News Logo
หน้าแรก
เกาหลีรวบยากูซ่า ลอบขนกัญชา 636 กก. ต้นทางจากแหลมฉบัง เตรียมขายใน ปท.

เกาหลีรวบยากูซ่า ลอบขนกัญชา 636 กก. ต้นทางจากแหลมฉบัง เตรียมขายใน ปท.

11 เม.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 2 คน

เกาหลีรวบยากูซ่าเชื้อสายเกาหลี-ญี่ปุ่น ลอบขนกัญชาล็อตยักษ์ 636 กก. มีต้นทางแก๊งค้ายาในไทย ใช้แผนโหลดของใส่ตู้คอนเทนเนอร์ จากท่าเรือแหลมฉบังต้น มี.ค. ก่อน เตรียมกระจายในเกาหลีใต้-ส่งต่อไปญี่ปุ่น มูลค่ามหาศาล กำไรสูงกว่าไทย 150 เท่า-ใช้บริโภคได้ถึง 1.27 ล้านคน เตรียมออกหมายแดงหาผู้บงการรายใหญ่

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา สื่อในเกาหลีใต้รายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ได้จับกุมสมาชิกยากูซ่าชาวญี่ปุ่น กลุ่มกุโดไค (Kudokai) เชื้อสายเกาหลีวัย 50 ปี ในข้อหาลักลอบนำเข้ากัญชาจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 636 กิโลกรัม ต้นทางมาจากประเทศไทย โดยปริมาณกัญชาดังกล่าว เป็นปริมาณที่สามารถรองรับการบริโภคของลูกค้าได้ถึง 1.27 ล้านคนพร้อมกัน และมีมูลค่าสูงถึง 95.4 พันล้านวอนเกาหลี หรือประมาณ 2,098.8 ล้านบาท

สำนักงานสืบสวนคดีอาชญากรรมยาเสพติดของรัฐบาลเกาหลีใต้ แถลงเมื่อวันที่ 10 เมษายนว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมและฟ้องร้องนาย A วัย 53 ปี ในข้อหาละเมิดกฎหมายควบคุมยาเสพติด นอกจากนี้ ยังระบุตัวสมาชิก 4 คนขององค์กรค้ายาเสพติดชาวเวียดนามที่เกี่ยวข้องกับการส่งกัญชาให้นาย A และได้ยื่นขอหมายจับบุคคลเหล่านั้นแล้ว

วิธีการลักลอบและแผนการจัดจำหน่าย

ตามการสอบสวน นาย A ถูกตั้งข้อสงสัยว่าลักลอบนำเข้ากัญชาประมาณ 636 กิโลกรัม โดยการบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์ที่ออกจากท่าเรือแหลมฉบังของประเทศไทยเมื่อต้นเดือนมีนาคม และเดินทางมาถึงท่าเรืออินชอนในวันที่ 23 มีนาคม โดยเขาได้สมคบคิดกับองค์กรค้ายาเสพติดชาวเวียดนามในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้

รายงานระบุว่า นาย A ได้ซื้อกัญชาจำนวนมากจากองค์กรค้ายาเสพติดในประเทศไทย ลักลอบนำเข้ามาในประเทศเกาหลีใต้ด้วยเรือคอนเทนเนอร์ และวางแผนที่จะกระจายกัญชาส่วนหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ผ่านเครือข่ายยาเสพติดชาวเวียดนาม ในขณะที่ส่วนที่เหลือจะส่งออกไปยังกลุ่มยากูซ่าญี่ปุ่น

แรงจูงใจและมูลค่ามหาศาล

แหล่งข่าวจากสำนักงานสืบสวนร่วมระบุว่า กรณีลักลอบขนยาเสพติดทางทะเลขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบเมื่อไม่นานมานี้มักเป็นการขนส่งผ่านเกาหลีใต้ไปยังหรือจากประเทศที่สาม เช่น จีน แต่นาย A กลับนำเข้ายาเสพติดโดยตรงเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศ

ความพยายามในการจัดจำหน่ายโดยตรงในเกาหลีใต้เป็นผลมาจากราคาตลาดมืดของยาเสพติดในเกาหลีใต้ที่สูงกว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนามและไทยอย่างมาก รวมถึงความสะดวกในการจัดจำหน่ายแบบไม่เผชิญหน้าผ่าน "วิธีการโยนทิ้ง" (throwing method) เนื่องจากอัตราการใช้สมาร์ทโฟนที่สูง โดยวิธีการโยนทิ้งนั้นหมายความว่า ผู้ที่ขายนำยาเสพติด จะนำยาไปซ่อนไว้ในสถานที่ลับที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า เช่น ใต้ก้อนหิน ในพุ่มไม้ หรือในช่องว่างของผนัง และแจ้งตำแหน่งให้ผู้ซื้อทราบผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารที่ปลอดภัยบนสมาร์ทโฟน (เช่น Telegram หรือ Signal ที่นาย A ใช้) จากนั้นผู้ซื้อก็จะไปรับยาเสพติดจากสถานที่นั้นเอง โดยไม่จำเป็นต้องพบปะกับผู้ขายโดยตรง

