IMO ระงับแผนอพยพเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรือสินค้าถูกโดรนโจมตีใกล้โอมาน
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ Ever Lovely ซึ่งชักธงสิงคโปร์ ถูกโดรนโจมตีขณะแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซใกล้ชายฝั่งโอมาน ส่งผลให้ International Maritime Organization (IMO) ภายใต้สหประชาชาติ ประกาศระงับแผนอพยพเรือและลูกเรือที่ติดค้างอยู่ในภูมิภาคเป็นการชั่วคราว เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยใหม่ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินต่อไป แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะเพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ไม่นาน
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการ IMO เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า องค์กรตัดสินใจระงับแผนอพยพไว้ชั่วคราว เพื่อยืนยันว่ามาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับเรือที่อยู่ในแผนอพยพ รวมถึงเรือพาณิชย์ลำอื่นที่ปฏิบัติการในพื้นที่ ยังคงมีความเพียงพอ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง IMO เริ่มดำเนินแผนอพยพเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก UK Maritime Trade Operations (UKMTO) ระบุว่า เรือ Ever Lovely ได้รับความเสียหายบริเวณโครงสร้างสะพานเดินเรือ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และไม่พบการรั่วไหลของน้ำมันหรือสารเคมี ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองรายให้ข้อมูลกับสื่อหลายสำนักว่า การโจมตีครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นฝีมือของโดรนที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เหตุโจมตีเกิดขึ้นแม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะเพิ่งลงนามบันทึกความเข้าใจเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งมีเป้าหมายลดความตึงเครียดและเปิดทางให้การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงสนับสนุนการอพยพลูกเรือมากกว่า 11,000 คนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่มานานหลายเดือนจากผลกระทบของความขัดแย้ง
ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยประกาศเตือนว่า การเดินเรือที่ไม่ใช้เส้นทางที่ได้รับอนุมัติจากทางการอิหร่านอาจไม่มีความปลอดภัย พร้อมย้ำบทบาทของตนในการควบคุมความมั่นคงในพื้นที่ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซควรเป็นไปอย่างเสรีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง
IMO เพิ่งประกาศแผนอพยพเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือเรือหลายร้อยลำและลูกเรือกว่า 11,000 คนที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย หลังการสู้รบและการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือทำให้เกิดการสะสมของเรือเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งนี้ มีรายงานว่าแผนดังกล่าวสามารถช่วยอพยพเรือบางส่วนออกจากพื้นที่ได้แล้ว ก่อนเกิดเหตุโจมตีครั้งล่าสุด
เรือ Ever Lovely ไม่ได้อยู่ในแผนอพยพของ IMO โดยตรง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรตัดสินใจระงับปฏิบัติการทั้งหมดเพื่อประเมินความเสี่ยงใหม่ โดย อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ ย้ำว่า ความปลอดภัยของลูกเรือยังคงเป็นสิ่งที่ IMO ให้ความสำคัญสูงสุด
โอมาน ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับ IMO ในการจัดหาเส้นทางเดินเรือทางเลือกชั่วคราว ขณะที่การหารือระหว่างโอมานและอิหร่านเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงประเด็นค่าบริการทางทะเล ยังคงดำเนินต่อไป
ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายจับตาว่าเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งมีขึ้น โดยสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรแสดงความกังวลว่าอาจกระทบต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพในระยะยาว ขณะที่อิหร่านยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการโจมตีเรือ Ever Lovely
สำหรับภาคการเดินเรือ บริษัทประกันภัยและผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลหลายแห่งได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง และยังคงชะลอการใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน เพื่อรอการประเมินด้านความปลอดภัยจาก IMO ก่อนกลับมาดำเนินการตามปกติ
อ้างอิง:
Al Jazeera: UN agency pauses Hormuz ship evacuation initiative after vessel attacked
AP News: UN agency pauses evacuation of ships through the Strait of Hormuz
Reuters: UN halts escort of ships through Hormuz after vessel comes under attack
BBC: UN pauses Strait of Hormuz evacuation plan after cargo ship attacked




