สภาลมหายใจกรุงเทพฯ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถานการณ์เผาพื้นที่เกษตรในจังหวัดนครนายก หลังพบจุดความร้อนผิดปกติครอบคลุมกว่า 13,000 ไร่ ท่ามกลางสภาพอากาศปิดที่เอื้อต่อการพัดพาควันพิษเข้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ ระบุว่า สถานการณ์เผาไหม้ในพื้นที่นาข้าวของจังหวัดนครนายกที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ มีลักษณะรุนแรงและผิดปกติ โดยตรวจพบจุดความร้อนหรือฮอตสปอตจำนวนมาก กระจายตัวเป็นวงกว้างและเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายจุด จนสะท้อนรูปแบบการเผาที่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ และยังไม่มีสัญญาณว่าสถานการณ์จะยุติลงได้โดยง่าย
ปัจจัยสำคัญที่น่ากังวล คือสภาพอากาศตามฤดูกาลที่ยังคงมีกระแสลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่ภาคกลาง ส่งผลให้กลุ่มควันจากการเผาในพื้นที่ต้นทางเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยตรง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายลมที่มีอัตราการระบายอากาศต่ำในช่วงเวลานี้
แถลงการณ์ระบุว่า ควันจากการเผาไหม้ดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางนับแสนคน ตั้งแต่เด็กและเยาวชน สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ กลุ่มคนพิการ ไปจนถึงผู้ที่ต้องทำงานหรืออยู่อาศัยกลางแจ้งเป็นเวลานาน
นอกจากกลุ่มเปราะบางแล้ว ยังมีประชาชนอีกนับล้านชีวิตที่ไม่มีทางเลือกในการเข้าถึงอากาศสะอาด และจำเป็นต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในเมืองใหญ่
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเร่งประสานความร่วมมือ เพื่อยับยั้งทั้ง “ไฟในทุ่ง” ที่กำลังลุกลาม และ “ไฟแห่งความขัดแย้ง” ซึ่งอาจเป็นต้นตอของปัญหา ให้คลี่คลายลงโดยเร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
สภาลมหายใจฯ ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการควบคุมสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่คือการฟื้นคืนอากาศบริสุทธิ์และสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤตฝุ่นและควันพิษที่เกิดซ้ำทุกปี

แถลงการณ์ สภาลมหายใจกรงเเทพฯ 27 มกราคม 2569

สภาลมหายใจเตือนภัยเผานานครนายก 1.3 หมื่นไร่ ควันมุ่งตรงกรุงเทพฯ

สภาลมหายใจเตือนภัยเผานานครนายก 1.3 หมื่นไร่ ควันมุ่งตรงกรุงเทพฯ

สภาลมหายใจเตือนภัยเผานานครนายก 1.3 หมื่นไร่ ควันมุ่งตรงกรุงเทพฯ





