News Logo
หน้าแรก
กกร.จี้รัฐเร่งแก้คอร์รัปชัน หลังดัชนีภาพลักษณ์ตกต่ำสุดในรอบ 14 ปี

กกร.จี้รัฐเร่งแก้คอร์รัปชัน หลังดัชนีภาพลักษณ์ตกต่ำสุดในรอบ 14 ปี

11 ก.พ. 2569 20:27
ผู้ชม 111 คน

กกร. -เครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” ห่วงดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทยต่ำสุดในรอบ 14 ปี กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน-ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จี้ รบ.เร่งยกระดับมาตรการต้านทุจริต เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ -แก้ไขปัญหาสินบน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานผลการประเมินดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 โดย Transparency International ซึ่งประเทศไทยได้คะแนนเพียง 33 จากเต็ม 100 อยู่ในอันดับที่ 116 ของโลก นับเป็นคะแนนที่ต่ำที่สุดในรอบ 14 ปี และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 42 คะแนนอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานระบุว่า คะแนน CPI ที่ลดลงนี้สะท้อนภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสของประเทศไทยที่ถดถอยลงอย่างชัดเจน และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงเป้าหมายระยะยาวของไทยในการเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และหลักนิติธรรม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นที่คะแนนลดลงในมิติที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของภาคธุรกิจและนักลงทุน ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อระบบการแข่งขัน ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และกระบวนการยุติธรรม ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง กกร. และภาคเอกชนจึงได้เริ่มขับเคลื่อนคณะทำงาน Zero Corruption อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

กกร. และเครือข่ายฯ ย้ำว่า แม้รัฐบาลปัจจุบันจะอยู่ในสถานะรักษาการ แต่ยังคงมีอำนาจและหน้าที่ในการกำหนดทิศทางเชิงนโยบายและสั่งการเชิงบริหารเพื่อรักษาเสถียรภาพและภาพลักษณ์ของประเทศ จึงควรเร่งยกระดับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เสริมความเป็นอิสระ โปร่งใส และประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม รวมถึงลดอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และที่สำคัญคือส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

นอกจากนี้ กกร. และ “เพื่อนไม่ทน” ยังเสนอให้เร่งเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงานรัฐ หรือ "Connect-the-Dots" เพื่อให้มี Data Bureau และสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเป็นระบบ โดยประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) กรมศุลกากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้ และภาคเอกชน

กกร.แถลงข่าว

กกร.แถลงข่าว

ทั้งนี้ กกร. และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน“ จะยังคงเดินหน้าตามกรอบดำเนินงาน “6 ด้านต้านทุจริต” ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ประกอบด้วย การปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างวัฒนธรรมองค์กรและสังคมที่ยึดประโยชน์ส่วนรวม, การกำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริตที่ชัดเจน ครอบคลุมการคัดเลือกบุคลากร การประเมินผล และการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส, การพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงเพื่อวิเคราะห์และจัดการความเสี่ยงการทุจริตเชิงโครงสร้าง, การนำเทคโนโลยีและข้อมูล Big Data รวมถึงระบบดิจิทัลมาใช้ในการตรวจจับความผิดปกติ, การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูล และการจัดให้มีช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเป็นรูปธรรม

ในระยะต่อไป กกร. และ “เพื่อนไม่ทน” จะดำเนินการต่อจากการสำรวจการเลือกตั้ง โดยเน้นประเด็น "10 สินบน" ที่ภาคเอกชนต้องจ่าย ซึ่งกลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม ขณะที่ความไม่โปร่งใสในหน่วยงานรัฐทำให้ภาคเอกชนต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ใบอนุญาตอนุมัติ จนเกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ

กกร. และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักว่าปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงประเด็นทางศีลธรรม แต่เป็น “ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” หากไม่เร่งดำเนินการอย่างจริงจัง ประเทศไทยอาจสูญเสียโอกาสด้านการลงทุน ไม่สามารถยกระดับมาตรฐานสากล และการก้าวเข้าสู่ OECD ในอนาคตได้

"ภาคเอกชนพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของประเทศไทย และผลักดันให้ “ความโปร่งใส” เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เกิดการค้า การลงทุนในประเทศ ความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนไทย การเพิ่มรายได้ของคนไทย และการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน" รายงานข่าวจาก กกร.ระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด
'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด