News Logo
หน้าแรก
‘ดิทโต้’ จ่อเปิดจองซื้อ ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัล รายแรกในไทย

‘ดิทโต้’ จ่อเปิดจองซื้อ ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัล รายแรกในไทย

27 พ.ค. 2569 14:22
ผู้ชม 21 คน

‘ดิทโต้’ จ่อเปิดจองซื้อ ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรายแรกในไทย ระดมทุนไม่เกิน 480 ล้าน ลุยปลูกป่าชายเลน

‘ดิทโต้’ จ่อเปิดจองซื้อ ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรายแรกในไทย พร้อมสิทธิได้รับชำระผลตอบแทนทบต้นสะสมและเงินลงทุนเริ่มต้น ณ วันสิ้นสุดโครงการโทเคนดิจิทัลในอัตราผลตอบแทน 3% ต่อปี หากผู้ออกโทเคนดิจิทัลยังไม่สามารถขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงได้ ระดมทุนไม่เกิน 480 ล้านบาท นำร่องปลูกป่าชายเลน 17,531.04 ไร่ โดยมีคาร์บอนเครดิต 4 แสนตันเป็นสินทรัพย์อ้างอิง เพื่อนำไปขายและจัดสรรเป็นผลตอบแทนให้ผู้ถือโทเคนดิจิทัล

สำนักงาน Next News รายงานว่า นายฐกร รัตนกมลพร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นายชัยทัด กุลโชควณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และนายวันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด ร่วมให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเปิดตัว “บลู กรีนโทเคน” (Blu Green Token) ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Token) รายแรกในไทย

ฐกร รัตนกมลพร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรายแรกในไทย

ฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

 นายฐกรกล่าวถึงที่มีการออก “บลู กรีนโทเคน”  ว่า  ดิทโต้ มีบริษัทลูก คือ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด หรือ STCT โดยที่ผ่านมาดำเนินโครงการพัฒนาป่าชายเลนเพื่อรับคาร์บอนเครดิต เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในกลุ่ม ซึ่งในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกให้ความสำคัญเรื่องภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะยุโรปออกมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM :Carbon Border Adjustment Mechanism) เพื่อเก็บภาษีคาร์บอน โดยเริ่มบังคับใช้ในปี 2569 สำหรับสินค้าที่ส่งไปยุโรป ซึ่งประเทศไทยมีสินค้าหลายประเภทส่งไปยุโรป แต่ประเทศไทยยังคงไม่มีกฎหมายที่บังคับใช้เรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ในระยะยาวนอกจากเรื่องการค้า เรื่องความยั่งยืน การลดโลกร้อนจะมีผลกระทบมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน เวทีนานาชาติพูดเรื่องนี้กันมากขึ้น ดิทโต้ จึงมีการพัฒนาโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อให้ได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิต

นายฐกรกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังยกร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (หรือที่เรียกกันว่า "พ.ร.บ. โลกร้อน") โดยอยู่ในระหว่างการเห็นชอบของรัฐบาลเพื่อเสนอสภาต่อไป โดยร่างกฎหมายนี้จะมีความสำคัญมาก เนื่องจาก ประเทศไทยทำการค้าร่วมกับทั่วโลก ซึ่งยุโรปให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หากไม่มี พ.ร.บ. โลกร้อน ผู้ประกอบการในประเทศนั้น ๆ จะต้องจ่ายภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น

นายฐกรกล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญเรื่องนี้ จึงเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืนของประเทศไทย ภายใต้โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต โดยปัจจุบัน STCT ได้รับสิทธิในการดูแลพื้นที่ป่าชายเลนรวมทั้งสิ้นกว่า 175,196.05 ไร่ และได้ทำการแบ่งพื้นที่ป่า 17,531.04 ไร่ มาเป็นโครงการอ้างอิงสำหรับการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล โดยยื่นขอเสนอขายโทเคนดิจิทัลดังกล่าวกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และได้รับการอนุญาตให้เสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรายแรกของประเทศต่อประชาชน โดยมีป่าชายเลนเป็นโครงการอ้างอิง

ชัยทัด กุลโชควณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดจองซื้อ ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรายแรกในไทย

ชัยทัด กุลโชควณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ด้านนายชัยทัดกล่าวเสริมว่า เราปลูกป่า 17,531.04 ไร่ และขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  หรือ อบก. เพื่อนำมาทำโทเคนดิจิทัล โดยคาดว่าจะได้คาร์บอนเครดิตราว 1,079,391 ตัน โดยจะนำคาร์บอนเครดิตจำนวน 4 แสนตันมาเป็นสินทรัพย์อ้างอิงสำหรับโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสินทรัพย์ป่าสมบูรณ์

 นายชัยทัดกล่าวว่า STCT ได้รับอนุมัติจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ให้เข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต พื้นที่รวมทั้งหมดราว 175,196.05 ไร่ กระจายอยู่ตามพื้นที่ทางตะวันออก และภาคใต้ ในหลายจังหวัด อาทิ ระยอง กระบี่ พังงา โดยได้รับสิทธิสัมปทานระยะเวลา 30 ปี

 นายชัยทัดกล่าวว่า สำหรับสิทธิที่เราได้รับ คือ สิทธิในการปลูกและดูแลรักษาป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตเท่านั้น โดยชุมชนท้องถิ่นยังคงสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในการทำมาหากินและเก็บหาของป่าเพื่อการยังชีพได้ตามปกติ ยกเว้นการตัดไม้รักษาป่า ซึ่งเราจะเน้นการจ้างงานคนในชุมชนให้เป็นผู้ดูแลป่าเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนทดแทนการตัดไม้ทำลายป่าในอดีต เมื่อป่าสมบูรณ์ขึ้นจะช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่งและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ซึ่งช่วยให้การทำมาหากินของชาวบ้านดีขึ้น ที่สำคัญป่าชายเลนยังสามารถดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกถึง 4-10 เท่า ทำให้คาร์บอนเครดิตที่ได้รับมีมูลค่าสูงในระดับพรีเมียม

วันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด เปิดจองซื้อ ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรายแรกในไทย

วันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด

ด้านนายวันรบ กล่าวว่า การออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะทำผ่าน Token X ซึ่งเป็น ICO Portal (ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชนดังกล่าวได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้ว สำหรับการจัดสรรผลตอบแทนอ้างอิงจากราคาขายคาร์บอนเครดิตสุทธิผู้ออกโทเคนดิจิทัลได้วางกลไกความคุ้มครองของผู้ถือโทเคนดิจิทัลไว้อย่างชัดเจน โดยมีบริษัทวิจัยการตลาดให้การรับรองความเห็นเกี่ยวกับกรอบและลักษณะการเสนอขายโทเคนดิจิทัลประเภทดังกล่าว จัดทำรายงานภาวะอุตสาหกรรม วิเคราะห์ภาพรวมของตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตโลก ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย รวมถึงความสำคัญของบลูคาร์บอน (Blue Carbon) และป่าชายเลน รวมถึงการนำข้อมูลส่วนต่างราคา (Premium Factor) จากตลาดโลกมาปรับใช้เพื่อให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบลูคาร์บอนเครดิตในไทย

 นายวันรบกล่าวว่า หาก พ.ร.บ. โลกร้อนถูกบังคับใช้ และการที่ประเทศไทยร่วมทำข้อตกลงกับประชาคมโลกตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เราคาดว่าในปี 2030 ความต้องการของคาร์บอนเครดิตจะเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากมาตรการ CBAM ของฝั่งยุโรป ซึ่งเป็นแรงกดดันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ สำหรับการลงทุนในโทเคนดิจิทัล แม้ว่าการลงทุนโทเคนดิจิทัลจะไม่ได้รับผลตอบแทนในช่วง 5 ปีแรกของโครงการโทเคนดิจิทัล แต่ผู้ถือโทเคนดิจิทัลสามารถนำโทเคนดิจิทัลไปซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองได้ตลอด 24 ชั่วโมงหากสามารถเข้าจดทะเบียนซื้อขายได้แล้วเสร็จ  

