ธปท.เผยหลังคุมเข้มถอน-แลกเงินสดเกิน 5 ล้านได้ผล จำนวนธุรกรรมและมูลค่าลดลง ช่วยสกัดธุรกิจไม่พึงประสงค์
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวถึงมาตรการเฝ้าระวังธุรกรรมไม่พึงประสงค์ว่า เรื่องคุมการถอนเงินสด 5 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน ยอดลดลง ประมาณ 28% มูลค่าลด ลงประมาณ 25% จากเดือนมกราคม ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องของ การเลือกตั้งด้วย มาเดือนพฤษภาคมก็ลดลงอีกประมาณ 25-30% ถือว่ามีแนวโน้มที่ดี เราสามารถผลักคนให้เข้าไปอยู่ในระบบได้ ไม่ ใช้เงินสดในธุรกรรมที่น่าสงสัยว่า จะเบิกเงินสด 5 ล้านบาทไปทำ อะไร ธุรกรรมที่น่าสงสัย ทั้งเรื่องของคอร์รัปชั่น เรื่องของซื้อเสียง อ มาจากเงินสดทั้งนั้น ไม่มีใครจะคอร์รัปชั่น หรือทำอะไรแล้วใช้ เงิน โอน ราจะบังคับทุกคนให้เข้าไปตรงนั้น
นายวิทัยกล่าวว่า ตอนนี้ประเมินอยู่ว่าเป็นยังไง ตอนแรกการปฏิบัติ แบงก์พาณิชย์ ก็มีภาระเหมือนกัน แต่ถือว่าได้ผล เงินฝาก 5 ล้านบาทใครเอาเงินมาฝาก ต้องบอกว่า เอาเงินมาจากไหน ใครจะมาแลกเงินด้วย ใครเอาแบงค์ 1,000 บาท จำนวน 10 ล้านบาท มาแลกเป็นแบงค์ 500 บาท ต้องบอกว่าเอาไปทำอะไร ก็จะช่วยให้เรื่องคอร์รัปชั่น หรือธุรกิจที่น่าสงสัยลดลงในระยะยาว
รายงานข่าวแจ้งว่า ธปท. ยกระดับกระบวนการตรวจสอบและเฝ้าระวังธุรกรรมการเงินผ่านเกณฑ์ KYC/CDD/EDD เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ ได้แก่ การกำกับดูแลธุรกรรมเงินสดมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการตรวจสอบความชัดเจนของวัตถุประสงค์การทำธุรกรรม รวมถึงแหล่งที่มาของเงินสดให้ชัดเจน เน้นการตรวจสอบเชิงรุกสำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือมีความถี่สูง เพื่อหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างมาตรฐานการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรร ที่ผิดปกติ และเพิ่มความโปร่งใส
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ผ่านมาการทำธุรกรรมเงินสดไม่พึงประสงค์ปรับตัวลดลง จากการเฝ้าระวังธุรกรรมเงินสดมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป (ข้อมูลจาก 7 ธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ BAY, BBL, KBANK, KTB, SCB, TTB, SFI และ BAAC) พบสัญญาณที่ดีขึ้น โดยจำนวนรายการช่วงเดือนเมษายนถึง 15 พฤษภาคม 2569 รายการลดลงถึง 28% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของไตรมาสที่ 1 ส่วนด้านมูลค่าธุรกรรมในช่วงเวลาเดียวกันลดลง 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของไตรมาสที่ 1




