13 ตุลา วันนวมินทรมหาราช
13 ตุลา วันนวมินทรมหาราช
News Logo
หน้าแรก
ธปท.มั่นใจ GDP ไทยปี 69 โต 2.3% เร่งแก้ปัญหาโครงสร้าง-หนี้ครัวเรือนสูง

ธปท.มั่นใจ GDP ไทยปี 69 โต 2.3% เร่งแก้ปัญหาโครงสร้าง-หนี้ครัวเรือนสูง

13 ต.ค. 2569 13:27
ผู้ชม 20 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ธปท.มั่นใจเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.3% รับแรงหนุนจากการส่งออกขยายตัว 18% แต่ยังห่วงปัญหาเศรษฐกิจระยะยาว ทั้งการลงทุนต่ำ หนี้ครัวเรือนสูงถึง 86–87% ของ GDP ชี้ต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย หลัง IMF ปรับคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีไทยในปี 2569 อยู่ที่ 2.1% จาก 1.9% ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ประมาณ 2.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับคาดการณ์ของสำนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ประเมินไว้อยู่ในช่วง 2% ถึง 2.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.2% ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพค่อนข้างดีและมีความยืดหยุ่นสูง แม้ที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายต่างๆ รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่เศรษฐกิจยังคงมีโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยบวกสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้ GDP ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 2.3% มาจากภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกชัดเจนและคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 17% ถึง 18% ควบคู่ไปกับการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 13% ซึ่งนับเป็นระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับอานิสงส์สำคัญจากการเข้ามาของกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยหนุนโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายวิทัย กล่าวด้วยว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ซึ่งส่งผลให้การเติบโตของ GDP ลดลงเรื่อยๆ จากในอดีตที่เคยเติบโตระดับ 3% ถึง 5% มาเหลือเพียงประมาณ 2% กว่าในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน GDP เต็มศักยภาพ (Potential GDP) หรือระดับการเติบโตเมื่อใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ได้ลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 2.7% ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำมานานหลายทศวรรษ ผลิตภาพการผลิต (Productivity) และขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงตามอุตสาหกรรมเก่า กำลังแรงงานที่ลดลงจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย ปัญหาในระบบการศึกษา ตลอดจนหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงถึง 86% ถึง 87% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมไปถึงภาระหนี้สาธารณะ

ทั้งนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการดำเนินโครงการเพียงโครงการเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการเร่งแก้ไข ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ขยายบทบาทจากการดูแลเพียงนโยบายการเงิน เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอี (SME) ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทย

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อนุทิน’ หารือ ‘คิชิดะ’อดีตนายกฯ ชวนค่ายรถญี่ปุ่นปักฐานผลิต EV ในไทย
‘อนุทิน’ หารือ ‘คิชิดะ’อดีตนายกฯ ชวนค่ายรถญี่ปุ่นปักฐานผลิต EV ในไทย