อีอีซี ยืนยัน 3 เม.ย. 69 ดีเดย์ ลุย "อู่ตะเภา-เมืองการบิน" 2.9 แสนล้าน ไม่ลดขนาดโครงการ เฟสแรกยังคงเป้ารองรับ 12 ล้านคนต่อปี
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 6 มีนาคม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ได้แจ้งกำหนดการสำคัญให้ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ผู้รับสัมปทานโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่ากว่า 2.9 แสนล้านบาท เตรียมเริ่มงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เมษายน 2569 โดยยืนยันว่ายังไม่มีการปรับลดขนาดโครงการแต่อย่างใด พร้อมคงเป้าหมายการรองรับผู้โดยสารในเฟสแรกไว้ที่ 12 ล้านคนต่อปี
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ทำหนังสือถึง UTA เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed หรือ NTP) ในวันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งจะถือเป็นการเริ่มนับหนึ่งระยะเวลาโครงการ โดยโครงการนี้มีระยะเวลาสัมปทานรวม 50 ปี หรือสิ้นสุดในปี 2619
ตามเงื่อนไข โครงการมีระยะเวลาก่อสร้างในระยะแรก 5 ปี โดยมีเป้าหมายเปิดให้บริการได้ภายในปี 2574 ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้สอดคล้องกับโครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในปัจจุบัน
นายจุฬา สุขมานพ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การแจ้งให้ UTA เริ่มงานในวันที่ 3 เมษายน 2569 นี้ ยังคงเป็นไปตามแผนเดิมที่วางไว้ และยังไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือลดขนาดการพัฒนาแต่อย่างใด
"การแจ้งให้ UTA เริ่มงานในวันที่ 3 เมษายน ยังเป็นไปตามแผนเดิมไปก่อน ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือลดขนาดการพัฒนาแต่อย่างใด เพราะการจะลดขนาดต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดอีอีซี พิจารณาอีกครั้ง ตอนนี้คือทำตามกรอบเดิมที่วางไว้ โดยให้เริ่มเข้าไปพัฒนาเมืองและสนามบินอย่างเต็มรูปแบบ" นายจุฬากล่าว
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการสำนักงานอีอีซีได้ระบุว่า ในขณะเดียวกัน UTA ก็ต้องส่งรายงานผลการศึกษาเข้ามาว่าควรจะปรับตัวเลขลงเท่าไหร่ ซึ่งจากนั้นจึงจะนำมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง
นายจุฬายังยืนยันว่า เป้าหมายของโครงการในเฟสแรกยังคงอยู่ที่การรองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี แม้ว่าจะมีการพูดถึงการลดลงเหลือ 3 ล้านคนต่อปีก็ตาม ซึ่งนายจุฬาเน้นย้ำว่า "มันต้องมีที่มาที่ไปชัดเจน และต้องแสดงให้เห็นว่าในอนาคตจะเติบโตไปสู่เป้าหมายปลายทางได้อย่างไร เพราะต้องมีการประมาณการตัวเลขให้เห็นตลอดทั้งโครงการ" โดยเป้าหมายปลายทางของโครงการยังคงอยู่ที่การรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อปีเช่นเดิม





