News Logo
หน้าแรก
'ก.ล.ต.'ฟันแพ่งปั่นหุ้น 2 บริษัท รวม 22 ราย ให้ชดใช้กว่า 190 ล้าน

'ก.ล.ต.'ฟันแพ่งปั่นหุ้น 2 บริษัท รวม 22 ราย ให้ชดใช้กว่า 190 ล้าน

1 ก.ย. 2569 18:20
ผู้ชม 32 คน

ก.ล.ต.ลงโทษทางแพ่งปั่นหุ้น TPL และ META รวม 22  ราย เรียกให้ชดใช้เฉียด 200 ล้าน และกำหนดเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร ถ้าเบี้ยวส่งอัยการฟ้อง

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่าได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นวันแรกที่หุ้นบริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) หรือ TPLได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้กระทำความผิด 4 ราย ได้แก่ (1) นางสาวอรอร อัครเศรณี (2) นายภควันต์ วงษ์โอภาสี (3) นางสาวอริสษา สิงห์ซอม และ (4) นางสาวกัญจนารัศม์ วงศ์พันธุ์ ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคลและความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ ได้ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น TPL


ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย มีพฤติกรรมส่งคำสั่งเสนอซื้อหุ้น TPL ในราคาสูงและปริมาณมากในช่วงก่อนเปิดตลาดทำให้ราคาหุ้น TPL เปิดตลาดสูงกว่าราคา IPO ส่งคำสั่งเคาะซื้อผลักดันราคาและจับคู่ซื้อขายระหว่างกันในช่วงระหว่างวันเพื่อกระตุ้นให้ผู้ลงทุนอื่นซื้อขายตาม ครองคำเสนอซื้อหลายระดับราคาเพื่อไม่ให้ราคาปรับตัวลดลง รวมทั้งขัดขวางผู้ลงทุนรายอื่นทำให้ผู้ลงทุนรายอื่นต้องส่งคำสั่งซื้อในราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้น TPL ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น TPL และทำให้ราคาหุ้นหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น TPL ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด


สำนักงาน ก.ล.ต.ระบุว่า การกระทำของกลุ่มผู้กระทำความผิดจำนวน 4 รายข้างต้น เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ตามมาตรา 244/3 (1) (2) ประกอบมาตรา 244/5 แห่งพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน


สำนักงานก.ล.ต.แจ้งว่า คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 4 รายดังกล่าว โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ดังนี้


(1) ให้นางสาวอรอร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 18,535,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 22 เดือน


(2) ให้นายภควันต์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 585,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 8 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 16 เดือน


(3) ให้นางสาวอริสษา และนางสาวกัญจนารัศม์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้นคนละ 585,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลาคนละ 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลาคนละ 12 เดือน


สำนักงาน ก.ล.ต.แจ้งว่า มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวข้างต้น จะมีผลตามที่ระบุในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด


สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า นอกจากนี้ ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2561 – 2563 และตรวจสอบเพิ่มเติม พบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้กระทำความผิด 18 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ความสัมพันธ์เกี่ยวกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ความสัมพันธ์ในพฤติกรรมการส่งคำสั่งซื้อขาย และความสัมพันธ์ทางเงินค่าซื้อและค่าขายหุ้น บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META ได้แก่ (1) นายชนน วังตาล (2) นางสาวทิตานัน หรุ่นเริงใจ (3) นายพิเชษฐ์ เพิ่มทรัพย์หิรัญ (4) นายณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล (5) นางสาวมณทิกา มงคลนาวิน (6) นายณรุจ วิวรรธนไกร (7) นายมนชิต สุรชัยดังถวิล (8) นางสาวภรณี เมฆดำรงแสง (9) นายบวร รุ่งเรืองเนาวรัตน์ (10) นางสาวกมาตยา ศรวณียารักษ์ (11) นางสาวอัญชฎา ธีรพงศ์วิษณุพร (12) นายวิสาร วิวรรธนไกร (13) นางสาวศุภลักษณ์ เศษธะพานิช (14) นายสุเมธ เศษธะพานิช (15) นายอรุต ธนาสุวรรณดิถี (16) นายไพฑูรย์ วงศ์วัชรมงคล (17) นายเสกสรร ครองพาณิชย์ และ (18) นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ ได้ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น META โดยส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น META ในลักษณะสอดรับและสนับสนุนกัน


