News Logo
หน้าแรก
ทรัมป์โกยรายได้ 7.3 หมื่นล้าน ธุรกิจคริปโตพุ่ง จุดชนวนปมผลประโยชน์ทับซ้อน

ทรัมป์โกยรายได้ 7.3 หมื่นล้าน ธุรกิจคริปโตพุ่ง จุดชนวนปมผลประโยชน์ทับซ้อน

2 ก.ค. 2569 12:12
ผู้ชม 15 คน

เปิดเอกสารการเงิน "โดนัลด์ ทรัมป์" ทำรายได้พุ่งทะลุ 7.3 หมื่นล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ดิจิทัลของครอบครัวเป็นขุมทรัพย์หลัก ท่ามกลางกระแสวิจารณ์การเอื้อนโยบายรัฐบาล

สำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐ (Office of Government Ethics) เปิดเผยเอกสารแสดงรายการทรัพย์สินและผลประโยชน์ทางการเงินประจำปี 2568 ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งมีความยาวเกือบ 1,000 หน้า โดยเอกสารระบุว่า รายได้จากธุรกิจของทรัมป์และบริษัทในเครือในปีแรกหลังกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวมีมูลค่าอย่างน้อย 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 73,300 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นอย่างมากจากรายได้ขั้นต่ำ 622 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 20,700 ล้านบาท) ที่รายงานไว้ในปี 2567 โดยรายได้ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงที่รัฐบาลของทรัมป์ผลักดันนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

The Washington Post รายงานว่า รายได้มากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 46,600 ล้านบาท) มาจากธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีและสินทรัพย์ดิจิทัลของครอบครัวทรัมป์ ส่งผลให้โครงสร้างรายได้ของอาณาจักรธุรกิจเปลี่ยนจากการพึ่งพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน

ด้าน The New York Times รายงานว่า บริษัทคริปโทเคอร์เรนซี World Liberty Financial ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมก่อตั้งกับบุตรชาย โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ และ อีริก ทรัมป์ รวมถึงหุ้นส่วนทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้ทรัมป์เกือบ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 26,600 ล้านบาท) โดยเป็นรายได้จากการจำหน่ายโทเคนดิจิทัลมากกว่า 520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (17,300 ล้านบาท) และการจำหน่ายสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการอีกกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,300 ล้านบาท) ซึ่งมีการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว

รายงานฉบับเดียวกันระบุว่า บริษัท CIC Digital ซึ่งดูแลเหรียญมีม TRUMP และสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง มีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์และการให้สิทธิใช้ทรัพย์สินทางปัญญาประมาณ 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21,200 ล้านบาท) โดยเหรียญดังกล่าวเปิดตัวเพียงไม่กี่วันก่อนที่ทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม 2568

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า โครงการ World Liberty Financial ยังได้รับการลงทุนจากกลุ่มทุนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเข้าซื้อสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 49 ก่อนทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง และมีความเชื่อมโยงกับนักลงทุนที่มีบทบาทด้านความมั่นคงของประเทศดังกล่าว

Reuters ระบุเพิ่มเติมว่า การเติบโตของธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีของครอบครัวทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่รัฐบาลทรัมป์ลดความเข้มงวดในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี และผลักดันกฎหมายสนับสนุนเหรียญดิจิทัลที่มีมูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์หรือสกุลเงินหลัก ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายตัวของตลาดและโครงการธุรกิจของครอบครัว

สำนักข่าว Associated Press รายงานว่า ทรัมป์ได้รับผลตอบแทนจำนวนมหาศาลจากธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี แม้ในช่วงเวลาเดียวกันนักลงทุนจำนวนหนึ่งต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดและการขาดทุน โดยรายได้จากการจำหน่ายโทเคนและสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นแหล่งกระแสเงินสดสำคัญของธุรกิจ

ขณะที่ The Washington Post ระบุว่า แม้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยรีสอร์ต Mar-a-Lago มีรายได้ประมาณ 77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,600 ล้านบาท) และธุรกิจสนามกอล์ฟรวมกันมากกว่า 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,700 ล้านบาท) แต่ธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีกลายเป็นแหล่งรายได้หลักที่ผลักดันให้รายได้รวมของทรัมป์ทำสถิติสูงสุด

หลายสำนักข่าว รวมถึง The Washington Post และ The New York Times ระบุว่า ประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนยังคงเป็นที่ถกเถียง เนื่องจากทรัมป์ไม่ได้โอนทรัพย์สินเข้าสู่กองทรัสต์อิสระที่ผู้รับผลประโยชน์ไม่สามารถควบคุมการบริหารจัดการได้เหมือนที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนเคยดำเนินการ แต่ยังคงถือครองผลประโยชน์ผ่านเครือข่ายบริษัทของครอบครัว โดยเฉพาะบุตรชายทั้งสองที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี

ด้าน Bloomberg และ CNBC รายงานว่า เอกสารยังแสดงให้เห็นการถือครองการลงทุนส่วนบุคคลของทรัมป์ในบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Apple, Microsoft และ Nvidia ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดการเงินตอบรับนโยบายเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

The New York Times ยังรายงานว่า การเข้ามามีส่วนร่วมของนักลงทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในโครงการ World Liberty Financial ก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจกับความสัมพันธ์ด้านการทูตและความมั่นคง เนื่องจากประเทศดังกล่าวเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ

แม้ทำเนียบขาวจะยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจของทรัมป์อยู่ภายใต้การบริหารของผู้จัดการอิสระและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่การเปิดเผยเอกสารครั้งนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามจากสื่อมวลชนและองค์กรด้านจริยธรรมเกี่ยวกับมาตรฐานการแยกผลประโยชน์ส่วนตัวออกจากการใช้อำนาจทางการเมือง

ข้อมูลในเอกสารยังระบุว่า รายได้รวมกว่า 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 73,300 ล้านบาท) มาจากธุรกิจมากกว่า 70 รายการ ซึ่งแต่ละรายการสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33.3 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังรวมรายได้จากการยุติข้อพิพาททางกฎหมายกับบริษัทสื่อและองค์กรต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์กลับมามีอิทธิพลทางการเมือง

เอกสารดังกล่าวถูกเปิดเผยในช่วงที่รัฐบาลมีการปรับเปลี่ยนแนวทางด้านจริยธรรมของฝ่ายบริหาร รวมถึงการยกเลิกข้อกำหนดด้านจริยธรรมสำหรับผู้ได้รับการแต่งตั้งบางตำแหน่ง ซึ่งสำนักข่าวหลายแห่งมองว่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนในรัฐบาลสหรัฐฯ

หมายเหตุ: ตัวเลขเงินบาทเป็นการคำนวณโดยประมาณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 33.31 บาท (อัตราอ้างอิง ณ วันที่จัดทำข่าว) จึงอาจแตกต่างจากมูลค่าที่แท้จริงตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วงเวลา

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอดผู้เสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาพุ่งเฉียด 2,000 สูญหายหมื่น รัฐบาลถูกกดดัน
ยอดผู้เสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาพุ่งเฉียด 2,000 สูญหายหมื่น รัฐบาลถูกกดดัน