News Logo
หน้าแรก
‘อนุทิน’ชู‘กรุงศรีอยุธยา’เชื่อมโลกการค้า ดันไทยสะพานลงทุน-เทคโนโลยี

‘อนุทิน’ชู‘กรุงศรีอยุธยา’เชื่อมโลกการค้า ดันไทยสะพานลงทุน-เทคโนโลยี

16 ต.ค. 2569 10:56
ผู้ชม 7 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

อนุทินเปิดเวที IMF–World Bank 2026 ย้อนบทเรียน ‘อยุธยา’ อดีตศูนย์กลางการค้าและการทูตตะวันออก-ตะวันตก ชูศักยภาพไทยต่อยอดบทบาทบนเวทีโลก ผ่านอาเซียน ดึงทุนและเทคโนโลยี สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าในพิธีเปิดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 โดยเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคและประชาคมโลก ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความซับซ้อน

นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นพื้นที่พบปะของผู้คน วัฒนธรรม และแนวคิดมาอย่างยาวนาน โดยในอดีตกรุงศรีอยุธยาเคยเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศและการทูตที่เชื่อมโยงโลกตะวันออกกับตะวันตก สะท้อนให้เห็นว่าความเจริญรุ่งเรืองของสยามเกิดจากการเปิดรับและเชื่อมโยงกับโลก ไม่ใช่การแยกตัวออกจากประชาคมระหว่างประเทศ

สำหรับการประชุม IMF–World Bank ในปี 2569 ถือเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพของไทยอีกครั้งในรอบ 35 ปี หลังจากเคยจัดการประชุมเมื่อปี 2534 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมในครั้งนั้น

นายอนุทินระบุว่า โลกปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อ 35 ปีก่อนอย่างมาก จากยุคที่เครื่องแฟกซ์เป็นสัญลักษณ์ของความรวดเร็ว สู่ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คน ขณะเดียวกัน โลกที่เคยมุ่งสู่การบูรณาการทางเศรษฐกิจมากขึ้น กำลังเผชิญความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อการค้าและการลงทุน ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เคยเป็นประเด็นเกิดใหม่ได้ยกระดับเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่สุดของโลก

นายอนุทินมองว่า ความท้าทายที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อน ไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยหัวข้อหลักของการประชุม “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย: เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็ง” ไม่ได้สะท้อนเฉพาะทิศทางอนาคตของประเทศไทย แต่ยังเกี่ยวข้องกับอนาคตของประชาคมโลกด้วย

นายอนุทินกล่าวว่า การสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจต้องอาศัยความเชื่อมโยงที่น่าเชื่อถือ การค้าเสรี การเข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งเงินทุน ตลอดจนความเป็นหุ้นส่วนที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ เรียนรู้และพัฒนาร่วมกัน ซึ่งมรดกสำคัญจากการประชุมเมื่อปี 2534 ไม่ได้อยู่เพียงการก่อสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แต่ยังรวมถึงความมุ่งมั่นในการเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศในช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ประเทศไทยเริ่มต้นจากบทบาทที่คุ้นเคย คือการเป็นผู้เชื่อมโยง ทั้งการเชื่อมตลาดระหว่างภูมิภาค เงินทุนเข้ากับโอกาส และเทคโนโลยีเข้ากับศักยภาพของบุคลากร นอกจากนี้ ประเทศไทยยังสามารถใช้ความร่วมมือผ่านอาเซียนเป็นกลไกเชื่อมโยงพันธมิตรในภูมิภาคเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยความร่วมมือระดับภูมิภาคและการมีส่วนร่วมในเวทีโลกควรสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อเปิดโอกาสทางการค้า การลงทุน และการพัฒนาร่วมกัน

นายอนุทินเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงเหล่านี้ไปถึงประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งการสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโต การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างโอกาสที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต โดยการเสริมพลังประชาชนต้องหมายถึงการเปิดโอกาสให้ชุมชนจำนวนมากขึ้นเข้ามามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรียังเชิญชวน IMF กลุ่มธนาคารโลก และประเทศหุ้นส่วน ให้ร่วมกันเปลี่ยนการหารือให้เป็นความร่วมมือที่เกิดผลจริง และเปลี่ยนเงินทุนให้กลายเป็นโอกาส เพื่อให้การตัดสินใจจากเวทีกรุงเทพฯ นำไปสู่เศรษฐกิจที่เข้มแข็งและสร้างโอกาสที่ดีกว่าให้ประชาชน

นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อหลายศตวรรษก่อนกรุงศรีอยุธยาเคยเชื่อมประเทศไทยเข้ากับโลก วันนี้กรุงเทพมหานครสามารถทำหน้าที่เชื่อมประเทศต่างๆ ไปสู่เป้าหมายร่วมกัน คือระบบเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้าง เข้มแข็ง และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ประชุมธนาคารโลกIMF
อนุทินชาญวีรกูล
ข่าวเศรษฐกิจ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิดถนนรอบศูนย์ฯสิริกิติ์วันนี้ (16 ต.ค.) เช็ก 4 จุดเลี่ยงรถติด
ปิดถนนรอบศูนย์ฯสิริกิติ์วันนี้ (16 ต.ค.) เช็ก 4 จุดเลี่ยงรถติด