา กล่าวว่า สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่ (1) ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า โดยเฉพาะผักสดที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และ (2) ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี 2569
"ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 0.0 - 1.0 (ค่ากลางร้อยละ 0.5) และคาดว่าดัชนีเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวกช่วงไตรมาส 2 ตั้งแต่เดือนเมษายนคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.38 ช่วงไตรมาส 3 อยู่ที่ร้อยละ 0.90 และไตรมาส 4 อยู่ที่ร้อยละ 1.15 โดยเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่คงจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง"
นางสาวณัฐิยากล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง 10 เดือนติดยังไม่เข้าข่ายภาวะเงินฝืด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป หักอาหารสดและพลังงานออก) ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนเงินค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการในช่วงการเลือกตั้ง ไม่ได้ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ เพราะวงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น




