News Logo
หน้าแรก
K WEALTH-J.P. Morgan ชี้หุ้นสหรัฐฯ-AI แรง แนะสร้างพอร์ตไม่เดาตลาด

K WEALTH-J.P. Morgan ชี้หุ้นสหรัฐฯ-AI แรง แนะสร้างพอร์ตไม่เดาตลาด

9 ต.ค. 2569 14:38
ผู้ชม 15 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

K WEALTH และ J.P. Morgan Asset Management ชี้หุ้นสหรัฐฯ–AI ยังเป็นเครื่องยนต์ลงทุนโลก แนะสร้าง “พอร์ตที่ไม่ต้องเดาตลาด” รับทุกสภาวะการลงทุน

K WEALTH บริการที่ปรึกษาและบริหารความมั่งคั่ง ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management จัดงานสัมมนา “K WEALTH: THE PROFESSIONAL PORTFOLIO” เปิดมุมมองว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มทยอยชะลอลงในช่วง 12–18 เดือนข้างหน้า ขณะที่กำไรบริษัทขนาดใหญ่และการลงทุนด้าน AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ พร้อมชวนนักลงทุนเปลี่ยนจากการพยายามคาดการณ์ตลาดระยะสั้น มาสู่การสร้าง “พอร์ตที่ไม่ต้องเดาตลาด” หรือ The Professional Portfolio ที่มี Core Portfolio เป็นแกนหลัก กระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม และปรับพอร์ตอย่างมีวินัย เพื่อรับมือความผันผวนและเดินหน้าสู่เป้าหมายทางการเงินระยะยาว

K WEALTH ชี้ยุคผันผวน “วินัยลงทุน” สำคัญกว่าการเดาตลาด

ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ - K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย

ภาพประกอบข่าว

ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ Chief Investment Officer (CIO) K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แม้ตลาดการเงินจะเผชิญความไม่แน่นอนจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย นโยบายการค้า และภูมิรัฐศาสตร์ แต่ปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์บางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของกำไรบริษัทและการลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่มีข้อมูลจำนวนมากและราคาสินทรัพย์ผันผวน ความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องบริหารไม่แพ้ความเคลื่อนไหวของตลาดคือ “อารมณ์” เพราะการตัดสินใจจากความกลัวหรือความคาดหวังระยะสั้น อาจทำให้พอร์ตเบี่ยงออกจากเป้าหมายที่วางไว้

“ในโลกที่คาดเดาได้ยาก นักลงทุนไม่จำเป็นต้องเดาตลาดให้ถูก แต่ควรมี Professional Portfolio ที่ออกแบบอย่างเป็นระบบ โดยมี Core Portfolio เป็นแกนหลักสำหรับขับเคลื่อนเป้าหมายระยะยาว พร้อมกระจายความเสี่ยง ปรับสมดุลพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ และใช้พอร์ตส่วนเสริมเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน เพราะพอร์ตหลักที่แข็งแรงและวินัยในการลงทุนคือหัวใจสำคัญของการไปถึงเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว”

J.P. Morgan Asset Management มองเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทยอยชะลอ – AI ยังไม่ใช่ฟองสบู่

Dr. Sylvia Sheng - JPMAM

ภาพประกอบข่าว

Dr. Sylvia Sheng, Lead Portfolio Manager of Multi-Asset Solutions Asia จาก J.P. Morgan Asset Management กล่าวว่า แม้ตลาดจะเผชิญข้อมูลข่าวสารและความผันผวนในแต่ละวัน แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังคงมีความสำคัญมากกว่าความเคลื่อนไหวระยะสั้น โดยประเมินว่าเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มทยอยชะลอลงในช่วง 12–18 เดือนข้างหน้า หลังแรงกดดันด้านต้นทุนจากภาษีนำเข้า ราคาพลังงาน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เริ่มผ่อนคลายลง แม้ยังต้องติดตามทิศทางค่าจ้างแรงงานและเงินเฟ้อระยะยาวอย่างใกล้ชิด

ในด้านการลงทุน J.P. Morgan Asset Management ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและบริการสื่อสาร ขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนยังมีความน่าสนใจ ส่วนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีน่าสนใจมากขึ้น ณ ระดับอัตราผลตอบแทนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม โดยรวมยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ยังมองว่า AI ยังไม่ใช่ฟองสบู่ เนื่องจากหลายธุรกิจเริ่มสร้างรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ และเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โอกาสการลงทุนจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ผลิตชิปหรือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ แต่ครอบคลุมทั้งผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI และธุรกิจที่นำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในภาคซอฟต์แวร์ สุขภาพ และบริการทางการเงิน

“การเติบโตของ AI กำลังก้าวจากช่วงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน สู่ช่วงที่ภาคธุรกิจนำเทคโนโลยีไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้และผลกำไรอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น” Dr. Sylvia กล่าว

3 ผู้เชี่ยวชาญแนะสร้าง "พอร์ตที่ไม่ต้องเดาตลาด" รับความผันผวนทั่วโลก

ในช่วงเสวนา ผู้บริหารจาก J.P. Morgan Asset Management, K WEALTH และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย ร่วมกันเสนอ 3 แนวทางสำคัญในการสร้างพอร์ตให้พร้อมรับความผันผวน ได้แก่ 1) ปรับ Asset Allocation ให้สอดคล้องกับภาวะตลาด 2) ออกแบบพอร์ตจากเป้าหมายทางการเงิน และ 3) กระจายแหล่งผลตอบแทนอย่างแท้จริง เพื่อลดความเสี่ยงกระจุกตัว

