สื่อใหญ่สหรัฐฯ เปิดเอกสารภายในผู้รับเหมา ระบุงบโครงการบอลรูมทำเนียบขาวของทรัมป์พุ่งแตะ 600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 19,520 ล้านบาท โดยคาดว่าเงินภาษีประชาชนต้องรับผิดชอบกว่า 307 ล้านดอลลาร์ สวนทางคำยืนยันเดิมว่าไม่ใช้เงินสาธารณะ
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 The Washington Post รายงานว่า เอกสารภายในและบันทึกใบแจ้งหนี้ของผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ในทำเนียบขาว แสดงให้เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีมูลค่าประเมินรวมสูงถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะใช้เงินภาษีประชาชนมากกว่าครึ่งหนึ่งของวงเงินทั้งหมด สวนทางกับคำยืนยันของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยระบุหลายครั้งว่าโครงการนี้จะไม่ใช้เงินสาธารณะ
The Washington Post รายงานโดยอ้างเอกสารประเมินต้นทุนภายในลงวันที่ 5 มีนาคม 2569 ซึ่งจัดทำโดย Clark Construction ผู้รับเหมาหลักของโครงการ ระบุว่า ต้นทุนรวมของการก่อสร้างอยู่ที่ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 19,520 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินจากแหล่งเอกชนราว 293 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,533 ล้านบาท) และเงินจากหน่วยงานที่ใช้งบประมาณสาธารณะรวมราว 307 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,988 ล้านบาท) ประกอบด้วยงบจาก Secret Service 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,043 ล้านบาท) White House Military Office 149 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,848 ล้านบาท) และ Executive Residence 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 98 ล้านบาท)
รายงานระบุว่า โครงการนี้เริ่มจากแผนของทำเนียบขาวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ประกาศจะก่อสร้างห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่แห่งใหม่บริเวณปีกตะวันออกของทำเนียบขาว ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่สำนักงานของสุภาพสตรีที่หนึ่งและสำนักงานอื่นๆ โดยห้องจัดเลี้ยงใหม่มีพื้นที่ราว 90,000 ตารางฟุต และสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้ประมาณ 650 คน มากกว่าห้องจัดเลี้ยงเดิมที่รองรับได้ราว 200 คน ขณะเดียวกัน โครงการยังครอบคลุมงานก่อสร้างด้านความมั่นคง รวมถึงหลุมหลบภัย สิ่งอำนวยความสะดวกใต้ดิน และโครงสร้างอื่นที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของทำเนียบขาว
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวว่าโครงการดังกล่าวมีต้นทุนเริ่มต้นราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะได้รับการสนับสนุนจากตัวเองร่วมกับผู้บริจาคเอกชน โดยเรียกโครงการนี้ว่าเป็น “ของขวัญให้สหรัฐอเมริกา” ต่อมาต้นทุนของโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนตุลาคม 2568 และเพิ่มเป็นราว 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ขณะที่ทรัมป์ยังคงยืนยันว่าเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
The Washington Post ระบุว่า ก่อนที่ทรัมป์จะกล่าวต่อผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่าโครงการนี้ ไม่ใช้เงินภาษีประชาชน รัฐบาลกลางได้อนุมัติการจ่ายเงินให้ Clark Construction แล้วมากกว่าหนึ่งสิบรายการ รวมเป็นเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐจากงบประมาณสาธารณะ ตามบันทึกใบแจ้งหนี้ของผู้รับเหมาที่หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวได้รับมา
รายงานยังระบุว่า เอกสารหลายชุดที่ Clark Construction ส่งให้ทำเนียบขาวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 จนถึงเดือนมีนาคม 2569 แสดงให้เห็นว่าต้นทุนภายในของโครงการสูงกว่าตัวเลขที่ฝ่ายบริหารเปิดเผยต่อสาธารณะหรือใช้ในเอกสารยื่นต่อศาล ขณะเดียวกัน เอกสารเหล่านี้ยังระบุแหล่งที่มาของเงินทุนที่รวมถึงงบประมาณจากหน่วยงานรัฐตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของโครงการ
