FBI ยกระดับเตือนภัย! พบแก๊งอาชญากรรมจีนโยงขบวนการหลอกลวงข้ามชาติในภูมิภาคอาเซียน ชื่นชมไทย แม้จะหนึ่งในเป็นทางผ่าน กลุ่มอาชญากร แต่ก็เป็นกำลังสำคัญปราบปรามผู้ต้องหาหนีคดี หลังเหตุรวบ 63 ผู้ต้องหา -แจงตอนนี้ยังไม่พบหลักฐาน รบ.จีนเอี่ยวกลุ่มอาชญากร
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายแอนดรูว์ เบลีย์ รองผู้อำนวยการร่วมสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) ซึ่งได้เดินทางเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ในช่วงเวลา 08.30 น. โดยหลังจากการพบกับนายกรัฐมนตรีไทยดังกล่าว นายเบลีย์ได้เปิดเผยการประเมินสถานการณ์เครือข่ายข้ามชาติที่ซับซ้อนซึ่งอยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมการฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายเบลีย์กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวทางไกล โดยชี้ว่า FBI ได้ระบุความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่าง "องค์กรอาชญากรรมจีน" และศูนย์ฉ้อโกงที่ปฏิบัติการอยู่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ อย่างไรก็ตามเขายังไม่พบหลักฐานว่าการปฏิบัติการเหล่านี้ถูกกำกับดูแลโดยรัฐบาลจีน
เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการเคลื่อนย้ายคน เงิน และเทคโนโลยี
นายเบลีย์ได้อธิบายถึง "ระบบนิเวศ" ของกลุ่มอาชญากรจีนที่อยู่เบื้องหลังศูนย์ฉ้อโกงเหล่านี้ว่า มีความซับซ้อนและเป็นเครือข่ายข้ามชาติที่เคลื่อนย้ายผู้คน เงิน เทคโนโลยี และผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายข้ามพรมแดนในประเทศไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา และนอกเหนือจากนั้น องค์กรเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึง "ความสามารถที่โดดเด่นในการแสวงหาประโยชน์จากธรรมาภิบาลที่อ่อนแอและการทุจริต รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่เพื่อขยายกิจกรรมทางอาญาของตนไปทั่วโลก"
การสอบสวนของ FBI ได้เปิดเผยถึงความเชื่อมโยงที่กว้างขวางระหว่างเครือข่ายอาชญากรรมจีนและศูนย์ฉ้อโกงที่ปฏิบัติการในหลายภูมิภาค โดยเชื่อว่าแรงจูงใจหลักของกลุ่มเหล่านี้คือผลประโยชน์ทางการเงิน
ประกาศเป้าหมายกวาดล้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการยาเสพติด
คำกล่าวของนายเบลีย์มีขึ้นในขณะที่ FBI ได้ให้คำมั่นที่จะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เครือข่ายยาเสพติดร้ายแรง และปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประกาศการผลักดันระดับโลกที่ประสานงานกันเพื่อรื้อถอนองค์กรเหล่านี้จากต้นตอ
นายเบลีย์เน้นย้ำว่าสหรัฐอเมริกามุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งต่อการเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านภัยคุกคามก่อนที่จะมาถึงในประเทศ ซึ่งเขาได้กล่าวข้อความนี้จากกรุงเทพมหานคร หลังการเข้าพบนายอนุทิน
ขนาดระดับอุตสาหกรรมหลอกลวงหลายพันล้าน
นายเบลีย์กล่าวถึงความรุนแรงของการปฏิบัติการขนาดอุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยสังเกตว่ากลุ่มอาชญากรในปัจจุบันได้พัฒนาไปไกลกว่าเครือข่ายที่ผิดกฎหมายแบบดั้งเดิม โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่และแรงงานบังคับเพื่อสร้างรายได้ที่ผิดกฎหมายหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.294 หมื่นล้านบาท
"องค์กรเหล่านี้เป็นกลุ่มอาชญากรที่มีการจัดตั้งอย่างสูง และกำลังดำเนินการฉ้อโกงในระดับอุตสาหกรรมทั่วโลก พวกเขาไม่เลือกเหยื่อตามสัญชาติหรือความเชื่อ พวกเขาขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หลายพันล้านบาท) ใช้ประโยชน์จากสกุลเงินดิจิทัล และทำการค้ามนุษย์อย่างโหดเหี้ยม" รอง ผอ.FBI กล่าว พร้อมระบุชัดเจนว่า "การปฏิบัติงานเหล่านี้จำนวนมากถูกควบคุมโดยองค์กรอาชญากรรมที่ซับซ้อนซึ่งมีความเชื่อมโยงกับจีน โดยปฏิบัติการอยู่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
ภัยคุกคามยาเสพติด: FBI ยึดเฟนทานิลปริมาณมหาศาล
นอกจากนี้ นายเบลีย์ยังได้กล่าวถึงวิกฤตยาโอปิออยด์สังเคราะห์ร้ายแรง โดยเปิดเผยว่าขนาดของการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายล่าสุดได้เน้นย้ำถึงปริมาณยาเสพติดร้ายแรงที่ถูกผลิตและกระจายผ่านห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
"ในปีที่ผ่านมา FBI ยึดเฟนทานิลได้ 2,250 กิโลกรัม หากจะอธิบายให้เห็นภาพ นั่นคือปริมาณเฟนทานิลที่มากพอที่จะคร่าชีวิตชาวอเมริกันได้มากกว่า 170 ล้านคน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรสหรัฐอเมริกา" รอง ผอ. FBI เปิดเผย
การทำงานร่วมกับหน่วยงานไทยเพื่อปราบปรามอาชญากรรม
นายเบลีย์ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือของ FBI กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับภูมิภาคในการต่อสู้กับการฟอกเงินและการฉ้อโกงที่ซับซ้อน โดยชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในการปฏิบัติงานล่าสุดที่ทำร่วมกับกองกำลังความมั่นคงของไทย
"เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของเรามีส่วนร่วมอย่างมากกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อรวบรวมและแบ่งปันข่าวกรอง ดำเนินการสอบสวนร่วม อำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์ผู้ต้องสงสัยและบุคคลที่เคยปฏิบัติงานหรือหลบหนีจากศูนย์ฉ้อโกง และส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือในการตรวจสอบหลักฐาน" นายเบลีย์กล่าว
รอง ผอ. FBI ยกตัวอย่างว่า เมื่อเดือนที่แล้ว พันธมิตรผู้ใช้กฎหมายไทยได้ช่วยจับกุมผู้หนีคดีที่ FBI ต้องการตัว ซึ่งรับผิดชอบในการหลอกลวงชาวอเมริกัน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีการจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ฉ้อโกงอีก 63 ราย