เอนีส ตียาสิริ - JPMAM

ภาพประกอบข่าว

นายเอนีส ตียาสิริ Executive Director, Head of Southeast Asia Funds, J.P. Morgan Asset Management เปิดมุมมองจากภาพใหญ่ของตลาดว่า แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตลอดจนมาตรการภาษีการค้า จะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดหุ้นโลกในระยะสั้น แต่ผลประกอบการของบริษัทจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ยังเติบโตแข็งแกร่ง สะท้อนว่าแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจสร้างความผันผวนต่อราคา โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวโน้มการเติบโตระยะยาวของธุรกิจ

นักลงทุนจึงควรแยกความผันผวนของตลาดออกจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานก่อนตัดสินใจปรับพอร์ต เพราะในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เงินลงทุนมักเคลื่อนเข้าสู่กองทุนตลาดเงิน ทองคำ และตราสารหนี้ ก่อนทยอยกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงเมื่อสถานการณ์เริ่มชัดเจนขึ้น

ความผันผวนจึงไม่ได้หมายความว่าการลงทุนต้องหยุดชะงัก แต่สะท้อนถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงในแต่ละช่วงเวลา นักลงทุนควรปรับ Asset Allocation ให้เหมาะกับภาวะตลาด พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนเชิงนโยบายและภูมิรัฐศาสตร์

วีระพล บดีรัฐ - K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย

ภาพประกอบข่าว

นายวีระพล บดีรัฐ Lead Wealth Advisor, K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย เชื่อมภาพตลาดเข้าสู่การวางแผนของผู้ลงทุน โดยย้ำว่า การสร้างพอร์ตควรเริ่มจากเป้าหมายชีวิตของผู้ลงทุน ไม่ใช่สินทรัพย์ที่กำลังเป็นกระแส ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณ การส่งต่อความมั่งคั่ง หรือเป้าหมายทางการเงินระยะยาวอื่น ๆ

เมื่อกำหนดเป้าหมายแล้ว จึงพิจารณาระยะเวลาลงทุน ผลตอบแทนที่ต้องการ และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ก่อนออกแบบพอร์ตในลักษณะ Core & Satellite Portfolio โดยให้ Core Portfolio เป็นฐานสำหรับสร้างความมั่งคั่งอย่างสม่ำเสมอ และใช้ Satellite Portfolio เป็นส่วนเสริมเพิ่มโอกาสจากธีมที่มีศักยภาพ เช่น AI เทคโนโลยี และเมกะเทรนด์แห่งอนาคต

“พอร์ตที่ดีไม่ใช่พอร์ตที่วิ่งตามตลาดได้เร็วที่สุด แต่คือพอร์ตที่พาผู้ลงทุนไปถึงเป้าหมายได้จริง” วีระพลกล่าว

ปณตพล ตัณฑวิเชียร - KAsset

ภาพประกอบข่าว

นายปณตพล ตัณฑวิเชียร, CFA, Chief Investment Officer บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย ระบุว่า ความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนมักมองข้ามคือ การกระจุกตัวที่ซ่อนอยู่ในพอร์ต เพราะการถือกองทุนหลายกองไม่ได้หมายความว่าพอร์ตได้รับการกระจายความเสี่ยงอย่างเพียงพอ หากกองทุนเหล่านั้นลงทุนซ้ำในหุ้น ภูมิภาค หรือธีมเดียวกัน โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่

การกระจายความเสี่ยงที่แท้จริงจึงต้องพิจารณาถึงความแตกต่างของแหล่งผลตอบแทนและปัจจัยเสี่ยง ครอบคลุมทั้งประเภทสินทรัพย์ ภูมิภาค กลยุทธ์การลงทุน และความเสี่ยงด้านสกุลเงิน เพื่อลดการพึ่งพาสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง และช่วยให้พอร์ตสามารถรับแรงกระแทกและเดินหน้าสู่เป้าหมายระยะยาวได้ในหลายสภาวะตลาด ซึ่งเป็นหัวใจของ Professional Portfolio

K WEALTH x JPMAM - THE PROFESSIONAL PORTFOLIO - PR Photo

ภาพประกอบข่าว

กองทุน K-WealthPLUS Series ต่อยอดแนวคิด Professional Portfolio

K WEALTH ได้นำแนวคิด Professional Portfolio มาต่อยอดในกลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series ซึ่งพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย และ J.P. Morgan Asset Management เพื่อช่วยผู้ลงทุนสร้าง Core Portfolio ผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก โดยออกแบบให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันของผู้ลงทุน ผ่าน 3 กองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE

กลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series บริหารพอร์ตแบบเชิงรุก โดยปรับสัดส่วนการลงทุนตามภาวะตลาดและมุมมองการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา พร้อมกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์และภูมิภาค เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ต

 

K WEALTH เชื่อว่า ในโลกการลงทุนที่คาดเดาได้ยาก ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำนายตลาดให้ถูกต้องที่สุด แต่เกิดจากการมีพอร์ตที่ออกแบบให้สอดคล้องกับเป้าหมาย กระจายความเสี่ยงจากหลายแหล่งผลตอบแทน และปรับพอร์ตอย่างมีวินัย โดย K WEALTH พร้อมทำหน้าที่ Trusted Wealth Advisor ที่ผสานมุมมองการลงทุนระดับโลกเข้ากับการบริหารความมั่งคั่งอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการสร้าง รักษา และส่งต่อความมั่งคั่งในระยะยาว

 

ผู้ลงทุนควรศึกษาลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนอาจป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
KWEALTH
JPMorganAssetManagement
หุ้น
การลงทุน

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“หุ้นกู้ดิจิทัล GULF” ดอกเบี้ย 2.80% ต่อปี จองซื้อผ่านแอปฯเป๋าตัง
“หุ้นกู้ดิจิทัล GULF” ดอกเบี้ย 2.80% ต่อปี จองซื้อผ่านแอปฯเป๋าตัง