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ กัญชา 1 กิโลกรัมมีราคาประมาณ 1 ล้านวอนเกาหลี หรือประมาณ 22,000 บาท ในประเทศไทย แต่ราคาขายปลีกในประเทศเกาหลีใต้อยู่ที่ประมาณ 150 ล้านวอนเกาหลี หรือประมาณ 3.3 ล้านบาท ต่อกิโลกรับ หากลักลอบและจัดจำหน่ายสำเร็จในเกาหลีใต้จะทำกำไรได้ประมาณ 150 เท่าของต้นทุนเดิม

ตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งมีการขนยาเสพติด

ตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งมีการขนยาเสพติด

ประวัติอาชญากรรมและการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง

สำหรับนาย A เคยมีประวัติถูกตัดสินจำคุกเมื่อปี 2559 เป็นเวลา 6 ปี ฐานครอบครองยาบ้าประมาณ 956 กรัม มูลค่า 31 พันล้านวอนเกาหลี หรือประมาณ 682 ล้านบาท ซึ่งนำเข้าจากจีนเพื่อส่งออกไปยังญี่ปุ่น รวมถึงการนำเข้าปืนพกและกระสุน 19 นัดจากญี่ปุ่น

สำนักงานสืบสวนร่วมเปิดเผยว่า "นาย A เป็นผู้นำในอาชญากรรมครั้งนี้ ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ของเขากับองค์กรค้ายาเสพติดระหว่างประเทศเกาหลีใต้"

ในการลักลอบขนยาเสพติดครั้งล่าสุดนี้ นาย A ถูกกล่าวหาว่าใช้โทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนในประเทศจีนเพื่อสื่อสารกับสมาชิกองค์กรชาวเวียดนามผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความที่ปลอดภัย เช่น Telegram และ Signal และจ่ายค่ากัญชาด้วยสกุลเงินดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่

เรือที่เดินทางจากประเทศไทยใช้การขนส่งแบบ FCL (Full Container Load) หรือก็คือการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้เพื่อขนส่งสินค้าให้กับผู้รับรายเดียว โดยกัญชาถูกอัดแน่นหลายครั้งในบรรจุภัณฑ์สุญญากาศเพื่อลดปริมาตรและกำจัดกลิ่น กล่องที่บรรจุกัญชาถูกซ่อนอยู่ท่ามกลางเสื้อผ้าและรองเท้า

นอกจากนี้ ยังพบว่านาย A มีแผนที่จะส่งออกกัญชาไปยังญี่ปุ่นและได้หารือเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากโคลอมเบียด้วย

การสืบสวนและความร่วมมือระหว่างประเทศ

การสืบสวนเริ่มต้นในเดือนมกราคมปี 2569 หลังจากหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) ได้รับข่าวกรองที่เกี่ยวข้อง ด้วยความร่วมมือระหว่างอัยการ ตำรวจ หน่วยยามฝั่ง และศุลกากร สำนักงานสืบสวนร่วมได้ย้ายตู้คอนเทนเนอร์ที่ซ่อนกัญชาไปยังคลังสินค้าในชานเมืองจังหวัดคยองกี และเข้าจับกุมนาย A ทันทีเมื่อเขาเดินทางมาถึงเพื่อรับสินค้า

แหล่งข่าวจากสำนักงานสืบสวนร่วมกล่าวว่า "หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์จากโทรศัพท์มือถือของนาย A และผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศกับ NIS เราได้ระบุตัวตนของบุคคลสำคัญ 4 คน รวมถึงหัวหน้าองค์กรยาเสพติดชาวเวียดนาม และได้ยื่นขอหมายจับแล้ว เราจะขอให้มีการออกหมายแดของตำรวจสากลด้วย การสืบสวนผู้บงการจะยังคงดำเนินต่อไป"

ที่มา https://www.chosun.com/english/national-en/2026/04/10/IQ75JULVSJC2NFMIEMRFSVUZLU/

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อิหร่านยกเลิกเจรจาสหรัฐฯ ปมอิสราเอลถล่มเลบานอนไม่หยุด
อิหร่านยกเลิกเจรจาสหรัฐฯ ปมอิสราเอลถล่มเลบานอนไม่หยุด