ฐกร รัตนกมลพร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดจองซื้อ ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรายแรกในไทย

ฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

 ด้านนายฐกรกล่าวว่า STCT ออกโทเคนดิจิทัลจำนวน 400 ล้านโทเคน เพื่อระดมทุนจำนวนไม่เกิน 480 ล้านบาท โดยมีคาร์บอนเครดิตอ้างอิงจำนวน 4 แสนตัน เพื่อนำเงินจากการระดมทุนไปชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการอ้างอิงที่ได้มีการชำระไปแล้วบางส่วน ชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการอ้างอิงตั้งแต่เริ่มโครงการจนจบโครงการโทเคนดิจิทัล และชำระค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมโทเคนดิจิทัล โดยการออกโทเคนดิจิทัลครั้งนี้เปรียบเหมือนการแปลงสินทรัพย์สีเขียวให้เป็นหน่วยย่อยเพื่อให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดจองเสนอขายภายในไตรมาสที่ 3 นี้

นายฐกรกล่าวว่า สำหรับระบบนิเวศของตลาดคาร์บอนเครดิต ประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มผู้พัฒนาโครงการ กลุ่มที่ 2. ตลาดตัวกลางซื้อขายคาร์บอนเครดิต และกลุ่มที่ 3. ผู้ใช้คาร์บอนเครดิต ได้แก่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยก๊าซเรือนกระจก

ด้านนายชัยทัดกล่าวว่า ตลาดคาร์บอนเครดิตมีแนวโน้มเติบโตในตลาดโลก เมื่อมาตรการการบังคับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถูกบังคับใช้ หาก พ.ร.บ. ลดโลกร้อนถูกบังคับใช้ คาดว่าจะส่งผลให้ความต้องการคาร์บอนเครดิตเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต 

ชัยทัด กุลโชควณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดจองซื้อ ‘บลู กรีนโทเคน’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรายแรกในไทย

ชัยทัด กุลโชควณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

“โทเคนดิจิทัลนี้มีลักษณะเด่นในการวางโครงสร้างเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงให้แก่ผู้ลงทุน โดยจัดให้มีกลไกการจัดสรรเงินลงทุนเริ่มต้นและผลตอบแทนทบต้นสะสม โดยหากผู้ลงทุนถือครองโทเคนดิจิทัลจนครบอายุโครงการประมาณ 7 ปี (ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นที่ 1,200 บาท หรือเทียบเท่า 1,000 โทเคน) โดยผู้ถือโทเคนดิจิทัลจะมีสิทธิได้รับเงินลงทุนเริ่มต้น พร้อมผลตอบแทนทบต้นสะสมในอัตราร้อยละ 3.00 ต่อปี (คำนวณรายวันนับจากวันเริ่มโครงการ) ในกรณีที่โครงการไม่สามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ตามที่กำหนด โดยมี ดิทโต้ เป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการเงิน” นายชัยทัดกล่าว

 นายฐกรกล่าวว่า ประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 380 ล้านตันต่อปี แต่คาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการปลูกป่าชายเลนของบริษัทคาดว่าจะได้เพียงแค่ปีละประมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการของตลาด

  “คาร์บอนเครดิตเป็นเทรนด์โลก ไม่ได้สร้างรายได้ในวันนี้ แต่เป็นการสร้างโอกาสในอนาคต เป็นแผนลงทุนระยะยาว ช่วยสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต” นายฐกรกล่าวทิ้งท้าย

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
‘บลู กรีนโทเคน’
โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ฐกร รัตนกมลพร
ชัยทัด กุลโชควณิช
วันรบ บุญธรรม
บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
Blu Green Token
บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด
โครงการพัฒนาป่าชายเลนเพื่อรับคาร์บอนเครดิต
คาร์บอนเครดิต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ดิทโต้’ จ่อขาย Blu Green Token ไตรมาส 3 ระดมทุน 480 ล. ปลูกป่าชายเลน
‘ดิทโต้’ จ่อขาย Blu Green Token ไตรมาส 3 ระดมทุน 480 ล. ปลูกป่าชายเลน