ธปท.เตรียมคุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้าน เพื่อป้องปรามธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และลดโอกาสการเกิดอาชญากรรม เดินหน้าจัดระเบียบค่าธรรมเนียมแบงก์ 10-15 รายการ ให้มีมาตรฐานและสอดคล้องต้นทุนที่แท้จริง กลุ่มเป้าหมายแรกจะครอบคลุมค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ถอนเงินข้ามเขต การขอ Statement และค่าธรรมเนียมบัตร ATM
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "ไทยมองไทย" ในงาน Thailand Economic Drive 2026 ตอนหนึ่งว่า แบงก์ชาติเตรียมประกาศใช้เกณฑ์การกำกับดูแลการถอนเงินสด จากนี้การเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องสอบถามเหตุผล หรือทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน เพื่อป้องปรามธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และลดโอกาสการเกิดอาชญากรรม
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าผู้ประกอบการ SME หรือบุคคลทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสดในการทำธุรกิจตามปกติ ยังสามารถทำได้เพียงแค่แจ้งเหตุผลประกอบ ในอนาคตอาจมีการขยายผลไปยังเรื่องการฝากเงินสด และอาจพิจารณาปรับลดเกณฑ์การถอนเงินจาก 5 ล้านบาท ลงเหลือ 3 ล้านบาท ตามการประเมินผลในแต่ละช่วง
"ธปท. ยังอยู่ระหว่างร่วมกับสถาบันการเงินจัดระเบียบค่าธรรมเนียมธนาคารประมาณ 10-15 รายการ ให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยกลุ่มเป้าหมายแรกจะครอบคลุมค่าธรรมเนียมธุรกรรมพื้นฐาน เช่น การโอนเงินหรือถอนเงินข้ามเขต การขอ Statement และค่าธรรมเนียมบัตร ATM ค่าธรรมเนียมสำหรับ SME เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการให้สินเชื่อ (Front-end fee) และค่าปรับกรณีการไถ่ถอนเงินกู้ก่อนกำหนด (Prepayment fee) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นกลาง คาดว่าจะเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับเกณฑ์ค่าธรรมเนียมใหม่ที่ปรับลดลงภายใน 2 เดือนข้างหน้า" นายวิทัย กล่าวในงาน Thailand Economic Drive 2026 จัดโดยโพสต์ทูเดย์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569
นอกจากนี้ ธปท.ได้เข้ามากำกับดูแลการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันเป็นครั้งแรก เนื่องจากธุรกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาท ในช่วงที่ราคาทองคำสูงขึ้น ประชาชนจะขายทองผ่านแอป ทำให้ร้านทองได้รับดอลลาร์ และเมื่อร้านทองนำดอลลาร์มาแลกเป็นเงินบาทในปริมาณมากพร้อมกันจะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงกำหนดให้การซื้อขายทองคำเกิน 20 ล้านบาทต่อวัน ต้องรายงานข้อมูลมายัง ธปท. รวมถึงกำหนดเพดานการซื้อขายไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวันต่อราย หากเกินต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ และอาจพิจารณาลดเพดานเหลือ 20 ล้านบาทในอนาคต
แบงก์ชาติยังสั่งให้ธนาคารรายงานสถานะการถือครองทองคำในระบบแอปพลิเคชันทั้งหมด ทำให้ ธปท.เห็นข้อมูลสต็อกทองคำรายบุคคลครบถ้วน หากมีการเบิกทองคำจริงเกิน 2 กิโลกรัม ต้องรายงานข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการใช้ทองคำเป็นช่องทางซ่อนเงิน
ผู้ว่า ธปท. ยังระบุว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ธปท.ได้ขับเคลื่อน และเตรียมการ 4 แนวทางหลัก หนึ่งในนั้นคือการแก้ปัญหาหนี้เสียรายย่อยผ่านกลไก "National AMC" หากไม่แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ประเทศจะวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมไปอีกหลายปี โดยปัจจุบันติดอยู่ในวงจรการเติบโตต่ำ ซึ่งมีปัจจัยมาจากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 86-87% ของ GDP และที่น่ากังวลคือคุณภาพหนี้ NPL ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงสินเชื่อ SME ที่ติดลบต่อเนื่องมาถึง 14 ไตรมาส
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นายวิทัย ย้ำว่า เสถียรภาพและเศรษฐกิจต้องเดินคู่กัน โดยเป้าหมายคือการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจจากปัจจุบันที่ 2.7% ให้กลับไปสู่ระดับ 3.5% หรือ 4% ผ่านการปรับโครงสร้าง การลงทุนใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน




