News Logo
หน้าแรก
กลุ่มสิทธิฯ จี้ บ.พลังงานไซปรัสทบทวนสัญญา ปตท.เอื้อ ปย.ทัพเมียนมา

กลุ่มสิทธิฯ จี้ บ.พลังงานไซปรัสทบทวนสัญญา ปตท.เอื้อ ปย.ทัพเมียนมา

22 พ.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 61 คน

กลุ่มสิทธิมนุษยชนเมียนมา ประจำอังกฤษ เรียกร้องบริษัทพลังงานยุโรป ถอนตัวจากโครงการก๊าซในเมียนมา หลังพบ บริษัทลูกเป็นคู่สัญญา "ปตท.สผ." สำรวจบ่อก๊าซซอติกะ นำรายได้เอื้อกองทัพเมียนมา ซื้อเครื่องบินรบมิก 29 ทิ้งระเบิดใส่ประชาชน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มสิทธิมนุษยชน Burma Campaign UK ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นาย เคิร์ท วาลเดลันด์ (Kurt Waldeland) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เอสอีดี เอนเนอร์จี โฮลดิ้งส์ (SED Energy Holdings) ยุติการมีส่วนร่วมในโครงการสกัดก๊าซในเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ยุติสัญญากับ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ซึ่งเป็นคู่สัญญาหลักในแหล่งก๊าซซอติกะ (Zawtika) เนื่องจากรายได้จากก๊าซเหล่านี้ถูกควบคุมโดยกองทัพเมียนมา และเงินที่ได้จากการขุดถูกนำไปใช้เป็นทุนในการจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ หลังจากการรัฐประหารครั้งล่าสุดในปี 2564

แถลงการณ์ระบุว่า บริษัท เอสอีดี เอนเนอร์จี โฮลดิ้งส์ ตัดสินใจทำสัญญาฉบับใหม่กับแหล่งก๊าซซอติกะเมื่อปีที่แล้วผ่านบริษัทย่อยในสิงคโปร์ชื่อ เอนเนอร์จี ดริลลิ่ง (Energy Drilling) แม้จะทราบดีถึงสถานการณ์ดังกล่าว

ทาง Burma Campaign UK ตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทอาจตระหนักว่าการกระทำนี้เป็นสิ่งผิดศีลธรรม เนื่องจากในข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว บริษัทหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงเมียนมา หรือแหล่งก๊าซซอติกะ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของบริษัท

กลุ่มรณรงค์ฯ ชี้ว่า แหล่งก๊าซสำรองของเมียนมาเป็นแหล่งรายได้หลักของกองทัพเมียนมา โดยสร้างรายได้หลายสิบล้านดอลลาร์ทุกเดือน ขณะที่ประชาชนในพม่าประสบปัญหาไฟฟ้าดับทุกวันหรือไม่มีไฟฟ้าใช้เลย เนื่องจากก๊าซส่วนใหญ่ถูกขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน แทนที่จะนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนในประเทศ สถานการณ์นี้เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา ซึ่งเคยมีอำนาจในช่วงที่มีการพัฒนาแหล่งก๊าซเมื่อ 30-40 ปีก่อน ให้ความสำคัญกับรายได้จากก๊าซมากกว่าการผลิตไฟฟ้าเพื่อประชาชน เห็นได้จากเมื่อปี 2544 สัปดาห์เดียวกับที่กองทัพเมียนมาได้รับเงินค่าก๊าซงวดแรก พวกเขาก็ได้สั่งซื้อเครื่องบินรบมิก 29 จำนวน 10 ลำทันที

"แทนที่รายได้จากก๊าซจะถูกนำไปสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียน แต่กลับถูกใช้เป็นเงินทุนสำหรับเครื่องบินรบของทหารเมียนมาที่ใช้ทิ้งระเบิดสถานที่เหล่านั้น" แถลงการณ์ระบุ

บทบาทของรายได้จากก๊าซในการสนับสนุนกองทัพเมียนมาและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น ได้นำไปสู่การที่สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันและก๊าซแห่งเมียนมา (Myanmar Oil and Gas Enterprise) หรือ MOGE ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่บริหารจัดการแหล่งน้ำมันและก๊าซของเมียนมา อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องโหว่ในการคว่ำบาตรที่หมายความว่าบริษัทจากยุโรปและสหรัฐฯ ยังคงสามารถดำเนินงานในโครงการก๊าซในพม่าได้ ตราบใดที่ไม่ได้ทำงานร่วมกับ MOGE โดยตรง

บริษัท เอสอีดี เอนเนอร์จี โฮลดิ้งส์ เป็นหนึ่งในบริษัทเหล่านั้น โดยมีสัญญากับ ปตท.สผ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสำรวจพลังงานของรัฐบาลไทย โดย ปตท.สผ. ถือหุ้น 80% ในแหล่งก๊าซซอติกะ และ MOGE ถือหุ้น 20% ทั้งนี้ สำนักงานใหญ่ของ เอสอีดี เอนเนอร์จี โฮลดิ้งส์ ตั้งอยู่ในไซปรัส ซึ่งเป็นรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของนอร์เวย์

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์เบรกคำสั่ง AI หวั่นกฎใหม่ทำสหรัฐฯ แพ้จีนในสงครามเทคโนโลยี
ทรัมป์เบรกคำสั่ง AI หวั่นกฎใหม่ทำสหรัฐฯ แพ้จีนในสงครามเทคโนโลยี