"ยิ่งส่งออกมาก ทำไมไทยยิ่งขาดดุล?" โดย Bnomics by Bangkok bank
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ว่า Bnomics by Bangkok bank นำเสนอบทความเรื่อง “ยิ่งส่งออกมาก ทำไมไทยยิ่งขาดดุล?” ผ่านเฟซบุ๊ก เป็นข้อมูลที่หลายฝ่ายให้ความสนใจเกี่ยวกับตัวเลขการส่งออกและการขาดดุลการค้า ที่ส่งสัญญาณบางอย่างกับเศรษฐกิจไทยในอนาคต
บทความดังกล่าวระบุว่า
• ส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 โต 23.1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 แต่การนำเข้าโตเร็วกว่าที่ 45.0% จนขาดดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
• AI และวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกกำลังหนุนการส่งออกไทย แต่ก็เพิ่มความต้องการนำเข้าชิ้นส่วน เครื่องจักร และวัตถุดิบจากต่างประเทศ
• โครงสร้างการค้าของไทยกำลังสะท้อนรูปแบบ “ยิ่งผลิตมาก ยิ่งนำเข้ามาก” ทำให้การส่งออกที่เติบโตไม่ได้แปลว่าดุลการค้าจะดีขึ้นเสมอไป
• น้ำมันดิบและพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดุลการค้า
• สิ่งที่ต้องคิดไม่ใช่การทำให้ส่งออกโต แต่คือการทำให้การเติบโตนั้นสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้มากขึ้น
ส่งออกโตแรง...แต่ดุลการค้ากลับแย่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
โดยปกติแล้ว เมื่อการส่งออกขยายตัว เศรษฐกิจควรได้รับเงินตราต่างประเทศมากขึ้น และดุลการค้าก็มักปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย แต่เดือนเมษายน 2569 กลับเป็นอีกภาพหนึ่ง การส่งออกไทยขยายตัว 23.1% แตะ 31,583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ขณะที่การนำเข้าพุ่งขึ้นถึง 45.0% สู่ระดับ 41,604 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หากมองทั้ง 4 เดือนแรกของปี การส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบ 19% แต่ไทยขาดดุลการค้าสะสมไปแล้วเกือบ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คำถามที่น่าสนใจคือ “ทำไมส่งออกโตมาก แต่ไทยกลับขาดดุลการค้า?”
AI กำลังช่วยส่งออกไทย...แต่ก็ทำให้ไทยนำเข้ามากขึ้นด้วย หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทยในช่วงนี้มาจากการลงทุนด้าน AI, Data Center และ Cloud Infrastructure ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เดือนเมษายน การส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบเพิ่มขึ้นเกือบ 69% ขณะที่อุปกรณ์โทรศัพท์และชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 140%
นอกจากนี้ การเร่งคำสั่งซื้อจากต่างประเทศและวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่ฟื้นตัว ยังช่วยหนุนให้สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีของไทยเติบโตอย่างโดดเด่น ไทยกำลังได้รับประโยชน์จากวัฏจักรเทคโนโลยีรอบใหม่อย่างชัดเจน แต่เบื้องหลังสินค้าส่งออกเหล่านี้ยังต้องอาศัยชิ้นส่วน วัตถุดิบ และเครื่องจักรจากต่างประเทศจำนวนมาก
ยิ่งส่งออกมาก...ก็ยิ่งนำเข้ามาก
สินค้านำเข้าที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วงนี้ไม่ใช่สินค้าเพื่อการบริโภค แต่เป็นสินค้าที่อยู่ต้นน้ำของภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็นแผงวงจรไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต ยิ่งโรงงานผลิตมากขึ้น ความต้องการนำเข้าก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม นี่ทำให้การเติบโตของการส่งออกในรอบนี้มีความแตกต่างจากหลายช่วงที่ผ่านมา เพราะยิ่งผลิตมาก ยิ่งนำเข้ามาก
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ชวนให้ตั้งคำถามว่า มูลค่าเพิ่มจากการเติบโตครั้งนี้ตกอยู่ในประเทศมากน้อยเพียงใด
AI อาจเป็นพระเอกของการส่งออก แต่น้ำมันยังเป็นตัวกำหนดดุลการค้า แม้ AI จะช่วยการส่งออกของไทย แต่พลังงานยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของดุลการค้าไทยเช่นกัน
เดือนเมษายน การนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น 128.6% ขณะที่การนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นถึง 169% นั่นคือ ไทยกำลังหารายได้จากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ก็ยังต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศตราบใดที่ไทยยังพึ่งพาพลังงานนำเข้า ราคาน้ำมันและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อดุลการค้าไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ขาดดุลกับจีน เกินดุลกับสหรัฐฯ: บทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
เดือนเมษายน ไทยขาดดุลการค้ากับจีนถึง 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าสามในสี่ของการขาดดุลทั้งหมดในเดือนนั้น ในทางตรงกันข้าม ไทยยังเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงถึง 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างชัดเจน
ไทยนำเข้าชิ้นส่วน เครื่องจักร และวัตถุดิบจากจีน ก่อนนำมาผลิต แปรรูป หรือประกอบเพิ่มมูลค่า แล้วส่งออกต่อไปยังสหรัฐฯ และตลาดโลก บทบาทของไทยจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งออก แต่เป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างฐานการผลิตของเอเชียและตลาดผู้บริโภคโลก
เมื่อส่งออกโต...ไทยได้อะไรกลับมา?
ตัวเลขส่งออกที่แข็งแกร่งถือเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจไทย แต่ในเวลาเดียวกันการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่า กำลังสะท้อนอีกด้านหนึ่งของการเติบโตที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งเศรษฐกิจโลกเติบโต ไทยก็ยิ่งมีโอกาสส่งออกมากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน ความต้องการนำเข้าก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การเพิ่มมูลค่าการส่งออกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะในระยะต่อไป การเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศ จะเป็นตัวชี้ชะตาว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางมูลค่าเพิ่มที่สำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก หรือเป็นเพียงจุดหมายปลายทางชั่วคราวของการย้ายฐานการผลิตเท่านั้น




