News Logo
หน้าแรก
จลาจลเดือดเบลฟาสต์ สหราชอาณาจักร เผาบ้าน-ปะทะตำรวจ หลังเหตุแทงสยอง

จลาจลเดือดเบลฟาสต์ สหราชอาณาจักร เผาบ้าน-ปะทะตำรวจ หลังเหตุแทงสยอง

10 มิ.ย. 2569 15:27
ผู้ชม 6 คน

เบลฟาสต์เผชิญเหตุจลาจลรุนแรง หลังชายชาวซูดานถูกกล่าวหาก่อเหตุแทงชายวัย 40 ปีบาดเจ็บสาหัส จุดชนวนความโกรธแค้นจนเกิดการเผาบ้าน ร้านค้า และปะทะกับตำรวจในหลายพื้นที่ทั่วเมือง

สถานการณ์ความไม่สงบปะทุขึ้นในเมืองเบลฟาสต์ เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ เมื่อคืนวันที่ 9 มิถุนายน 2569 หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายด้วยมีดอย่างรุนแรงในคืนก่อนหน้า โดยผู้ต้องหาเป็นชายชาวซูดานวัย 30 ปี ซึ่งได้รับสิทธิพำนักอาศัยในสหราชอาณาจักร ตามรายงานของ BBC และ Police Service of Northern Ireland (PSNI) เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 8 มิถุนายน บริเวณถนนคินแนร์ด อเวนิว ทางตอนเหนือของเมืองเบลฟาสต์ โดย สตีเฟน โอกิลวี วัย 40 ปี ถูกทำร้ายด้วยมีดทำครัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใบหน้า ลำคอ ดวงตา และแผ่นหลัง ขณะที่คลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นภาพผู้ต้องหานั่งคร่อมเหยื่อที่ล้มอยู่กับพื้นก่อนใช้มีดฟันศีรษะและลำคอซ้ำหลายครั้ง กระทั่งประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเข้าช่วยเหลือและตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ

PSNI ระบุว่าผู้ต้องหาถูกจับกุมในที่เกิดเหตุและถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า ครอบครองมีดในที่สาธารณะ และข่มขู่จะฆ่าผู้อื่น จากการสืบสวนพบว่าชายคนดังกล่าวเดินทางออกจากซูดานไปยังกรุงปารีส ก่อนบินไปยังกรุงดับลินและข้ามพรมแดนด้วยรถโดยสารเข้าสู่เบลฟาสต์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 จากนั้นได้ยื่นขอลี้ภัยและได้รับอนุญาตให้พำนักในสหราชอาณาจักรจนถึงปี 2571 โดยตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

ด้าน นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร กล่าวถึงเหตุแทงครั้งนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจ และโหดร้ายอย่างยิ่ง ขณะที่ มิเชลล์ โอนีล มุขมนตรีคนที่หนึ่งแห่งไอร์แลนด์เหนือ ประณามเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นตามมาว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจและขี้ขลาด รวมถึงเป็นพฤติกรรมอันธพาลที่ไม่อาจยอมรับได้

รายงานของ Reuters และ The Guardian ระบุว่า ความไม่พอใจต่อเหตุแทงได้ลุกลามเป็นการชุมนุมต่อต้านผู้อพยพในหลายพื้นที่ของเบลฟาสต์ โดยเฉพาะในย่านอีสต์เบลฟาสต์ ถนนครัมลิน โรด ถนนโลเวอร์ นิวทาวน์อาร์ดส์ โรด และถนนแชงคิล โรด ก่อนบานปลายเป็นเหตุจลาจลและการก่อความไม่สงบ ผู้ชุมนุมบางส่วนเผารถยนต์ เผารถโดยสารสาธารณะระบบกลายเดอร์ รวมถึงก่อเหตุเพลิงไหม้บ้านพักและร้านค้าของผู้อพยพและชนกลุ่มน้อยผิวสี อีกทั้งยังมีการทุบกระจกบ้านเรือน และขว้างก้อนอิฐรวมถึงขวดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

Reuters รายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างน้อยกว่า 60 จุดทั่วเมืองในคืนเดียว ขณะที่บ้านพักหลายหลังถูกบุกรุกและวางเพลิง รวมถึงบ้านของครอบครัวที่มีเด็กเล็กอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องส่งเฮลิคอปเตอร์และยานเกราะเข้าควบคุมสถานการณ์เพิ่มเติม โดยพยานในพื้นที่ระบุว่ามีกลุ่มผู้ก่อเหตุจำนวนมากสวมหน้ากากสีดำและมุ่งเป้าไปยังชุมชนผู้อพยพจากแอฟริกา ซูดาน และยูเครน

ไรอัน เฮนเดอร์สัน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจของ PSNI เรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง พร้อมขอให้ทุกฝ่ายรักษาความสงบ โดยตำรวจประกาศให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น “เหตุการณ์วิกฤต” และระบุว่าแม้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากฝั่งผู้ชุมนุม แต่มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งปีหลังจากเหตุจลาจลในเมืองบัลลีมีนาและพื้นที่อื่นของไอร์แลนด์เหนือเมื่อปี 2568 ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังเหตุรุนแรงต่อเด็กหญิงที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในชุมชนชาวโรมาเนียเชื้อสายโรมา ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านผู้อพยพและความตึงเครียดด้านการย้ายถิ่นฐานที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2564 ระบุว่า ประชากรไอร์แลนด์เหนือร้อยละ 97 ยังคงเป็นคนผิวขาว อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้อพยพจากแอฟริกา เอเชีย และยุโรปตะวันออกเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งทำให้ประเด็นการอยู่ร่วมกันของคนต่างวัฒนธรรมและความกังวลเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติกลายเป็นหัวข้อถกเถียงทางสังคมมากขึ้น

ผู้ต้องหามีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 10 มิถุนายน ขณะที่เจ้าหน้าที่ประเมินว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบางและอาจเกิดการชุมนุมหรือความไม่สงบเพิ่มเติมในช่วงคืนต่อๆ ไป โดยผู้นำชุมชนและหน่วยงานภาครัฐได้เรียกร้องให้ผู้ปกครองดูแลเยาวชนอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการรวมตัวที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง

สื่อท้องถิ่นและเพื่อนบ้านระบุว่า สตีเฟน โอกิลวี ผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชาวสกอตแลนด์วัย 40 ปี และเป็นผู้ที่มีปัญหาด้านการได้ยิน ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถรับรู้ถึงอันตรายได้ทันท่วงที โดยขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและมีอาการสาหัส

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้าสอบสวนทั้งคดีทำร้ายร่างกายและเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นตามมา พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการส่งภาพและข้อมูลที่อาจช่วยระบุตัวผู้ก่อเหตุความไม่สงบเพิ่มเติม ขณะที่ผู้นำทางการเมืองทุกฝ่ายต่างประณามทั้งเหตุแทงและเหตุจลาจล โดยย้ำว่าการใช้ความรุนแรงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้าราชการอินเดียใกล้เกษียณสูญเงิน 34 ล้าน ถูกหลอกจับกุมออนไลน์
ข้าราชการอินเดียใกล้เกษียณสูญเงิน 34 ล้าน ถูกหลอกจับกุมออนไลน์