News Logo
หน้าแรก
อดีต สส.ฝ่ายค้านเขมร ซัด 'ฮุน เซน' ถกทวิภาคีชายแดนไทย หวังประโยชน์แฝง

อดีต สส.ฝ่ายค้านเขมร ซัด 'ฮุน เซน' ถกทวิภาคีชายแดนไทย หวังประโยชน์แฝง

20 เม.ย. 2569 11:48
ผู้ชม 7 คน

อดีต สส. พรรคฝ่ายค้าน กัมพูชา จวกยับ "ฮุน เซน" เจรจาทวิภาคีชายแดนไทย-กัมพูชา มี "เจตนาแอบแฝง" หวังหลอกประชาชน เหตุไม่ยอมขึ้นศาลโลก เรียกร้องขึ้นศาลโลก เป็นหาทางเดียวทวงคืนดินแดนร้อยเปอร์เซ็นต์

สำนักข่าว Next News รายนงานว่าเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอุม สอมอาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคสงเคราะห์ชาติ (CNRP) ซึ่งเป็นอดีตพรรคฝ่ายค้านหลักของกัมพูชา ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อแนวทางการเจรจาทวิภาคีระหว่าง นายฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งจะเจรจากับประเทศไทย ในประเด็นดินแดนพิพาทชายแดน โดยยืนกรานว่าการเจรจาดังกล่าวจะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการนำคดีขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และมองว่าแนวทางของนายฮุน เซน มีเจตนาแอบแฝงที่อาจไม่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อชาติ

ตั้งข้อสงสัยเจตนาเบื้องหลังการเจรจาทวิภาคี 

นายอุม ระบุอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่นายฮุน เซน ปรารถนาจากการเจรจาทวิภาคีกับประเทศไทยนั้น คือการได้ดินแดนกลับคืนมาเพียงเล็กน้อยราว 5-10% เท่านั้น จากนั้นก็จะนำผลลัพธ์ที่ได้นี้ไปใช้ในการหลอกลวงประชาชนชาวกัมพูชา โดยกล่าวอ้างว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของตระกูลฮุนในการทวงคืนดินแดนจากประเทศไทย ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์เพื่อคงไว้ซึ่งอำนาจและอิทธิพลทางการเมือง

“นี่คือคุณสมบัติของตระกูลฮุนที่มักกระทำเช่นนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตน” นายอุมกล่าว

อดีต ส.ส. ผู้นี้ได้ย้อนอดีตถึงความล้มเหลวของการเจรจาทวิภาคีที่ผ่านมากับประเทศเวียดนาม โดยยกตัวอย่างกรณีของพื้นที่ภูมดิน (Phum Den) ในจังหวัดตาแก้ว ซึ่งเป็นกรณีที่เวียดนามได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชาไปมากถึง 1,270 เมตร แต่ภายหลังการเจรจา กัมพูชากลับได้ดินแดนคืนมาเพียง 15 เมตรเท่านั้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของพื้นที่ที่เสียไป

นายอุม เน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าการเจรจาทวิภาคีเป็นเพียงการ "แลกเปลี่ยน" ดินแดนที่กัมพูชาตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบอย่างมาก

นายอุม สอมอาน ได้วิเคราะห์ถึงเหตุผลที่นายฮุน เซน ไม่ยอมนำเรื่องเขตแดนพิพาทขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) โดยเชื่อว่ามีสาเหตุหลักสองประการ ได้แก่:

  1. ความกลัวสงครามและการเสียอำนาจ

นายฮุน เซน อาจเกรงกลัวว่าการฟ้องร้องไทยต่อศาลโลกอาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่รุนแรง และอาจก่อให้เกิดสงครามขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและอาจทำให้ตระกูลฮุนต้องสูญเสียอำนาจ” นายอุมกล่าว

  1. ความไม่พอใจจากเวียดนาม

อดีต สส.กัมพูชากล่าวต่อไปว่า หากกัมพูชานำเรื่องเขตแดนทางบกขึ้นสู่ศาลโลก อาจทำให้เวียดนามไม่พอใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเด็นเขตแดนทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของเกาะตรัล (หรือเกาะฟู้โกว๊ก) ที่กัมพูชาเสียให้กับเวียดนามไปตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 หากเวียดนามไม่พอใจ อาจกระทบต่อ "คุณภาพ" ของความสัมพันธ์หรือข้อตกลงอื่นๆ ที่ทำไว้

เปรียบเทียบประสิทธิภาพ: ศาลโลกใช้เวลาน้อยกว่า ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์

 นายอุม สอมอาน ได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการดำเนินการผ่านศาลโลกกับการเจรจาทวิภาคีอย่างชัดเจน โดยชี้ว่า กรณีปราสาทพระวิหาร การยื่นเรื่องต่อศาล ICJ ในช่วงปี ค.ศ. 1959-1962 ใช้เวลาเพียง 3 ปี และกัมพูชาก็ได้รับดินแดนกลับคืนมาทั้งหมด 100% ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ในยุคสังคมราษฎร์นิยม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

อดีต สส.กล่าวต่อไปว่าหากเปรียบเทียบในทางกลับกัน ถ้าหากเป็นการเจรจาทวิภาคี ตามบันทึกความเข้าใจเรื่องเขตแดนทางบกปี ค.ศ. 2001 ได้มีการเจรจามาแล้วถึง 26 ปี แต่ยังไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมใดๆ เช่นเดียวกับบันทึกความเข้าใจเรื่องเขตแดนทางทะเลปี ค.ศ. 2000 ที่เจรจามา 25 ปี ก็ยังคงไร้ความคืบหน้า

นายอุมกล่าวว่าส่วนตัวเชื่อว่าการเจรจาทวิภาคีจะนำไปสู่สถานการณ์ที่กัมพูชาต้องยอม "ตัดแบ่ง" ดินแดน 51 แห่ง (หลังสงคราม) หรือ 55 แห่ง (ก่อนสงคราม) ให้กับไทย เพื่อแลกกับ "สันติภาพและอำนาจ"

การหลอกลวงประชาชนผ่าน "จดหมาย" ถึงศาลโลก

 นายอุม ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ตัวแทนสถานทูตกัมพูชาประจำยุโรปได้นำ "ซองจดหมาย" ไปยื่นที่ศาล ICJ ในเดือนมิถุนายนปี 2568 ซึ่งส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้เป็นการหลอกลวงประชาชนกัมพูชาเท่านั้น โดยเป็นเพียงการแจ้งข้อมูลฝ่ายเดียว มิได้เป็นการดำเนินคดีอย่างแท้จริง นอกจากนี้ แม้สภาและวุฒิสภาจะ “อนุมัติ” ให้ฟ้องร้องไทยต่อศาลโลกได้ แต่หากนายฮุน เซน ยังคงเลือกเจรจาทวิภาคี การอนุมัติดังกล่าวของสภาดังกล่าวก็จะไร้ความหมาย

ศาลโลกคือหนทางเดียวเพื่อทวงคืนร้อยเปอร์เซ็นต์ 

นายอุม กล่าวทิ้งท้ายโดยสรุปว่าแม้การยื่นเรื่องต่อศาล ICJ อาจใช้เวลานานอยู่บ้าง แต่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้กัมพูชาสามารถทวงคืนดินแดนพิพาททั้งหมด 51-55 จุดกลับคืนมาได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแตกต่างจากการเจรจาทวิภาคีที่ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อกัมพูชาอย่างเต็มที่

“ผมยืนยันว่าการเจรจาทวิภาคีจะไม่สามารถทวงคืนดินแดนได้ทั้งหมด และหากต้องการได้ดินแดนกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ จะต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่ศาล ICJ เท่านั้น” อดีต สส.กัมพูชากล่าวทิ้งท้าย

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สรุปประชุม IMF-World Bank โลกโตชะลอ 3.1% พึ่งสหรัฐฯ ยากขึ้น
สรุปประชุม IMF-World Bank โลกโตชะลอ 3.1% พึ่งสหรัฐฯ ยากขึ้น