อย่างไรก็ตาม ทางทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามของ The Washington Post เกี่ยวกับตัวเลขประเมินต้นทุนภายในและการใช้เงินภาษีประชาชน แต่ เดวิส อิงเกิล โฆษกทำเนียบขาว ระบุในแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์และผู้บริจาคชาวอเมริกันที่มีน้ำใจจะร่วมกันสนับสนุนเงินราว 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับห้องบอลรูมแห่งนี้ เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับประธานาธิบดีรุ่นต่อๆ ไป ส่วนโฆษกของ Clark Construction ระบุว่า รายละเอียดทั้งหมดของโครงการเป็นข้อมูลลับ และให้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับทำเนียบขาว
The Washington Post รายงานด้วยว่า ในเดือนกรกฎาคม 2568 ทำเนียบขาวเคยได้รับตัวเลขประเมินเบื้องต้นที่ 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงินภาษีประชาชนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Secret Service และ White House Military Office รวมอยู่ในแผนการจัดหาเงิน ขณะที่อีเมลภายในของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวในช่วงเดียวกันระบุถึงการใช้เงิน 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Secret Service สำหรับค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการเตรียมพื้นที่ก่อนการรื้อถอน
รายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านสัญญาและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 3 คน ซึ่งตรวจสอบเอกสารตามคำขอของ The Washington Post โดยผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า Secret Service และ White House Military Office สามารถใช้งบประมาณกับส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความปลอดภัยได้ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าการรื้อถอนปีกตะวันออกของทำเนียบขาวอาจไม่อยู่ในขอบเขตภารกิจโดยตรงของ Secret Service
โครงการนี้ยังมีข้อพิพาททางกฎหมายจากกลุ่มอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ที่คัดค้านการรื้อถอนปีกตะวันออกของทำเนียบขาว โดยศาลมีคำสั่งให้หยุดงานก่อสร้างส่วนเหนือพื้นดินชั่วคราวในเดือนมีนาคม 2569 แต่อนุญาตให้งานก่อสร้างหลุมหลบภัยใต้ดินที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเดินหน้าต่อไปได้
ภายหลังเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน 2569 ซึ่ง The Washington Post ระบุว่ามีผู้ต้องสงสัยพยายามเข้าถึงงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ฝ่ายบริหารทรัมป์และสมาชิกรัฐสภาพรรครีพับลิกันบางส่วนยกเหตุผลด้านความปลอดภัยขึ้นมาสนับสนุนการสร้างห้องจัดเลี้ยงแห่งใหม่ภายในทำเนียบขาว โดยระบุว่าสถานที่ดังกล่าวอาจใช้จัดงานสำคัญได้อย่างปลอดภัยกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม แผนการใช้งบประมาณสาธารณะกับโครงการนี้ยังเผชิญแรงคัดค้านจากสมาชิกรัฐสภาหลายฝ่าย The Washington Post รายงานว่า วุฒิสมาชิก ซูซาน คอลลินส์ จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้คัดค้านข้อเสนอจัดสรรงบประมาณ ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่าห้องบอลรูมจะสร้างด้วยเงินบริจาคเอกชน และมองว่าคำมั่นดังกล่าวควรได้รับการรักษาไว้
ในเดือนพฤษภาคม 2569 ทรัมป์พาผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมพื้นที่ก่อสร้าง และระบุว่าองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการเชื่อมโยงกันเป็นโครงสร้างเดียว โดยรัฐบาลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนของการก่อสร้างปีกตะวันออกใหม่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทำเนียบขาว ส่วนห้องบอลรูมเองจะไม่จ่ายด้วยเงินภาษีประชาชน และเป็นของขวัญให้แก่สหรัฐอเมริกา
The Washington Post ระบุว่า เอกสารที่ได้รับมายังทำให้เกิดคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการระดมเงินจากผู้บริจาคเอกชนและความโปร่งใสของโครงการ โดยเฉพาะเมื่อโครงการมีทั้งองค์ประกอบด้านการจัดงานรับรองและองค์ประกอบด้านความมั่นคงอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ขณะที่ทำเนียบขาวยังยืนยันว่าเงินจากภาคเอกชนจะครอบคลุมต้นทุนหลักของโครงการ และห้องบอลรูมแห่งใหม่นี้จะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยเหมาะสมสำหรับการใช้งานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในอนาคต
อ้างอิง:




