กรมพัฒนาธุรกิจฯสอบเชิงลึก 6,551 บริษัท ส่อเป็นนอมินี แอบประกอบธุรกิจ 3 บัญชีแนบท้าย ลั่นหากพบผิดจริงฟันไม่เลี้ยง ป้องกันประเทศเสียหาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย หลังพบคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 ลักลอบดำเนินธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายของพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดชัดเจนตามกฎหมาย โดยกรมฯ นำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
“เบื้องต้น พบนิติบุคคลต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 6,551 ราย ซึ่งขณะนี้กรมฯอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านภาษี ในการขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง”นายนูนพงษ์กล่าว
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวว่า ผู้ประกอบธุรกิจหรือนักลงทุนชาวต่างชาติ หากต้องการเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด ซึ่ง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้กำหนดเงื่อนไขการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวไว้ 3 บัญชีท้าย เพื่อบ่งชี้สถานะการประกอบธุรกิจที่ชาวต่างชาติสามารถดำเนินการในประเทศไทย ดังนี้ บัญชีที่ 1 ห้ามชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่พี้นฐานของคนไทย และสงวนไว้สำหรับคนไทย อาทิ การทำนา ทำสวน ทำไร่ การทำประมงในน่านน้ำไทย การทำไม้จากป่าธรรมชาติ การค้าขายที่ดิน
นายพูนพงษ์กล่าวว่า บัญชีที่ 2 เกี่ยวข้องกับกับความมั่นคง วัฒนธรรม และทรัพยากรของประเทศ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับสำคัญ อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี(ครม.) อาทิ ธุรกิจเกี่ยวกับความมั่นคง (เช่น อาวุธ) ธุรกิจคมนาคม ขนส่ง ธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และบัญชีที่ 3 ธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อาทิ ธุรกิจบริการ เช่น บัญชี กฎหมาย ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ความผิดตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีโทษทั้งจำคุกและปรับ โดยผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ที่รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิด หรือมิได้ป้องกันเกินสมควรไม่ให้เกิดการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ กรมฯจะดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงและเทคโนโลยีวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดกฎหมายและขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งเบาะแสเพื่อร่วมกันปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th




