แบงก์ชาติแจงเหตุธนาคารกลางอินโดฯขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสู้เงินรูเปียห์อ่อนค่า นักลงทุนแห่เทขายหุ้น-พันธบัตร ยันสถานการณ์ต่างกับไทย ไม่จำเป็นต้องประชุม กนง.รอบพิเศษ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ชี้แจงว่าการตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอินโดนีเซียในการประชุมรอบพิเศษที่ผ่านมา (ธนาคารกลางอินโดนีเซียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายฉุกเฉินอีก 0.25% สู่ระดับ 5.50%) ส่วนหนึ่งเพื่อลดแรงกดดันที่ทำให้เงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าเร็ว ขณะที่ค่าเงินบาทโดยรวมอ่อนค่าลงบ้างแต่การเคลื่อนไหวยังมีเสถียรภาพ
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องมากกว่า 8% และเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนขายสินทรัพย์อินโดนีเซียต่อเนื่องทั้งหุ้นและพันธบัตร (รวมประมาณ 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ) จากความกังวลต่อเสถียรภาพในประเทศหลังเหตุการณ์ความขัดแย้งฯ โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินนโยบายการคลัง และความกังวลต่อการลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียสู่กลุ่ม Frontier market (จาก Emerging market)
“สำหรับเงินบาท ปรับอ่อนค่าประมาณ 5.4% นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง ขณะที่เงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติสะท้อนการขายสุทธิสินทรัพย์ไทยเพียง 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเริ่มกลับมาไหลเข้าในพันธบัตรระยะยาวและตลาดหุ้นในระยะหลังแล้ว”นางสาวชญาวดีกล่าวและว่าด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทและเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทย ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมพิเศษอย่างกรณีอินโดนีเซีย