สำนักงาน ก.ล.ต.ระบุว่า ทั้งนี้ เป็นการส่งคำสั่งในจำนวน ราคา และภายในเวลาใกล้เคียงกัน ส่งคำเสนอซื้อปริมาณมากในหลายระดับราคาอันเป็นการขัดขวางการซื้อของบุคคลอื่น ส่งคำสั่งซื้อผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น และส่งคำสั่งเสนอซื้อในช่วงก่อนปิดตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมุ่งหมายให้ราคาปิดปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีการซื้อขายหุ้น META ผ่านรายการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big Lot) ระหว่างกันเองจำนวนมาก อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น META และเป็นการส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น META ในลักษณะต่อเนื่องกัน ทำให้ราคาหรือ ปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น META ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด


สำนักงาน ก.ล.ต.ระบุว่า โดยการกระทำดังกล่าวแบ่งได้เป็น 3 ช่วงเวลา แล้วแต่กรณี ดังนี้


ช่วงเกิดเหตุที่ 1 ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 – 29 มิถุนายน 2561 ผู้กระทำความผิด 12 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นายมนชิต นางสาวอัญชฎา นายวิสาร นางสาวศุภลักษณ์ นายสุเมธ และนายศุภศิษฏ์


ช่วงเกิดเหตุที่ 2 ระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 – 28 มิถุนายน 2562 ผู้กระทำความผิด 13 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นายมนชิต นางสาวภรณี นางสาวอัญชฎา นายวิสาร นางสาวศุภลักษณ์ นายสุเมธ และนายศุภศิษฏ์


ช่วงเกิดเหตุที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 – 3 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้กระทำความผิด 14 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นางสาวภรณี นายบวร นางสาวกมาตยา นางสาวอัญชฎา นายอรุต นายไพฑูรย์ นายเสกสรร และนายศุภศิษฏ์


สำนักงานก.ล.ต.ระบุว่า การกระทำของกลุ่มผู้กระทำความผิดทั้ง 18 รายดังกล่าวข้างต้น เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ ตามมาตรา 244/3(1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และ/หรือมาตรา 244/6 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แล้วแต่กรณี ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา


สำนักงาน ก.ล.ต.ระบุว่า ค.ม.พ. มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 18 ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ ค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ ชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ ดังนี้


(1) ให้นายชนน ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 11,890,830 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน


(2) ให้นางสาวทิตานัน ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,572,758 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน


(3) ให้นายพิเชษฐ์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,521,497 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน


(4) ให้นายณัฐปภัสร์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 39,051,413 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 33.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 67 เดือน


(5) ให้นางสาวมณทิกา ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,614,852 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน


(6) ให้นายณรุจ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 26,561,127 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 51 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 102 เดือน


(7) ให้นายมนชิต ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,114,467 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 19.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 39 เดือน


(8) ให้นางสาวภรณี ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 4,825,646 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 19.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 39 เดือน


(9) ให้นายบวร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 12,032,111 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน


(10) ให้นางสาวกมาตยา ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 13,130,946 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 14 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 28 เดือน


(11) ให้นางสาวอัญชฎา ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 3,057,281 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน


(12) ให้นายวิสาร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 26,284,123 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 22.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 45 เดือน


(13) ให้นางสาวศุภลักษณ์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 3,728,194 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 19.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 39 เดือน


(14) ให้นายสุเมธ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 13,180,759 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 22.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 45 เดือน


(15) ให้นายอรุต ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,991,636 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน


(16) ให้นายไพฑูรย์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 5,536,886 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน


(17) ให้นายเสกสรร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,949,746 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน


(18) ให้นายศุภศิษฏ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,521,497 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 48 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 96 เดือน


สำนักงาน ก.ล.ต.แจ้งว่า มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวข้างต้น จะมีผลตามที่ระบุในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บีโอไอ'หนุน'แอร์บัส'ขยายฐานในไทย ดันเป็นฮับดิจิทัลการบินแห่งเอเชีย
'บีโอไอ'หนุน'แอร์บัส'ขยายฐานในไทย ดันเป็นฮับดิจิทัลการบินแห่งเอเชีย