‘เอกนิติ’ สำรวจตลาด ปลื้มคนแห่ใช้ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ วันแรกคึก ย้ำเป้าช่วยลดค่าครองชีพชาวบ้าน พร้อมนำวงเงินที่เหลือไปจัดทำโครงการช่วยเหลือประชาชนต่อ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส เริ่มใช้สิทธิ 60/40 โดยรัฐบาลโอนเงินให้เดือนละ 1,000 บาท(รวม 4 เดือน) ประชาชนซื้อสินค้าจ่ายเพียง 40% รัฐช่วยจ่าย 60% ไม่เกินวันละ 200 บาทนั้น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางไปสำรวจที่ตลาดธนบุรี โดยนายเอกนิติ ได้สอบถามพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ร่วมโครงการและประชาชนที่มาซื้อสินค้าถึงการใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส
นายเอกนิติกล่าวว่า มาสำรวจตลาดที่เปิดโครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ดีใจเห็นคนมาใช้สิทธิกันมาก มาคุยพ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านที่มาเดินตลาด สิ่งที่ทราบคือช่วยลดค่าครองชีพประชาชนได้จริง ทุกรายการที่ซื้อ รัฐช่วยจ่าย 60% ช่วยให้ค่าครองชีพถูกลง ตอนนี้เกิดสงครามในตะวันออกกลางเจอวิกฤตทั่วโลก ของแพงขึ้น เราช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนกว่า 26 ล้านคน ได้สอบถามพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนก็ทราบว่าการใช้ง่ายมาก ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายก็สะดวก นอกจากนี้ยังมีระบบเอไอนกกระซิบช่วยวิเคราะห์พ่อค้าแม่ค้าว่าของขายดีไหม ช่วงไหนขายดี จะสรุปยอดขายทุกวันและเอายอดขายนี้ไปขอสินเชื่อได้ ไม่ต้องไปกู้นอกระบบ มีนกคอยกระซิบพ่อค้าแม่ค้าว่ายอดขายอะไรดี จะได้ซื้อของมาเตรียมให้ตรงความต้องการของลูกค้า ยังเปิดให้ร้านค้าเข้าร่วมได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะเสนอสภาตั้งกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน นายเอกนิตกล่าวว่า ไม่ขัดข้องครับ โครงการไทยช่วยไทยพลัส และโครงการเงินกู้ที่เราใช้ เราเน้นเรื่องความโปร่งใส เพราะฉะนั้น เรายินดีให้ตรวจสอบ แล้วต้องบอกว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ใช้แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เม็ดเงินลงถึงประชาชน 100% ผลพลอยได้อีกอย่างคือพ่อค้าแม่ค้าเริ่มรู้จักใช้ระบบดิจิทัล มันเป็นระบบที่จะช่วยทำให้มีความโปร่งใสแล้วพิสูจน์ได้
นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับวงเงินที่ยังเหลือ เนื่องจากมีกว่า 3 ล้านคนที่ไม่ได้ร่วมโครงการนั้น รัฐบาลจะเอาไปใช้ในโครงการอื่นเพื่อช่วยเยียวยาประชาชน ช่วยลดความเดือดร้อน สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโพน เข้าใจว่าจะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และได้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ปัจจุบันมี 13.2 ล้านคน และในวันที่ 2 มิถุนายน กระทรวงการคลังจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการตรวจสอบสิทธิใหม่ โดยร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย คนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนเราก็จะเปิดให้ได้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียน 2 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม หากประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและไม่เข้าข่ายกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถติดต่อได้ที่กระทรวงมหาดไทย หรือที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ
นายเอกนิติกล่าวว่า วิกฤตสงครามในตะวันออกกลางยังไม่จบ สินค้าอาจจะยังแพงขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องการลดค่าครองชีพ แก้วิกฤตปากท้องของพี่น้องประชาชน สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัสทำไมถึงให้ใช้วันละ 200 บาท เดือนละไม่เกิน 1,000 บาท สะสมไม่ได้ เพราะโครงการนี้จุดประสงค์ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องการช่วยลดค่าครองชีพ เงินวันละ 200 บาทที่เราสมทบให้ 60% ประชาชนใช้ไปซื้อของได้รวมกันก็ 333 บาทต่อวัน เชื่อว่าเพียงพอในการใช้ชีวิต
ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ข้อมูลวันแรกที่เริ่มเปิดโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตั้งแต่เปิดระบบเวลา 06.00 – 09.00 น. มียอดการใช้จ่ายแล้วกว่า 170 ล้านบาท จากผู้ใช้สิทธิเกือบ 900,000 คน มีการขายทั้งหมดประมาณ 1.1 ล้านรายการ ระบบเราเปิดไว้เผื่อไว้ถึง 3 แสนธุรกรรมต่อวินาที




