แบงก์ชาติชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ฟื้นตัว อานิงส์แรงหนุนภาคส่งออก การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ - AI สวนทางท่องเที่ยวต่างชาติแผ่ว คนไทยชะลอจับจ่ายหนีค่าครองชีพสูง จับตาสงครามการค้า น้ำท่วม–เอลนีโญ จ่อซ้ำเติมเศรษฐกิจเพิ่ม
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2569 ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องตามวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI ของโลก ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นมากจากความต้องการลงทุน Data Center และการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นในเกือบทุกหมวด ส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ
การบริโภคสินค้าคงทนยังได้แรงหนุนจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับอุปสงค์ โดยกิจกรรมภาคบริการขยายตัวเล็กน้อยจากภาคการค้าและขนส่ง ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นจุดอ่อน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ แม้รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติยังทรงตัวจากจำนวนวันพักที่นานขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาส 3 ลดลงจากไตรมาสก่อนตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลงชั่วคราว ขณะที่เงินเฟ้ออาหารสดเพิ่มขึ้นตามราคาเนื้อสัตว์ และเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากอาหารสำเร็จรูปตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ
นางปราณี ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI โลก พัฒนาการของสงครามและนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนในระยะข้างหน้า
ขณะที่ ภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือนกันยายน 2569 พบว่า เศรษฐกิจไทยโดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI Cycle) ของโลก รวมถึงการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในไทย ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังชะลอตัว และการบริโภคภาคเอกชนเริ่มแผ่วลงจากแรงกดดันค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง
ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์–Data Center หนุนเศรษฐกิจ
นางปราณี กล่าวว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ปรับฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ไปยังสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการเทคโนโลยีและ AI ของโลก
ขณะเดียวกัน การลงทุนภาคเอกชนเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าเครื่องประมวลผลข้อมูลและหน่วยประมวลผลดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ AI และ Data Center ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนหมวดก่อสร้างยังลดลง โดยเฉพาะการก่อสร้างที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ สะท้อนว่าการฟื้นตัวของการลงทุนยังไม่กระจายตัวทั่วทั้งเศรษฐกิจ
ท่องเที่ยวแผ่ว คนไทยชะลอใช้จ่าย
ด้านภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ทั้งจากข้อจำกัดด้านเที่ยวบิน ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น และความกังวลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงหลังสิ้นสุดช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน
อย่างไรก็ดี รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีจำนวนวันพักนานขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายต่อทริปเพิ่มขึ้น และมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long haul) มากขึ้น
ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะหมวดบริการและการใช้จ่ายด้านโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับกิจกรรมท่องเที่ยวของคนไทยที่ลดลง ท่ามกลางค่าครองชีพและภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ การใช้จ่ายสินค้าคงทนลดลงตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะ ส่วนสินค้ากึ่งคงทนปรับเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
รัฐเบิกจ่ายลด ฉุดการใช้จ่ายภาครัฐ
นางปราณี กล่าวว่า สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐหดตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งรายจ่ายรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำลดลงตามการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ส่วนรายจ่ายลงทุนรัฐบาลกลางลดลงจากผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่การลงทุนรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการเบิกจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคและคมนาคม
เงินเฟ้อขยับตามราคาน้ำมัน จับตาตลาดแรงงานเปราะบาง
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนอยู่ที่ 2.82% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามราคาพลังงานและน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับสูงขึ้น หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันโลก ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.50% ทรงตัวใกล้เคียงเดือนก่อน
ส่วนตลาดแรงงานโดยรวมยังทรงตัว สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงเดิม แต่ยังมีสัญญาณเปราะบางจากจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานตามมาตรา 38 ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาขาดดุล 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุล โดยเฉพาะการส่งกลับกำไรและเงินปันผล รวมถึงค่าใช้จ่ายขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลลดลงจากการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น




