'อนุทิน' ยันรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอ ยันน้ำมันดิบประเทศไม่ขาดแคลน ชี้ประชาชนแห่ตุน ทำสถานการณ์ตึงตัว วอนใช้น้ำมันเหมือนภาวะปกติ-อย่าตื่นตระหนก-กักตุนน้ำมัน คาดสถานการณ์คืนสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ พร้อมเตรียมอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ณ อาคารรัฐสภา เพื่อติดตามปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับธุรกิจน้ำมันตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยหลังการประชุมได้มีการแถลงข่าว โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ นายอนุทินยืนยันอย่างหนักแน่นว่าประเทศไทยยังไม่ได้ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันดิบแต่อย่างใด และข้อวิตกกังวลว่าน้ำมันดิบจะหายไปครึ่งหนึ่งจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางนั้นไม่เป็นความจริง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากการตรวจสอบ โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยมีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน และมีการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่องจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ทั้งโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันจะประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าท่า ซึ่ง ปตท. โออาร์ จะประกาศราคาที่ไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะกำกับดูแลโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันให้รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่าย ปริมาณ และราคาต่อกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้สามารถดูแลจัดสรรปริมาณน้ำมันให้เหมาะสมกับสถานการณ์และราคาที่เป็นธรรม
@ปัญหาจากความวิตกกังวลและการบริโภคเกินปกติ
นายอนุทินชี้แจงว่า สาเหตุที่ทำให้น้ำมันไม่เพียงพอในบางพื้นที่ ไม่ได้มาจากการขาดแคลนน้ำมันดิบหรือกำลังการผลิตที่ลดลง แต่เกิดจากความวิตกกังวลของประชาชนที่เพิ่มปริมาณการเติมและสำรองน้ำมันไว้ใช้เอง ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันต่อวันพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปกติที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราการใช้ในสภาวะปกติก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง โดยยังไม่รวมมาตรการประหยัดน้ำมัน กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 84 ล้านลิตรต่อวันหลังจากเกิดสงคราม ซึ่งเกินกว่ากำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้เกิดภาวะ "ขาดน้ำมัน" ในบางจุดเนื่องจากความต้องการที่โอเวอร์โหลด
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่าขอยืนยันว่าไม่มีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปไปยังประเทศที่สาม นอกเหนือจาก สปป.ลาวคิดเป็นจำนวนเฉลี่ย 5.29 ล้านลิตร/วัน ซึ่งลดลง 25% และเมียนมาร์ 300,000 ลิตร/วัน ซึ่งลดลง 20% โดยมีเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ด้านพลังงานร่วมกัน เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าและก๊าซที่ป้อนกลับมายังประเทศไทย
@มาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่น
รัฐบาลได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนมีรายละเอียดดังนี้
1.ผ่อนผันการขนส่ง:
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศภายในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการต่างๆ โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
2.อัดฉีดน้ำมันสำรอง:
รัฐบาลจะเร่งพิจารณาอัดฉีดน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในระบบกลับเข้ามา เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันหมุนเวียนและลดภาวะการตื่นตระหนก ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้กล่าวเสริมว่า จะเร่งอัดฉีดสต็อกน้ำมันที่กลั่นแล้วเข้าสู่ปั๊มต่างๆ ภายในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้ปั๊มกลับมาใช้ได้ตามปกติ และทำให้ระบบการขนส่งกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว
3.มาตรการเพิ่มเติมระยะกลาง:
พิจารณาผ่อนปรนการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณในระบบ เร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมจำหน่าย และพิจารณาเงินชดเชยให้แก่กองทุนต่างๆ
นายอนุทินกล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศยังคงรักษาระดับอยู่ที่ประมาณ 100 วัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 62 วันในช่วงเริ่มต้นของวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการและมาตรการงดส่งออกน้ำมันที่กลั่นแล้วไปยังประเทศอื่น (ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมาร์) ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา
นายกรัฐมนตรีคาดการณ์ว่า สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ หากประชาชนให้ความร่วมมือด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้น้ำมันกลับสู่สภาวะปกติ ลดความวิตกกังวล และงดการกักตุน
@ชี้แจงกรณีปั๊มน้ำมันปิดให้บริการและสถานะกองทุน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีปั๊มน้ำมันในจังหวัดสงขลา 4 แห่งปิดให้บริการเนื่องจากเจ้าของระบุว่าจะได้รับการจัดส่งน้ำมันอีกครั้งในวันที่ 1 เมษายน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้ชี้แจงว่า ปัญหาดังกล่าวอาจเป็นปัญหาเฉพาะของปั๊มที่ไม่ใช่แบรนด์หลัก หรือเป็นปัญหาด้านการขนส่งชั่วคราว ไม่ใช่การขาดแคลนจากระบบทั้งหมด และตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวสารคลาดเคลื่อน พร้อมยืนยันว่า ปตท. ได้นำเรือเข้าไปเสริมการขนส่งในภาคใต้แล้ว และการขนส่งเป็นไปอย่างเต็มที่ทุกวัน จึงไม่น่าจะเกิดการขาดแคลนเป็นเวลานาน
นายพิพัฒน์ยังได้อธิบายความแตกต่างระหว่างปั๊มที่มีแบรนด์ เช่น ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ พีที ซัสโก้ ซึ่งมีบริษัทแม่ดูแลและสนับสนุน กับปั๊มทั่วไปที่ไม่มีแบรนด์ ซึ่งปั๊มกลุ่มหลังนี้จะซื้อน้ำมันจากจ๊อบเบอร์ในราคาที่ถูกกว่า แต่จะขาดการสนับสนุนจากบริษัทแม่เมื่อเกิดวิกฤต ทำให้ประสบปัญหาได้มากกว่า
@สถานะกองทุนน้ำมัน
ด้าน หม่อมหลวงปีกทอง ผู้บริหารจาก ปตท. ยืนยันว่ากองทุนน้ำมันยังสามารถอุดหนุนราคาได้ โดยมีเงินสดในมือกว่า 20,000 ล้านบาท และรอบการจ่ายชดเชยผู้ค้าจะเป็นรายเดือน ซึ่งไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการ และยืนยันว่าการนำเข้าน้ำมันดิบจากหลากหลายแหล่งทั่วโลกยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1-18 มีนาคม มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ มาเลเซีย บราซิล อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย บรูไน และลิเบีย รวมกว่า 3,300 ล้านลิตร
@การผลิตไฟฟ้า
นายอนุทินยังได้กล่าวถึงเรื่องของขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าของไทย โดยระบุว่าการผลิตไฟฟ้าในประเทศใช้ก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทยเป็นหลัก ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลจะส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น การนำพลังงานชีวภาพ B20 มาผสมในน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศให้มีมากขึ้น
นายอนุทินเรียกร้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้ปรับพฤติกรรมการใช้น้ำมันกลับสู่สภาวะปกติ ลดความวิตกกังวล และงดการกักตุน โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่ และได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ทำเนียบรัฐบาล อาคารภักดีบดินทร์ เพื่อแถลงข่าวและอัปเดตสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์




