ไทย-กัมพูชาบรรลุมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลังประชุมประนอมข้อพิพาททางทะเลรอบ 2 ที่เนเธอร์แลนด์ มุ่งลดความตึงเครียดและเพิ่มการประสานงานระหว่างกัน ขณะที่การเจรจากำหนดเขตแดนทางทะเลยังไม่ได้ข้อยุติ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 Permanent Court of Arbitration (PCA) ออกแถลงการณ์รายงานผลการประชุมครั้งที่ 2 ของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้ภาคผนวกที่ 5 แห่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2569 ณ พระราชวังสันติภาพ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยยืนยันว่าทั้งสองประเทศสามารถตกลงร่วมกันเกี่ยวกับมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลที่ยังมีข้อพิพาทระหว่างกัน
แถลงการณ์ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ ปรับปรุงการสื่อสาร และสนับสนุนให้การหารือดำเนินต่อไปอย่างสร้างสรรค์ โดยมีสาระสำคัญครอบคลุมการใช้ความระมัดระวังในการออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลบิดเบือน ตลอดจนงดเว้นการสื่อสารที่อาจกระตุ้นความรู้สึกด้านลบหรือเพิ่มความตึงเครียดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการประนอมเห็นว่าข้อตกลงและมาตรการบางประการที่ไทยกับกัมพูชาเคยเห็นพ้องกันก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับการดำเนินการอย่างครบถ้วน จึงสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายเร่งปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม พร้อมเสนอให้เพิ่มการติดต่อประสานงานทางการทูต รวมถึงพิจารณาแต่งตั้งผู้แทนระดับสูงประจำเมืองหลวงของอีกฝ่าย เพื่อสร้างช่องทางสื่อสารที่ช่วยลดความเข้าใจผิดและสนับสนุนการเจรจา
ขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศยังยอมรับสิทธิของอีกฝ่ายในการออกแถลงการณ์เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของตนเอง หรือชี้แจงแก้ไขข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่ต้องใช้ความยับยั้งชั่งใจในการสื่อสารต่อสาธารณะ โดยคณะกรรมาธิการยังสนับสนุนให้ผู้แทนทั้งสองประเทศหารือประเด็นทางเทคนิคเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลผ่านคณะทำงานภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมาธิการประนอม
สำหรับการประชุมครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทยรายงานว่า เป็นการประชุมแบบปิดที่แบ่งการหารือออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การชี้แจงจุดยืนและข้อเท็จจริงทางเทคนิคเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนทางทะเล และการหารือมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ โดยฝ่ายไทยได้เสนอข้อมูลทางเทคนิคและหลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาอย่างเป็นธรรม
ในการหารือเรื่องเขตแดนทางทะเล คณะกรรมาธิการได้เปิดโอกาสให้แต่ละประเทศนำเสนอจุดยืน หลักฐาน และเหตุผลทางกฎหมายที่ใช้สนับสนุนการอ้างสิทธิในพื้นที่ทางทะเล โดยครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับทะเลอาณาเขต เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และไหล่ทวีป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทที่ทั้งสองประเทศยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้
กระทรวงการต่างประเทศระบุเพิ่มเติมว่า คณะผู้แทนไทยนำโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนฝ่ายไทย พร้อมด้วย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษา และ นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ในฐานะรองตัวแทน รวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงการต่างประเทศ กรมอุทกศาสตร์ กรมยุทธการทหารเรือ กองทัพเรือ และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน
ส่วนคณะผู้แทนกัมพูชานำโดย นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเข้าร่วมชี้แจงจุดยืนของกัมพูชาเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนทางทะเล พร้อมหารือแนวทางดำเนินมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจร่วมกับฝ่ายไทย
นางแคทรีนา คูเปอร์ ประธานคณะกรรมาธิการประนอมจากออสเตรเลีย ระบุว่า การประชุมครั้งที่ 2 ช่วยให้คณะกรรมาธิการเข้าใจข้อเท็จจริงและประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลของทั้งสองประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถกำหนดประเด็นที่จำเป็นต้องหารือในขั้นตอนต่อไป โดยแสดงความยินดีต่อการบรรลุมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมครั้งแรกนับตั้งแต่จัดตั้งคณะกรรมาธิการประนอม
ด้านนายปรัก สุคน ระบุว่า กัมพูชายินดีที่ทั้งสองประเทศสามารถตกลงมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจร่วมกันได้ โดยเห็นว่าการสร้างความไว้วางใจและรักษาบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินหน้ากระบวนการประนอม พร้อมยืนยันว่ากัมพูชายังคงสนับสนุนการดำเนินกระบวนการดังกล่าวภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการในการประชุมครั้งต่อไป
ขณะที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ยืนยันว่า ไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการประนอมอย่างเต็มที่และด้วยความสุจริตใจ เพื่อให้การกำหนดเขตแดนทางทะเลเป็นไปอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไทยจะประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ พร้อมคาดหวังให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจที่ตกลงกันไว้อย่างจริงจัง
สำหรับกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 หลังจากกัมพูชายื่นหนังสือแจ้งเริ่มกระบวนการตามข้อ 11 ของภาคผนวกที่ 5 แห่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ก่อนที่ไทยจะยื่นคำตอบเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 โดยกระบวนการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมาธิการอิสระเข้ามาช่วยหาทางออกเกี่ยวกับข้อพิพาทการกำหนดเขตแดนทางทะเล ผ่านการรับฟังข้อมูลและข้อเสนอจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งแตกต่างจากการดำเนินคดีในศาลที่มีคำพิพากษาผูกพันคู่กรณี
คณะกรรมาธิการประนอมประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 5 คน ได้แก่ นางแคทรีนา คูเปอร์ จากออสเตรเลีย ทำหน้าที่ประธาน พร้อมด้วย นายปีเตอร์ แทกโซ-เจนเซน จากเดนมาร์ก ศาสตราจารย์ฌอง-มาร์ค ตูเวนัง จากฝรั่งเศส ผู้พิพากษาอัลเบิร์ต ฮอฟฟ์มันน์ จากแอฟริกาใต้ และ ผู้พิพากษารูดิเกอร์ วอลฟรุม จากเยอรมนี โดยมี Permanent Court of Arbitration ทำหน้าที่เป็นสำนักทะเบียนและสนับสนุนการดำเนินกระบวนการ
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการได้จัดการประชุมร่วมกับผู้แทนทั้งสองประเทศเป็นครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 เพื่อรับฟังจุดยืนเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อพิพาททางทะเล ก่อนเข้าสู่การหารือรายละเอียดทางเทคนิคและมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในการประชุมครั้งที่ 2 ที่กรุงเฮก
แม้ว่าการประชุมครั้งล่าสุดจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้แล้ว แต่ ข้อพิพาทเรื่องการกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่ได้ข้อยุติ โดยทั้งสองประเทศจะต้องหารือข้อมูลทางเทคนิคและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขข้อพิพาทที่ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับร่วมกันได้ ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมาธิการประนอมครั้งที่ 3 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
แถลงการณ์ PCA 19 ตุลาคม 2569: https://docs.pca-cpa.org/2026/10/310650b7-2026-35-pca-press-release.pdf
หน้าคดี: https://pca-cpa.org/en/cases/380/




