News Logo
หน้าแรก
ทรัมป์อ้าง UN ยอมรับคาดการณ์โลกร้อนผิดพลาด นักวิทย์โต้บิดเบือน

ทรัมป์อ้าง UN ยอมรับคาดการณ์โลกร้อนผิดพลาด นักวิทย์โต้บิดเบือน

19 พ.ค. 2569 17:04
ผู้ชม 10 คน

โดนัลด์ ทรัมป์ อ้าง IPCC ยอมรับแบบจำลองโลกร้อน RCP8.5 ผิดพลาด แต่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันเป็นเพียงการปรับสถานการณ์จำลองให้สอดคล้องโลกปัจจุบัน ไม่ได้หักล้างภาวะโลกร้อนหรือบทบาทมนุษย์ต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกาศชัยชนะเหนือ ความหวาดกลัวเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอ้างว่าคณะกรรมการด้านสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติยอมรับว่าแบบจำลองคาดการณ์ที่ใช้มานานกว่า 15 ปีเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่

สำนักข่าว Associated Press รายงานว่า ทรัมป์ระบุว่า “ลาก่อนเสียที หลังจากพรรคเดโมแครตใช้เวลา 15 ปีบอกว่า ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ จะทำลายโลก ในที่สุดคณะกรรมการสภาพภูมิอากาศระดับสูงของสหประชาชาติก็ยอมรับว่า แบบจำลองของตัวเอง หรือ RCP8.5 นั้นผิด ผิด และผิด โดยข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่หลังนักวิทยาศาสตร์ปรับปรุงสถานการณ์จำลองการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเตรียมจัดทำรายงานประเมินฉบับที่ 7 หรือ AR7 ของ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC)

RCP8.5 เป็นสถานการณ์จำลองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับสูงสุดที่ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อปี 2554 โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการใช้ถ่านหินจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแทบไม่มีมาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นราว 4-5 องศาเซลเซียสภายในปี 2643 เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม

รายงานของ Fox News ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์เริ่มลดบทบาทของสถานการณ์จำลองดังกล่าว เพราะมองว่าไม่สอดคล้องกับแนวโน้มโลกในปัจจุบัน หลังต้นทุนพลังงานหมุนเวียนลดลงอย่างรวดเร็ว การผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมขยายตัวเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ รวมถึงหลายประเทศเริ่มใช้นโยบายลดการปล่อยก๊าซอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากยืนยันว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าวิทยาศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผิดพลาด แต่เป็นการอัปเดตแบบจำลองให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากขึ้น โดย New York Post และแหล่งข้อมูลอื่นรายงานว่า สถานการณ์จำลองใหม่ยังคาดการณ์ว่าอุณหภูมิโลกอาจเพิ่มขึ้นราว 2.5-3.5 องศาเซลเซียส ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับน่ากังวลและอาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงในหลายภูมิภาคของโลก

Associated Press ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ในช่วงที่ RCP8.5 ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อกว่า 15 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ก็จัดให้เป็นสถานการณ์ ความเสี่ยงสูงแต่โอกาสเกิดต่ำ เพื่อใช้ศึกษาผลกระทบในกรณีเลวร้ายที่สุด ไม่ใช่แนวโน้มหลักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริง

ความเคลื่อนไหวของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์เดินหน้าสนับสนุนการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลและลดบทบาทความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศบางส่วน ซึ่งส่งผลต่อทิศทางการลงทุนด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก

นักวิทยาศาสตร์และคณะผู้พัฒนาแบบจำลองใหม่ ระบุว่า ความเป็นไปได้ที่ RCP8.5 จะเกิดขึ้นจริงลดลง เพราะโลกมีความก้าวหน้าทั้งด้านเทคโนโลยีและนโยบายพลังงาน ไม่ได้หมายความว่าแบบจำลองเดิมผิดทั้งหมดตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งยังแสดงความกังวลว่า การนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้โจมตีงานวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ อาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชน ทั้งที่ฉันทามติทางวิทยาศาสตร์ยังยืนยันว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น และภาวะโลกร้อนยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ตลอดช่วง 15 ปีที่ผ่านมา RCP8.5 ถูกใช้อ้างอิงในงานวิจัยหลายหมื่นชิ้น รวมถึงนโยบายภาครัฐ มาตรฐานทางการเงิน และการประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดการลงทุนจำนวนมากในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทั่วโลก

การปรับสถานการณ์จำลองใหม่สำหรับรายงาน AR7 ของ IPCC อาจทำให้ทิศทางการวิจัยและนโยบายในอนาคตเปลี่ยนไป โดยมุ่งเน้นไปที่สถานการณ์ที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น แม้อาจลดแรงกดดันบางส่วนต่ออุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังคงเน้นย้ำความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า หากอุณหภูมิโลกยังเพิ่มสูงขึ้น ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย แอฟริกา และรัฐหมู่เกาะขนาดเล็ก อาจเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรลดลง รวมถึงปัญหาความขัดแย้งด้านทรัพยากรที่รุนแรงขึ้น

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวในการประชุมขององค์การสหประชาชาติว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็น การหลอกลวงครั้งใหญ่ที่สุด และยืนยันว่ารัฐบาลของตนจะยึดข้อเท็จจริง วิทยาศาสตร์ และความจริง มากกว่าการสร้างความหวาดกลัวเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการแนะรัฐรับมือวิกฤตโลกร้อน กระทบระบบอาหารจนถึงจานข้าว
นักวิชาการแนะรัฐรับมือวิกฤตโลกร้อน กระทบระบบอาหารจนถึงจานข้าว