ทรัมป์ขึ้นภาษีรถ EU 25% พร้อมถอนทหาร 5,000 นายจากเยอรมนี เขย่าความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตรียมขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรป (EU) เป็น 25% โดยจะมีผลในสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกัน กระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ยืนยันแผนถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ราว 5,000 นายออกจากเยอรมนีภายใน 6-12 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี
สำนักข่าว Associated Press และ BBC รายงานว่า ความเคลื่อนไหวทั้งสองเกิดขึ้นเกือบพร้อมกันในช่วงวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2569 สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกและความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปราะบาง
ด้าน Al Jazeera ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “จากข้อเท็จจริงที่ว่าสหภาพยุโรปไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่เราได้ตกลงกันไว้อย่างสมบูรณ์ สัปดาห์หน้าผมจะเพิ่มภาษีรถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรปที่เข้าสหรัฐฯ โดยจะปรับขึ้นเป็น 25%”
ข้อตกลงที่ทรัมป์อ้างถึงคือกรอบความตกลงเทิร์นเบอร์รี (Turnberry Deal) ซึ่งตกลงกันเมื่อช่วงฤดูร้อนปี 2568 โดยลดภาษีรถยนต์ EU ลงเหลือ 15% แลกกับการที่ EU จะซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 750,000 ล้านดอลลาร์ และลงทุนในสหรัฐฯ อีก 600,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม Politico รายงานว่า EU ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่ากำลังดำเนินการตามข้อผูกพันและมีการสื่อสารกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมมองว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นมาตรการตอบโต้ที่รุนแรง และอาจนำไปสู่การตอบโต้กลับจากฝั่งยุโรป
ในมิติด้านความมั่นคง กระทรวงสงครามสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านโฆษก ฌอน พาร์เนลล์ ว่า แผนถอนกำลังทหารประมาณ 5,000 นาย หรือราว 14% ของกำลังพลสหรัฐฯ ในเยอรมนี ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 36,000 นาย เป็นผลจากการทบทวนโครงสร้างกำลัง โดยพิจารณาจาก ความต้องการในภูมิภาคและสถานการณ์ในพื้นที่
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี วิจารณ์บทบาทของสหรัฐฯ ในความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยระบุว่าสหรัฐฯ ถูกทำให้อับอาย ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้ทางการเมืองอย่างรุนแรงจากโดนัลด์ ทรัมป์
ขณะที่ The Guardian และ Associated Press รายงานตรงกันว่า การถอนทหารครั้งนี้สะท้อนความไม่พอใจของทรัมป์ต่อพันธมิตรยุโรป ที่ไม่ได้ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ อย่างเพียงพอในความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ
เยอรมนียังคงเป็นฐานทัพหลักของสหรัฐฯ ในยุโรป โดยมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง Ramstein Air Base (ฐานทัพอากาศแรมชไตน์) และ Landstuhl Regional Medical Center (ศูนย์การแพทย์ภูมิภาคแลนด์ชทูล) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการแพทย์สำหรับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในยุโรป
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเตือนว่า การลดกำลังพลอาจกระทบต่อความสามารถในการตอบสนองของ NATO โดยเฉพาะในบริบทที่รัสเซียยังคงถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญ
ด้าน Euronews รายงานว่า EU ระบุว่าจะเปิดทางเลือกทั้งหมดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป หากสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม
มาตรการขึ้นภาษีดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนี เช่น BMW, Mercedes-Benz และ Volkswagen ซึ่งพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์เศรษฐกิจระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานยังคงผันผวน
ทั้งนี้ มีรายงานว่า EU ยังไม่ได้ประกาศมาตรการตอบโต้อย่างเป็นทางการ แต่ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกให้มีเสถียรภาพ คาดการณ์ได้ และเป็นประโยชน์ร่วมกัน
อ้างอิง:




