เอกชนหวังเร่งปิดดีลตั้งรัฐบาลใหม่ภายใน 30 วัน หวั่นยืดเยื้อ 3 เดือน เศรษฐกิจไทยเสียหายเฉียดแสนล้าน เหตุการลงทุนชะลอตัว งบประมาณล่าช้า การใช้จ่ายภาครัฐสะดุด กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักเป็นลูกโซ่
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และประธาน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวถึงผลการเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ส.ส.มากสุดและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ภาคธุรกิจไม่ได้กังวลว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล แต่กังวลว่า ประเทศจะนิ่งได้เร็วแค่ไหน ซึ่งเศรษฐกิจไม่สามารถหยุดรอการเมืองได้ ทุกวันที่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ คือวันที่การตัดสินใจลงทุนถูกเลื่อนออกไป ความเสียหายไม่ได้จบแค่ตัวเลข GDP แต่ลามไปถึงความเชื่อมั่นระยะยาว
“เศรษฐกิจไทยเปรียบเหมือนคนป่วย หากแพทย์ยังถกเถียงกันว่าใครจะเป็นผู้รักษา อาการของคนไข้ก็มีแต่ทรุดลงเรื่อยๆ” นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกร ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนและประชาชนรอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จาก กกต. เพื่อเดินหน้าสู่ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วที่สุด ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ และสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน ต้องการความเชื่อมั่นทั้งจากในและต่างประเทศ ขึงจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเร่งด่วน
“พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากควรเร่งรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีเอกภาพ เสถียรภาพโดยเร็วเพื่อขับเคลื่อนงบประมาณ การลงทุนภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง”นายพจน์กล่าว
นายพจน์กล่าวว่า ในส่วนของรัฐมนตรีควรคำนึงถึงความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญของบุคคลในแต่ละกระทรวง เช่น กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ แบบช่วงที่ผ่านมา โดยเป็นผู้ที่รู้งาน เข้าใจงาน และทำงานได้ทันที
นายพจน์กล่าวว่า บรรยากาศตลาดหุ้นวันนี้สะท้อนสัญญาณเชิงบวก แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพทางการเมืองและทิศทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป เอกชนยืนยันความพร้อมในการเป็นกลไกสนับสนุนและร่วมมือภาครัฐ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน และโปร่งใส

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย
ด้าน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า กรณีดีที่สุดคือ การจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพราะสิ่งที่นักลงทุนต้องการมากที่สุดคือความชัดเจนและทิศทาง ของรัฐบาล หากการจัดตั้งรัฐบาลลากยาวเกิน 60 วัน จะเกิดผลกระทบชัด ทั้งการชะลอการลงทุน งบประมาณล่าช้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักเป็นลูกโซ่
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ 3 เดือน จะเกิดความเสียหายต่อ GDP ที่ 0.3-0.5% หรือประมาณ 55,000-95,000 (GDP ไทยอยู่ที่18.8 ล้านล้านบาท) จากการลงทุนที่ชะลอและการใช้จ่ายภาครัฐที่หยุดชะงัก
“จึงเรียกร้องให้พรรคการเมืองเร่งปิดดีล การจัดตั้งรัฐบาลภายใน 30 วัน พร้อมประกาศทิศทางเศรษฐกิจทันที ทั้งมาตรการกระตุ้นระยะสั้น การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการขับเคลื่อนการค้าในเวทีระหว่างประเทศ เราไม่ได้เลือกข้างการเมือง แต่เลือกความชัดเจนและเสถียรภาพ เพราะทุกวันที่การเมืองหยุด คือโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประเทศสูญเสียไป”นายอดิษฐ์

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)




