เวเนซุเอลายังคงเผชิญวิกฤตหลังแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกือบ 2,000 ราย ท่ามกลางการกู้ภัยที่ยังยากลำบากและความตึงเครียดในพื้นที่ประสบภัย
รายงานของ CNN เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ความไม่พอใจของประชาชนในเวเนซุเอลาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ โดยมีรายงานความตึงเครียดระหว่างทีมกู้ภัยจากต่างประเทศกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในหลายพื้นที่ และเกิดการประท้วงของครอบครัวผู้สูญหายในเมืองลาบาอิรา เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสเกี่ยวกับตัวเลขผู้เสียชีวิตและความคืบหน้าของการค้นหา โดยมีข้อกล่าวหาว่ามีการขัดขวางการทำงานของทีมกู้ภัยจากสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง
เหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 18.04 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้เมืองยูมาเรในรัฐยารากูย์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงการากัส โดยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ตามด้วยขนาด 7.5 ห่างกันเพียง 39 วินาที ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงการากัสและเมืองชายฝั่งลาฆิรา
ด้านองค์การสหประชาชาติ (United Nations) ระบุว่ากำลังเร่งจัดเตรียมถุงบรรจุศพประมาณ 10,000 ใบ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายลง ขณะที่ World Vision ประเมินว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจรุนแรงอย่างยิ่ง เนื่องจากเวเนซุเอลาเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสูงต่อเนื่องมานาน ทำให้การฟื้นฟูต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากนานาชาติเป็นหลัก
ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศหลังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากที่มีความเปราะบางจากวิกฤตเศรษฐกิจระยะยาวไม่สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ ส่งผลให้อาคารเก่าและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานพังถล่มเป็นวงกว้าง
ข้อมูลจาก United States Geological Survey (USGS) ระบุว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวเป็นแผ่นดินไหวคู่ โดยเกิดเหตุการณ์หลักสองครั้งในช่วงเวลาใกล้กัน ลักษณะการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนเป็นแบบรอยเลื่อนตามแนวระดับในบริเวณใกล้ขอบแผ่นเปลือกโลกแคริบเบียน และหลังเหตุหลักยังเกิดแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกมากกว่า 130 ครั้ง ซึ่งยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์และขัดขวางการกู้ภัย
ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,943 คน บาดเจ็บมากกว่า 10,000 คน และยังมีผู้สูญหายจำนวนหลายหมื่นคน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ทางการเวเนซุเอลาแจ้งยอดผู้เสียชีวิต 1,719 คน ผู้บาดเจ็บ 5,034 คน และผู้ไร้ที่อยู่อาศัย 15,866 คน โดยยังมีรายงานผู้สูญหายกว่า 43,000 คนในบางการประเมิน
เหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันหยุดชาติ ทำให้ประชาชนจำนวนมากอยู่ภายในอาคาร และมีภาพจากกล้องวงจรปิดและโทรศัพท์มือถือเผยให้เห็นอาคารสูงในกรุงการากัสพังถล่มอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางฝุ่นควันและความโกลาหล ขณะที่ทีมกู้ภัยจากสหรัฐฯ อินเดีย และหลายประเทศสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้บางส่วน รวมถึงเด็กอายุ 3 ขวบที่ถูกดึงออกจากซากอาคารหลังผ่านไป 6 วัน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสัญญาณความหวังท่ามกลางวิกฤต
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าช่วงเวลาสำหรับการช่วยชีวิตผู้ติดค้างกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และความล่าช้าในการเข้าพื้นที่ของทีมช่วยเหลือ ขณะที่สถานการณ์โดยรวมยังคงเปราะบางและมีแนวโน้มยืดเยื้อจากผลกระทบของแผ่นดินไหวคู่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 100 ปีของประเทศ
อ้างอิง:




